Home > วารสารศุภนิมิต >วันนี้ของเขา/เธอ
วารสารศุภนิมิต
  จากใจผู้อำนวยการ
  เรื่องเด่นประจำฉบับ 
  รายงานพิเศษ
  ข่าวกิจกรรม
  ข่าวผู้ให้การสนับสนุน
  เยี่ยมงานโครงการ
  วันนี้ของเขา/เธอ
วันนี้ของเขา

นิกร ด้วงทรง
เส้นทางชีวิตคุณภาพบนความพอเพียง


โดย สมลักษณ์ คำแสน


นิกร ด้วงทรง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน6 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดูแลงานเศรษฐกิจและสังคมมหภาค งานยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคและกลุ่มจังหวัดภาค และงานติดตามประเมินผลการพัฒนาภาค สำหรับจัดทำแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

งานสำคัญที่นิกรทำอยู่คืองานด้านพัฒนาสังคม โดยทำการศึกษาประเด็นสำคัญของภาค เช่น ข้อมูลด้านประชากร ความยากจน การศึกษา และสาธารณสุข เป็นต้น โดยมีประเด็นที่พอจะยกเป็นตัวอย่างได้ อาทิ ด้านประชากร พบว่า โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป ส่งผลให้มีแนวโน้มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอัตราที่เร็วมาก โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีอัตราเร็วมากกว่าระดับประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นต้อ ง วางแผน กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการเตรียมพร้อมคนไทยก่อนเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

นิกร คุณพ่อลูกสอง วัย 35 ปี อดีต เป็น เด็กในความอุปการะ ของ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการอุปการะเด็กหมู่บ้านสันต้นม่วงใต้ ต.สันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เล่าชีวิตในวัยเด็กว่า ครอบครัวฐานะปานกลาง ทางบ้านประกอบอาชีพค้าขายพืชผลทางการเกษตร แต่ประสบปัญหาขาดทุน ครอบครัวล้มละลาย ติดหนี้สินจำนวนมาก พี่น้อง 3 คน ต้องแยกกันไปอยู่กับญาติ ส่วนนิกรได้รับช่วยเหลือโดยย้ายมาอาศัยอยู่กับอาจารย์สุขใจ บุญมา ผู้รับใช้พระเจ้า ในเวลานั้นมูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดโครงการอุปการะเด็กขึ้น เขาจึงได้รับการคัดเลือกเข้าในโครงการ โดยความช่วยเหลือของคุณรัศมี วรรณเกียรติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เชียงใหม่ ในช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาล้มละลายพอดี มูลนิธิศุนิมิตฯ ได้ ช่วยเหลือด้านการศึกษา โดยสนับสนุน ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระ ทำให้มีความพร้อมในระดับหนึ่ง สามารถศึกษาต่อเนื่องตั้งแต่เรียนชั้น ป.5 จนจบปริญญาตรี

“ ถ้าได้พบผู้อุปการะชาวออสเตรเลีย อยากขอบคุณเขา ประทับใจเขาจริงๆ แม้เขาไม่พร้อมและมีภาระอื่น ยังส่งเสียเราอีก ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อยากขอบคุณเขามาก ๆ ที่ผมมีวันนี้ได้ ”

นิกรเป็นคนขยันเรียนและมีผลการเรียนดีสม่ำเสมอ สร้างความชื่นใจให้กับผู้อุปการะ และคนอื่นที่มีส่วนสนับสนุนเขา และเมื่อสอบเอนทรานซ์เข้าเรียนคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สำเร็จ มูลนิธิฯจึงยังคงให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องปีละ 3,000 บาท จนจบปริญญาตรี

การช่วยเหลือที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นทุนเริ่มต้นให้เขาไขว่คว้าปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ.2542 ได้สำเร็จ ขณะที่ทำงานอยู่ กับ บริษัทที่ปรึกษา ด้านการผังเมืองและจีออกราฟิกอินฟอเมชัน ซิสเตมที่กรุงเทพฯ

“ ถ้าย้อนนึกดูชีวิตผม เหมือนกับว่าพระเจ้ารู้จัก และเลือกผมมาตั้งแต่เด็ก การเตรียม การ เป็นไปทีละขั้น ไม่ใช่แบบว่าลอยมา พ่อแม่ไม่ต่อต้านเลย เพราะรู้ว่ามาทางที่ดีแล้ว ไม่เกเร ทุกครั้งที่อธิษฐาน พระเจ้าตอบ การย้ายกลับมาอยู่เชียงใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมทิ้งใบสมัครกับสภาพัฒน์ฯไว้ 2 ปี คือขึ้นบัญชีไว้ พอถึงจังหวะนั้นเขาก็ยกบัญชีทั้งหมดทิ้งเลย เปิดให้สอบใหม่ ก็ไปสอบพร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน ผมติดมาคนเดียว ดีใจมาก และก็ได้ย้ายมาทำงานที่สภาพัฒน์ฯ รับราชการมา 5 ปี แล้วครับ ”

โครงการอุปการะเด็กมีความหมายต่อเขาและเด็กอีกจำนวนมาก เขากล่าวว่า

“ การให้ทุนเพื่อพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญมาก เราศึกษาเรื่องความยากจน พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เขายากจน คือ เขาขาดการศึกษาทั้งในระบบ หรือ นอกระบบ มูลนิธิศุภนิมิต ฯ ก็ไม่ได้ให้แบบเต็มสมบูรณ์แบบ แต่ให้บางส่วน ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี ถ้าให้ทุกอย่างคนจะไม่กระตือรือร้น ผมว่าเขาเองก็ต้องมีส่วนในการช่วยเหลือตนเองด้วยครับ ”

ทุกวันนี้ นิกรมีความภาคภูมิใจในงานสำคัญที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ เขาคิดว่าตนมีโอกาสดีกว่าอีกหลายคน จึงไม่ละทิ้งโอกาส ทาง การศึกษา การศึกษาจึงช่วยยกระดับฐานะ ชีวิตความเป็นอยู่ การงาน และสังคมจากเด็กชนบทคนหนึ่ง มาสู่วันนี้ ที่เป็นวันแห่งความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง เขามีความสุข พอใจที่สามารถเลือกคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัว นิกรกล่าวทิ้งท้ายว่า ครอบครัวเขาให้ความสำคัญกับ ความ ซื่อสัตย์ คิดถึงข้อพระคัมภีร์ที่เตือนใจให้เราเป็นคนซื่อสัตย์ ที่สำคัญเป็นคนซื่อสัตย์ในหน้าที่การงานและการติดตามพระเจ้าด้วย

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตระหนักและให้คุณค่าเรื่องการพัฒนาคนจากรุ่นหนึ่ง สู่รุ่นต่อมา ตลอด ระยะ 32 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียง นิกรคนเดียว ยังมีเพื่อนรุ่นเดียวกันซึ่งได้รับโอกาสเรียนจนจบ ปริญญาเอก แล้ว ทำงานรับราชการอยู่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขณะนี้มีเด็กในความอุปการะกว่า 9 หมื่นคนกำลังเติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิต สู่สังคม ที่มีอนาคตที่ดี
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2544-2546 มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
กรุณาส่งคำแนะนำ หรือคำติชมของท่านมาที่
webmaster@worldvision.or.th
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ info@worldvision.or.th