| เครือข่ายศุภนิมิตทั่วโลก ทุ่มทรัพยากรฟื้นฟูผู้ประสบภัยสึนามิ
เรื่อง:
โดยสมลักษณ์ คำแสน
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์การพัฒนาเด็กและองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ที่มีเครือข่ายการทำงานร่วมกับศุภนิมิตสากล ในอีก 90 ประเทศทั่วโลก งานบรรเทาทุกข์และงานฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย ถือเป็นภารกิจหลัก หนึ่งใน 6 ภารกิจสำคัญของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเนื่องมากว่า 32 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย และคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ระดมทรัพยากรทั้งภายในประเทศ และจากเครือข่ายร่วมพันธกิจศุภนิมิตสากล ทุ่มเททรัพยากรด้านทุนทรัพย์ บุคลากร เครื่องมือ ฯลฯ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ และจัดทำโครงการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย มีระยะเวลา 1-5 ปี คาดว่าจะใช้งบประมาณ 12 ล้านเหรียญสหรัฐใน 1 ปีแรก เพื่อช่วยผู้ประสบภัยจำนวน 326,272 คน ภารกิจสำคัญตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.47-31 ธ.ค. 48มุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ 4 ด้านหลัก คือ
ด้านการช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของผู้ประสบภัย มูลนิธิฯ ได้แจกอาหาร น้ำดื่มสะอาด นมผงเด็กเล็ก นมพร้อมดื่ม เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ชุดเครื่องครัว ชุดเครื่องนอน ถุงยังชีพบรรจุสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน ขันน้ำ เป็นต้น จัดบริการตรวจรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย ช่วยซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย สนับสนุนเต็นท์ที่พัก สร้างบ้านพักสร้างชั่วคราว ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในชุมชน สนับสนุนของเล่นเด็ก สร้างสนามเด็กเล่น พร้อมอุปกรณ์ จัดกิจกรรมบันเทิง สันทนาการและจัดทีมผู้เชี่ยวชาญไปให้คำปรึกษาด้านจิตใจ

ด้านการฟื้นฟูสภาพชุมชนและสังคม ดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก ป้องกันการใช้แรงงานเด็ก การลักลอบนำเด็กสู่กระบวนการค้ามนุษย์ สนับสนุนชุมชนในการดูแลเด็กกำพร้า และเด็กที่ได้รับผลกระทบจำนวน 9,745 คน โดยการปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 6 แห่ง สร้างศูนย์พัฒนาเด็ก 10 แห่ง สนับสนุนชุดเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียนแก่เด็ก 1,200 คน จัดศูนย์ดูแลสุขภาพอนามัย ให้การเลี้ยงดูเด็กเพื่อป้องกันเด็กขาดสารอาหาร 2 แห่ง ดำเนินงานด้านการป้องกันเอดส์ ป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ดูแลผู้สูงอายุ การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมในชุมชน และความปลอดภัยในชีวิต
ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจ ช่วยเหลือชาวบ้านจำนวน 620 ครอบครัว กลับสู่อาชีพมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิต จัดศูนย์ฝึกอบรมด้านอาชีพเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพอื่นของผู้ว่างงาน ให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก ฟื้นฟูภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมประมง
ด้านการฟื้นฟูและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหลัก มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะให้ความช่วยเหลือการสร้างบ้านถาวร 190 หลัง แหล่งน้ำสะอาดที่เป็นระบบถาวร 7-8 แห่ง สนับสนุนด้านสุขภาพอนามัยชุมชน บริการรถพยาบาลเคลื่อนที่ ดำเนินมาตรการเพื่อให้เกิดสุขลักษณะอนามัยที่ดี จัดสร้างศูนย์ฝึกอาชีพ และศูนย์เรียนรู้ชุมชน สร้างห้องสมุดให้ 3 โรงเรียนที่บ้านเขาหลัก สร้างโรงเรียนที่เกาะลันตา จ.กระบี่ ปรับปรุงโครงสร้างด้านการศึกษาพื้นฐาน ดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างด้านการสื่อสาร คมนาคม และเตรียมชุมชนเข้าสู่การพัฒนาชุมชนตามแนวทางของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ต่อไป
สึนามิทำลายและสร้างความสูญเสีย ศุภนิมิตฯมอบความหวังสู่คนเล็กน้อยที่สุด
ชุมชนมุสลิมที่บ้านในไร่ หมู่ 7 ต.นาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้าให้ความช่วยเหลือตั้งแต่สัปดาห์แรกในเรื่องอาหาร และน้ำดื่มสะอาด เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เครื่องแบบนักเรียน ที่พักชั่วคราว และได้จัดสร้างบ้านพักให้กับชาวบ้านในไร่ที่ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนกว่า 110 ครอบครัว จัดหาน้ำสะอาดให้มีอย่างเพียงพอในการบริโภค และชำระร่างกายในพิธีละหมาด นอกจาก สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันที่สูญหาย มูลนิธิฯ จัดหาทดแทน โดยเฉพาะเรื่องความจำเป็นของเด็กเล็ก และให้การสนับสนุนด้านการประกอบอาชีพเพื่อสามารถเริ่มต้นชีวิตได้อีกครั้ง

นางวันดี จิระดม แม่ลูก 3 คน กล่าวด้วยความดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือ ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ ขอบคุณศุภนิมิตฯ ตื้นตันใจมากที่มาช่วยเรื่องนมของเด็ก ดีใจมากที่ลูกไม่ต้องอด แม่อดได้ สงสารลูกยังเล็กอยู่ ลำบากมาก เพราะไม่ค่อยมีใครคิดถึงเด็กเล็ก ๆ
เธอและสามีรอดตายจากคลื่นยักษ์ แต่ทรัพย์สินทั้งหมดที่สร้างเนื้อสร้างตัวกว่า 10 ปี สูญหายไปพร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ เธอกล่าวว่า รู้จักชื่อของมูลนิธิศุภนิมิตฯ และจำได้แม่นยำ เพราะศุภนิมิตให้ในสิ่งที่ครอบครัวเธอต้องการมากที่สุด เมื่อเธอแจ้งความจำเป็นเรื่องกระติกน้ำร้อนและนมผงเด็กเล็กนี้แก่มูลนิธิศุภนิมิตฯก็ได้รับการตอบสนองทันที นอกจากนมผงเด็กเล็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นอกจากนี้ครอบครัวเธอยังได้รับอาหารสดสำหรับประกอบอาหารประจำวัน ข้าวสาร อาหารกระป๋อง น้ำดื่ม เครื่องครัว เครื่องนอน ลูกสาวคนโตได้รับชุดนักเรียน กระเป๋าหนังสือ เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้ว เมื่อได้แยกจากเต็นท์รวมมาอยู่เป็นสัดส่วนเฉพาะครอบครัว ทำให้มีเวลาปรึกษากันในครอบครัวมากขึ้น มีเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่จำเป็น ลูกสาวก็มีชุดนักเรียน
ความบอบช้ำและบาดแผลทางใจได้รับการเยียวยา
ภารกิจเร่งด่วนในการแจกอาหาร น้ำดื่มสะอาด บริการด้านยารักษาโรค และจัดที่พักอาศัย ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์แรก จนครบหนึ่งเดือนตามแผนงานให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคำนึงสภาพจิตใจของเด็กๆ ความบอบช้ำและความเจ็บปวดจากบาดแผลทางจิตใจของหญิงม่าย และผู้สูญเสียในเหตุการณ์ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจ ตลอดจนให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆ โดยจัดกิจกรรมบันเทิง และนันทนาการให้แก่เด็กและครอบครัวในพื้นที่ 4 จังหวัด
สานฝันบ้านหลังใหม่ให้กับเด็กกำพร้าและหญิงม่าย
มูลนิธิฯได้สร้างบ้าน 100 หลัง ห้องน้ำ 14 ห้อง โรงครัว อาคารอเนกประสงค์ งานระบบไฟฟ้า งานซ่อมรถจักรยานยนต์ และงานซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เหล่านี้คือภารกิจที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2548 ในโครงการสร้างบ้านพักหลังใหม่ ในบริเวณโรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ให้แก่ชาวบ้านน้ำเค็มหมู่ 2 ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างบ้าน ค่าตอบแทนช่าง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ โรงเรียนสงขลาเทคโนโลยี สนับสนุนอาจารย์และแรงงานจากนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 และนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 จากแผนกช่างไฟฟ้า แผนกช่างยนต์ รุ่นละ 35 คน โดยมีอาจารย์ดูแล 5 ท่าน หมุนเวียนกันมาทำงานช่วยการสร้างบ้านและซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับชาวบ้าน อาสาสมัครบางส่วนเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนช่างผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างเป็นช่างชาวบ้านจากนครศรีธรรมราช บางส่วนเป็นผู้ปกครองเด็กในความอุปการะอำเภอเชียรใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช
อาจารย์นิกร ดุกสุกแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป โรงเรียนสงขลาเทคโนโลยี กล่าวแสดงความยินดีที่มีส่วนในงานนี้ ได้มาช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อน ดีใจครับ นักศึกษามาที่นี่ทุกคนเต็มใจช่วยเหลือเต็มที่ แม้ว่าช่วงแรกอาหารไม่เพียงพอ แต่เมื่อมูลนิธิศุภนิมิตฯ จ้างแม่ครัวทำอาหาร คนทำงานก็ได้กินอิ่ม เดี๋ยวนี้ดีมาก
โรงเรียนสงขลาเทคโนโลยี ตั้งใจมาเปิดหน่วยซ่อมรถจักรยานยนต์ แต่ยังไม่ลงตัว จนกระทั่งมูลนิธิฯ ประสานงานผ่านทางสมาคมอาชีวศึกษาฯ จึงได้มาร่วมงานกับมูลนิธิฯ ซึ่งเขาได้กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานร่วมกันว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำงานเป็นระบบ ดูลึกถึงรายละเอียดว่าจะทำให้งานยั่งยืนได้อย่างไร ไม่เพียงทำแบบฉาบฉวย ซึ่งผมว่างานพัฒนาต้องทำแบบนี้ ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ทำงานได้ดีและรวดเร็วทันเวลา

นายเวียง บัวเมือง อายุ 48 ปี ผู้ปกครองเด็กในความอุปการะอำเภอเชียรใหญ่ ซึ่งมาร่วมสร้างบ้านด้วยกล่าวว่า ผมมา 2 ครั้งแล้ว รู้สึกสงสาร อยากมาช่วย ครั้งแรกอยู่ 8 วัน กลับไปเกี่ยวข้าว พอรู้ว่าศุภนิมิตตามช่างอีก ก็กลับมา ขอบคุณศุภนิมิตที่ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการเรียนลูกชาย ช่วยมา 2 ปีแล้ว ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ดีมาก ศุภนิมิตฯ ช่วยชาวบ้านได้มาก
สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2548 บ้านหลังใหม่ จำนวน 80 หลังก็พร้อมต้อนรับครอบครัวซึ่งได้ย้ายจากเต็นท์ชั่วคราว บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง และครอบครัวของหงส์ ก็เป็นครอบครัวหนึ่งจากบ้านน้ำเค็ม เข้าอยู่ในบ้านหลังใหม่ได้ประมาณเดือนเศษแล้ว ทุกคนมีความสุข มีรอยยิ้มมากขึ้น รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดเหมือนก่อน

นางบัวขาว บุตรราช แม่ของหงส์ กล่าวแสดงความรู้สึกว่า ดีใจ ที่มีอยู่บ้าน มีที่อยู่ที่กิน ถ้าไม่มาช่วย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ตัวเราไม่เหลืออะไร ขอบคุณมากๆ ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ งานสร้างบ้านพักชั่วคราว มีเป้าหมายทั้งหมด 802 ยูนิต เพื่อรองรับผู้ประสบภัย 802 ครอบครัว ทั้งนี้ผู้ประสบภัยใน 4 จังหวัดได้เข้าพักอาศัยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
ซ่อมเรือ คืนอาชีพให้ชาวประมง
งานอีกด้านหนึ่งซึ่งทำควบคู่กับงานสร้างบ้าน คืองานฟื้นฟูอาชีพประมง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ให้การสนับสนุนวัสดุ และอุปกรณ์ ในการทำลอบดักปู ให้แก่ชาวบ้านที่ประสบภัย โดยสมาชิกเริ่มต้นของกลุ่ม ถักลอบดักปู มีจำนวน 22 ครอบครัว นายสมชาย เหมทานนท์ เล่าว่า ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ถักอวน ได้แก่ เชือก ลวด มีดตัดอวน เพื่อจัดทำอวนในการจับปูดำ ครอบครัวละ 60 ชุด เป็นเงินประมาณ 4,200 บาทต่อครอบครัว เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ประมาณวันละ 200-300 บาท ในระหว่างที่ยังไม่สามารถออกเรือประมงได้
นางสุทธิศา ป้องกัน แม่ของเด็กหญิงวัย 5 ปี สมาชิกกลุ่มฯ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาอยู่บ้านศุภนิมิต ไม่ต้องนอนเต็นท์นอนตากแดด ช่วยเหลือทุกอย่างที่จำเป็น ทำให้มีกำลังใจสู้ชีวิตต่อ ขอบคุณมาก
มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้มอบเครื่องมือประมง ให้ 22 ครอบครัวที่จังหวัดภูเก็ต
นายสมศักดิ์ มะยิ วัย 36 ปี ชาวประมงบ้านบางเทา หมู่ 3 ต.เชิงทะเล อำเภอถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เป็นธรรมดาของชีวิตที่ตนเองและครอบครัวต้องต่อสู้ ยังดีอยู่มากที่ศุภนิมิตให้อวน ขอบคุณมากๆ อย่างน้อยก็พอจะเริ่มต้นได้แล้ว คิดว่าจะทำงานเก็บเงินให้ลูกเรียนหนังสือเท่าที่เขาจะเรียนได้ ตั้งใจจะหาปลาแถวทะเลภูเก็ตสัก 5 ปี แล้วจะกลับบ้านที่สงขลา
นายสมศักดิ์ หาญทะเล วัย 39 ปี ชาวประมงที่บ้านแหลมตุ๊กแก อ.เมือง จ.ภูเก็ต หนึ่งในครอบครัวที่ได้รับอุปกรณ์ในการถักอวน กล่าวด้วยรอยยิ้มและความหวังที่จะได้ออกทะเลอีกครั้ง ผมดีใจมากที่มาช่วยจริงๆ เมื่อก่อนมาถามไม่รู้กี่หน่วย ส่งไปก็เงียบหมด แต่ศุภนิมิตฯ ช่วยจริงๆ ดีใจ ถ้าทำอวนเสร็จแล้ว จะออกทะเลอีกแน่
มูลนิธิศุภนิมิตฯ หวังว่าจะนำชีวิตใหม่ ที่เปี่ยมด้วยพลังความหวัง กลับคืนสู่ผู้ประสบภัยในเร็ววันนี้ ตลอดจนการช่วยเหลือเด็กกำพร้า และเด็กที่ได้รับผลกระทบกว่า 5,000 คน ใน 5 จังหวัด ซึ่งมูลนิธิฯ เตรียมเปิดโครงการอุปการะเด็ก ช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบให้ได้เรียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง โดยจะสำรวจข้อมูลการช่วยเหลือเพื่อนำการช่วยเหลือที่เหมาะสม ไม่ซ้ำซ้อนกับความช่วยเหลือของหน่วยงานอื่น
|