Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player


สถานการณ์น้ำท่วม
- มูลนิธิศุภนิมิตฯ มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม บ้านน้ำลัด
- รวมพลังน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.อุทัยธานี
- มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เปิดศูนย์เพื่อนเด็ก จังหวัดนนทบุรี
- รวมพลังบรรเทาภัยน้ำท่วมที่ จ.นนทบุรี
- มูลนิธิศุภนิมิตฯ เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมระลองสอง
- มูลนิธิศุภนิมิตฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อน 'นกเต็น'

คลิปสถานการณ์น้ำท่วม
4shared.com/video/ea9D8PQt/____.html
4shared.com/file/J5rUHH9m/Photo_.html


อื่นๆ
> ประมวลภาพ

ถาม-ตอบการช่วยเหลือของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

› สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้เป็นอย่างไร
› เด็กๆ ปฏิบัติตัวกันอย่างไร
› มูลนิธิศุภนิมิตฯ กำลังให้การช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยอย่างไร
› ศูนย์เพื่อนเด็กคืออะไร
› ขอท่านร่วมแแบ่งปันประสบการณ์ หรือเรื่องราวดีๆ ของศูนย์เพื่อนเด็ก
› ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่นานเท่าไหร่

สถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้เป็นอย่างไร

หนึ่งในสามของพื้นที่ของประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้ว่าระดับน้ำในพื้นที่ราบภาคกลางเริ่มที่จะลดลงแล้วบ้างก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ใน 24 จังหวัด ส่งผลให้ประชาชนนับล้านได้รับความเดือดร้อน และมียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้สูงถึง 533 คน

ในส่วนของความเสียหายภาคเศรษฐกิจนั้นประเมินแล้วไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระดับน้ำในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานครฯ จะเริ่มลดลงอย่างช้าๆ แต่ประชาชนอีกหลายพันครอบครัวยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ กำลังดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคม

กรุงเทพมหานคร: ในส่วนของกรุงเทพมหานครฯ ปริมาณของน้ำยังคงท่วมแผ่ขยายเป็นวงกว้างในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครฯ กล่าวว่าปริมาณน้ำที่ปกคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีมากกว่าปริมาณที่สามารถระบายออก (ความแตกต่างของปริมาณน้ำประมาณ 1 ร้อยล้านลูกบาศ์กเมตรต่อวัน ด้วยปริมาณน้ำที่ถูกปล่อยออกทะเลประมาณ 4 ร้อยล้านลูกบาศ์กเมตร* และคาดว่าน้ำที่ท่วมอยู่จะสามารถระบายออกได้หลังจากวันที่ 20 พฤศจิกายน เป็นต้นไป)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง:

• การจราจรในบริเวณแยกหลักๆ ถูกปิดเนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถที่จะผ่านไปมาได้ ในขณะที่ทางการไม่แนะนำให้สัญจรด้วยเรือยางขนาดเล็ก เนื่องจากเรือขนาดเล็กไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำเชี่ยวและคลื่นบนถนนและอาจจะทำให้เรือไม่สามารถทรงตัวได้
• คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวนกว่า 3.4 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นเงินชดเชยให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในกรุงเทพฯๆ ครอบครัวละ 5,000 บาท ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 620,000 ครอบครัว รัฐบาลประกาศแผนเยียวยากว่าหมื่นล้านบาท เพื่อซ่อมแซมโบราณสถานในบริเวณภาคกลางและกรุงเทพฯ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
• กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนการเปิดโรงเรียนในภาคเรียนที่สองในวันที่ 21 พฤศจิกายน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร และอีก 3 จังหวัดใกล้เคียง
• การป้องกันน้ำท่วมที่นอกจากการวางกระสอบทรายและฉาบกำแพงอิฐแล้ว โรงงานบางแห่งในนิคมอุตสาหกรรม ได้มีการนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามาวางเรียงซ้อนกันเป็นแนวกั้นน้ำ
• ด้านการท่องเที่ยว: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ที่ 19.5 ล้านคน เนื่องจากอุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกเที่ยวบินเมื่อรู้ว่าน้ำท่วมสนามบินดอนเมือง โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ พัทยา เมื่อนักท่องเที่ยวต่างก็เลื่อนเวลาเดินทางออกไป
• สนามบินหลักอย่างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิยังคงเปิดให้บริการตามปกติและยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

จังหวัดอื่นๆ:

• ข้าราชการทหารประมาณ 60,000 นายทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งได้ส่งยานพาหนะจำนวน 3,000 คัน และเรืออีก 5,000 ลำเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
• กระทรวงแรงงานเผยว่าธุรกิจกว่า 20,000 รายรวมทั้งลูกจ้างอีกกว่า 800,000 คนใน 14 จังหวัด (ที่ส่วนใหญ่อยู่ในที่ราบภาคกลาง) ต่างได้รับผลกระทบ
• การสูบน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ มีกำหนดจะเริ่มสูบน้ำออกภายในสัปดาห์นี้ โดยในส่วนของภาคการผลิตนั้นคาดว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบในต้นปีหน้า ส่วนการระบายน้ำออกในจังหวัดอยุธยาคาดว่าจะใช้เวลากว่า 45 วัน
• หลังจากที่ระดับน้ำเริ่มลดลง โรงงานกว่า 25 แห่งในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในจังหวัดอยุธยาได้เริ่มเปิดรับพนักงานกลับเข้ามาใหม่กว่า 33,000 คน
• บริษัทผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น - มิตซูบิชิ และโตโยต้า - ประกาศว่าจะเปิดสายการผลิตอีกครั้งหลังจากที่ได้ปิดตัวลงไปเนื่องจากน้ำท่วมโรงงานในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ศูนย์อพยพ: จากผลการประเมินโดยรวมพบว่าผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีประชาชนอีกหลายพันคนเลือกที่จะอยู่บ้านของตนเองโดยให้เหตุผลว่าพวกเขากลัวทรัพย์สินจะถูกขโมย นอกจากนี้ ในส่วนของการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยจากภาครัฐ หน่วยงานช่วยเหลือ และองค์กรอื่นๆ ต่างก็ไม่พบปัญหาในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ซึ่งโดยปกติมักจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือมีเป็นจำนวนมาก ในขณะที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้มอบถุงยังชีพฉุกเฉินถึงมือผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ๆ ได้รับผลกระทบ (ลำเลียงโดยเรือ) ซึ่งบางครอบครัวที่มีเรือหรือแพก็จะเดินทางมารับถุงยังชีพ หรือแม้แต่มารับอาหารปรุงสำเร็จที่ศูนย์พักพิง หรือที่จุดรวมพลของชุมชนเอง และเนื่องจากความต้องการความช่วยเหลือมีเป็นจำนวนมาก หน่วยงานทั้งภาคราชการ เอกชน อาสาสมัคร และหน่วยงานท้องถิ่นจึงร่วมกันสร้างครัวสาธารณะในพื้นที่นั้นๆ เพื่อรองรับครอบครัวผู้ประสบภัยที่จะเข้ามาประกอบอาหารร่วมกัน

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยของผู้หญิงก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

ผู้อพยพ: ประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านของผู้อพยพนับล้านคน ในปัจจุบันผู้อพยพที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไม่กล้าที่จะเข้ามาลี้ภัยในศูนย์พักพิง ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่เข้ามาในศูนย์อพยพ (ทั้งคนไทย และต่างด้าว) ต่างก็ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ดังนั้นผู้อพยพที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจึงจะสามารถเข้ามาพักในศูนย์พักพิงได้ ดังนั้นผู้ลี้ภัยบางส่วนก็ยังคงอยู่ในที่อาศัยเดิมของตัวเอง และบางส่วนก็กลับไปที่ประเทศบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งขณะนี้พบว่าผู้อพยพอย่างน้อย 10,000 คนได้กลับไปยังภูมิลำเนาเดิมของตนแล้ว

* เชื้อโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคท้องร่วง และโรคฉี่หนู การติดเชื้อแบคทีเรียที่แพร่กระจายมากับน้ำเน่าเสีย โรคฉี่หนูเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างเร็ว แม้แต่ในช่วงฤดูฝนแต่ละปี มีผู้ป่วยที่อยู่ในเมืองและชนบทกว่า 5,000 รายที่ได้รับการรายงานว่าเป็นโรคฉี่หนู ส่วนกรณีของการติดเชื้อทางผิวหนัง โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้าซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้วนับพันราย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่าได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว โรคต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงที่ระดับน้ำท่วมกำลังลดลง

back to top

เด็กๆ ปฏิบัติตัวกันอย่างไร

ภายนอกเด็กๆ อาจสนุกกับการเล่นน้ำ และได้หยุดเรียนเพิ่มขึ้น แต่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังมีความเป็นห่วงกับสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันของเด็กเหล่านี้ รวมทั้งผลกระทบระยะยาวจากภัยพิบัติในครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพ ความเครียดที่เกิดจากความหวาดกลัวในการอพยพ การพบเห็นบ้านของตนเองถูกทำลาย ทรัพย์สมบัติสูญหาย ต้องย้ายออกจากบ้าน และอาศัยอยู่ในสถานที่ๆ จำกัดอย่างศูนย์พักพิง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานให้ความช่วยเหลืออย่างมูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นห่วงมากที่สุด

ความเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ: ภาวะเสี่ยงสูงสุดต่อสุขภาพ และสาเหตุของการเสียชีวิตที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แก่การถูกไฟดูดเนื่องจากกระแสไฟรั่ว และเชื้อโรคที่มากับน้ำ* นอกจากนี้ยังมีภาวะเสี่ยงอันตรายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น โรคมาเลเรีย เชื้อโรคจากสัตว์หรือแมลงที่เป็นพาหะ และการติดเชื้อจากบาดแผลนอกจากนี้ภาวะเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามไป เช่น เด็กๆ ที่เล่นน้ำสกปรกอาจจะทำให้ได้รับเชื้อและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ เนื่องจากปศุสัตว์นับล้านตัวที่เสียชีวิตและถูกน้ำท่วมก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการแพร่กระจายของเชื้อโรคเช่นกัน

เชื้อโรคต่างๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นในขณะที่ระดับน้ำกำลังลดลง ดังนั้นหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงโดยเฉพาะในภาคกลาง ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากน้ำท่วมแล้ว

แม้ว่ากรณีการเกิดโรคอหิวาตกโรคจะเคยมีบันทึกในประเทศไทยแล้วก็ตาม มาตรการการควบคุมโรคถูกนำมาใช้อย่างเร่งด่วน และรัฐบาลให้ความมั่นใจว่าสามารถคุมสถานการณ์ได้

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ความสำคัญไปยังส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่:

• ประชาชนที่มีโรคประจำตัวและจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
• ความล้มเหลวของการให้บริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์
• ปัญหาของมารดาในการให้นมบุตรที่มักจะเกิดขึ้นจากมารดาได้รับบาดเจ็บ หรือความเครียด/ความตกใจ;
• การขาดโภชนาการในเด็ก;
• การสะสมของขยะ - ประชาชนมีความกังวลในเรื่องน้ำเน่าเสียซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ;
• สุขภาพจิต: ความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน และการดำรงชีพทั่วทั้งประเทศ ผลกระทบต่อสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับการได้รับอันตรายด้านร่างกาย รัฐบาลได้ตั้งหน่วยงานให้บริการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตในจังหวัดต่างๆ และส่งทีมจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กับประชาชนที่ได้รับความเครียดจากน้ำท่วมครั้งนี้กว่า 1 แสนคน

back to top

มูลนิธิศุภนิมิตฯ กำลังให้การช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยอย่างไร

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยมีหลากหลายแนวทางในการบรรเทาทุกข์และเยียวยาผู้ประสบภัย นอกจากมอบชุดยังชีพฉุกเฉิน* มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้จัดตั้งศูนย์เพื่อนเด็กอีกหลายแห่ง (child friendly space - CFS) ในศูนย์พักพิงทั่วภูมิภาค ขณะที่การช่วยเหลือเบื้องต้น (เมื่อเดือนสิงหาคม และต้นเดือนกันยายน) มุ่งเน้นไปที่พื้นที่โครงการฯ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งหลังจากนั้นการช่วยเหลือก็ได้แผ่ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่รัฐบาลยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้

การช่วยเหลืออื่นๆ รวมถึงการจัดตั้งครัวสาธารณะ (ปรุงอาหารได้ 6,336 มื้อ) หนังสือ (จำนวนกว่า 1,000 เล่ม) ตุ๊กตาและของเล่น (935 ชิ้น) ผลิตภัณฑ์อนามัยสำหรับเด็กหญิงและผู้หญิง น้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำ มุ้งกันยุง และผ้าห่ม

การให้ความรู้ - โดยเฉพาะในเรื่องของความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล การเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติ - เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มูลนิธิฯ นำมาเผยแพร่ โดยเฉพาะในเด็ก ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะนำมาผสมผสานใช้ในโปรแกรมประจำวันที่ศูนย์เพื่อนเด็ก

* มีประชาชนกว่า 50,000 คน ได้รับประโยชน์จากการตอบสนองบรรเทาทุกข์จากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งนั้นหมายความว่าเด็กกว่า 10,000 คนได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย

back to top

ศูนย์เพื่อนเด็กคืออะไร

ศูนย์เพื่อนเด็ก (child friendly space - CFS) คือสถานที่ปลอดภัยที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและเป็นสถานที่เยียวยาภาวะทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ ของเด็กๆ ให้กลับไปสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ด้วยรูปแบบของกิจกรรมต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยเกมส์การละเล่นเพื่อการบำบัดจิตใจ การปรับตัวทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็กๆ ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆได้สามารถค่อยๆ ปรับตัวได้ในที่สุดและสามารถกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตระหนักดีว่าเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เด็กๆ จะเป็นผู้ได้รับความเสี่ยงมากที่สุดจากการได้รับบาดเจ็บ ถูกเอาเปรียบ ถูกกระทำทารุณ หรือภัยคุกคามอื่นๆ ศูนย์เพื่อนเด็กจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการดูแล และคุ้มครองเด็กในขณะที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน

ศูนย์เพื่อนเด็กให้ประโยชน์กับเด็กๆ ในภาวะฉุกเฉินได้อย่างไร

ศูนย์เพื่อนเด็กจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เด็กได้มีสถานที่ปลอดภัยสำหรับเล่น และสามารถส่งเสริมให้เด็กๆ มีความพร้อมที่จะรับมือกับความโศกเศร้าและสูญเสียได้ โดยจะตั้งอยู่ในชุมชนที่เด็กๆ พักพิงโดยไม่แบ่งแยกว่าพวกเขาเหล่านั้นจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือต้องไร้ที่อยู่อาศัย ศูนย์เพื่อนเด็กจะส่งเสริมให้เด็กๆ ได้รับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เช่น:

• กิจกรรมที่ให้ความสนุก เช่น เกมส์ กีฬา ร้องเพลง เล่นละคร และการทำหุ่นมือ
• โอกาสในการเรียนรู้ด้านสุขศึกษาเบื้องต้น และการดำเนินชีวิต
• เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน และกิจกรรมการอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับวัย
• เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความรู้สึกของความกลัวและสูญเสียผ่านการละเล่นสร้างสรรค์ การเล่านิทาน และการละเล่นเป็นกลุ่ม
• การมอบสิ่งของ เช่น กล่องข้าวอาหารกลางวัน ขวดน้ำดื่ม หนังสือ อุปกรณ์วาดรูป เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานด้านอาหาร และสิ่งของอื่นๆ ที่อยู่ในชุดถุงยังชีพที่มอบให้กับครอบครัว
• ให้ความคุ้มครองและคำแนะนำสำหรับเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกกระทำทารุณ หรือเด็กพิการ (เด็กๆ จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ)
• ผู้ปกครองสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ หลังจากภาวะฉุกเฉินผ่านไปแล้ว เด็กๆ อาจจได้รับอันตรายจากการเล่นแถวอาคารบ้านเรือนที่อาจพังลงมา

โปรแกรมกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะดำเนินไปโดยอาศัยความร่วมมือจากผู้ร่วมพันธกิจในท้องถิ่น เช่น กลุ่มชุมชน กลุ่มพัฒนาชาติ และโบสถ์ โดยอาสาสมัครท้องถิ่นและยุวชนจะร่วมกันทำกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ในขณะที่พวกเขาก็จะได้รับประโยชน์จากการปรึกษาหารือกับกลุ่มสนับสนุนของตนเอง ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความช่วยเหลือทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศ

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิฯ ไม่สามารถตั้งอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างถาวร ดังนั้นเราจึงจัดอบรมเพิ่มศักยภาพให้แก่เหล่าอาสาสมัครที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อที่จะสามารถดำเนินการได้เองหลังจากที่ทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญออกจากพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังมีงบประมาณสำหรับแต่ละศูนย์สำหรับการซื้ออุปกรณ์ เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องดนตรี เครื่องเขียน และอื่นๆ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้จะยังคงอยู่ที่ศูนย์พักพิงเมื่อมูลนิธิศุภนิมิตฯ ออกจากพื้นที่ไปแล้ว

นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้สร้างพื้นฐานกลไกการจัดการแบบดั้งเดิมของชุมชน โดยมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของเด็กกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และเพื่อนบ้าน ดังนั้น ศูนย์เพื่อนเด็กจึงเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ทุกวัยในชุมชน ด้วยการทำกิจกรรมทั้งในและนอกสถานที่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับทิ้งขยะ ห้องนำ อุปกรณ์ทำความสะอาด และน้ำดื่มสะอาด

back to top

ขอท่านร่วมแบ่งปันประสบการณ์ หรือเรื่องราวดีๆ ของศูนย์เพื่อนเด็ก

เรามีเรื่องราวที่น่าประทับใจ 3 เรื่องของศูนย์เพื่อนเด็กจะมาแบ่งปัน:

ณ ศูนย์พักพิง จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีผู้อพยพกว่า 4,000 คน โดยศูนย์นี้ได้ใช้สนามกีฬาขนาดใหญ่ของโรงเรียนจัดตั้งเป็นที่พักพิง ศูนย์เพื่อนเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับหลายครอบครัวผู้ประสบภัย อย่างเช่น เด็กชายโบ๊ต อายุ 9 ขวบ เป็นเด็กคนแรกที่มักจะมาเล่นที่ศูนย์เพื่อนเด็กเป็นคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้ายเสมอๆ คุณสุชัย (เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านศูนย์เพื่อนเด็กโดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ) เล่าให้ฟังว่า "ผมได้รับมอบหมายให้มาร่วมสังเกตการณ์เด็กๆ และพบว่าพวกเขามีความสุขในทุกๆ กิจกรรมจริงๆ เช่น การร้องเพลง วาดรูป แกะสลัก เล่านิทาน และกิจกรรมการละเล่นต่างๆ ผมรู้สึกว่าเด็กๆ เหล่านี้มีการแสดงออกที่ดีขึ้นมาก และเมื่อผมได้พบกับคุณยายของน้อง คือ คุณยายสมหวัง อายุ 69 ปี ที่ต้องเลี้ยงดูหลานชาย 3 คนด้วยตัวเอง เนื่องจากแม่ของเด็กๆ ทั้งสามคนหนีออกไปจากบ้าน ส่วนพ่อก็ติดยาและทิ้งครอบครัวไปนานหลายปีมาแล้ว คุณยายสมหวังได้รับเงินบำนาญจำนวน 500 บาท ต่อเดือน และมีรายได้เสริมคือการรับจ้างซักผ้า แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูหลานชายทั้งสามคน ซึ่งมีอายุ 9, 10, และ 12 ปี เธอเล่าให้ฟังว่า “ฉันไม่มีอะไรกินเป็นกับข้าวเลย นอกจากข้าวเปล่าราดด้วยน้ำปลาพริก อย่างน้อยที่ศูนย์พักพิงนี้ เด็กๆ จะได้มีอาหารกินทุกมื้อ และได้รับกำลังใจที่ดีจากศูนย์เพื่อนเด็ก เด็กๆ สนใจการแกะสลัก ได้รับของเล่น และของว่างที่มีประโยชน์ และฉันเห็นพวกเขามีความสุขจริงๆ พวกเขาแทบไม่อยากจะกลับบ้าน” เธอเล่าต่อว่า “เราไม่มีอะไรที่จะต้องให้กลับไป เราสูญเสียหมดทุกอย่าง ในคืนที่เราอพยพ เราหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านและได้รับการช่วยเหลือในที่สุด”

ผมประทับใจกับเรื่องราวของครอบครัวนี้ คุณยายเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยอีกหลายพันคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ผมดีใจมากที่ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบภับอย่างครอบครัวของคุณยายสมหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่หลังจากที่น้ำลดลงแล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายๆ ครอบครัวที่ยังคงต้องแบกภาระหนักในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ศูนย์พักพิง จังหวัดนนทบุรี - ผมได้พบกับฟาติมา และลูกชายอีกสี่คนของเธอซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กพิการทางสมอง คนโตอายุ 7 ขวบ และคนสุดท้องอายุเพียง 4 เดือนเท่านั่น ครอบครัวนี้ดูเหมือนจะยังไม่สามารถปรับตัวได้กับสภาพที่เป็นอยู่เช่นนี้ อย่างไรก็ดีแม้ว่าเธอต้องฝืนทำตัวให้เข้มแข็งสักเท่าไร แต่ก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ขณะที่เธอกำลังเล่าประสบการณ์ของครอบครัวให้ฟัง เธอเป็นอาจารย์ระดับวุฒิปริญญาโทซึ่งจบมาจากประเทศมาเลเซีย และสามีของเธอเป็นสถาปนิก ศูนย์เพื่อนเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้นำเอาความประทับใจมาให้เธอ เพราะอย่างน้อยลูกๆ ของเธอก็มีอะไรให้ทำตลอดวัน "เด็กๆ ลืมไปแล้วว่าเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย และเริ่มใช้ชีวิตอย่างร่าเริง" เธอกล่าว ในจังหวัดอุทัยธานี มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เพื่อนเด็กเคลื่อนที่ โดยทีมเจ้าหน้าที่ของเราได้ใช้เรือในการเดินทางไปยังศูนย์พักพิงจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเราได้จัดขึ้นในสามพื้นที่ โดยชาวบ้านท้องถิ่นรู้สึกปลื้มใจ และผู้ปกครองของเด็กๆ บางครอบครัว (ที่เลือกจะอยู่บ้าน ไม่อพยพไปยังศูนย์พักพิง) ก็ได้พาลูกๆ มาทำกิจกรรมที่ศูนย์พักพิงโดยเรือเพียงเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้รับความสุขสนุกสนานแม้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม

back to top

ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่นานเท่าไหร่

การฟื้นฟูสภาพให้กลับมาดังเดิมได้นั่นขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละพื้นที่ ในส่วนของที่ราบภาคกลาง ชุมชนบางแห่งพร้อมที่จะกลับบ้าน แม้ว่าจะต้องกลับมาเผชิญกับความเสียหายอย่างรุนแรง ส่วนพื้นที่อื่นๆ – เช่นทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ในหลายๆ กรณี การฟื้นฟูสภาพยังไม่สามารถเริ่มได้

การดำเนินการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ผ่านมานั่นจะใช้งบประมาณค่อนข้างมาก โดยปกติเมื่อสื่อมวลชนและการช่วยเหลือในภาคของทางการเมืองเริ่มหายไป ครอบครัวที่ประสบภัยจะต้องรับสภาพของปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งนั้นก็เป็นเวลาที่หน่วยงานอย่างพวกเราจะต้องเข้าไปช่วยเติมเต็มช่องว่างขนาดใหญ่ในสังคมนี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ครอบครัวผู้เดือดร้อนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และช่วยให้เด็กๆ สามารถที่จะกลับไปเรียนหนังสือได้อีกครั้ง

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ มูลนิธิฯ ได้วางแผนการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่โดยจะรวมถึง:

• อุปกรณ์ทำความสะอาด
• อุปกรณ์การเรียน
• การฟื้นฟูการดำรงชีพด้านเกษตรกรรม
• การซ่อมแซมโรงเรียน
• การฝึกอบรมเรื่องการลดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติของโรงเรียน
• การฝึกอบรมและสร้างโครงสร้างพื้นฐานความพร้อมรับมือต่อภัยพิบัติในชุมชน

การตอบช่วยเหลือในขั้นต่อไปของมูลนิธิฯ ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากนี้ มูลนิธิฯ จะยังคงให้ความสำคัญไปยังการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปในหลายจังหวัดจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่ประชาชนอีกหลายพันคนยังไม่สามารถกลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม มูลนิธิฯ จะเริ่มดำเนินงานฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ขั้นแรกในพื้นที่ๆ สถานการณ์อำนวย

back to top


บรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน







ศูนย์เพื่อนเด็ก