|
เกษตรลดสารพิษ
: วิถีใหม่ของเกษตรกรควนเนียง
เรื่องและภาพโดย เรื่องและภาพโดย สุมาลี
แซ่เตีย
เมื่อคุณลุงแพรว มิสรัง เกษตรกรวัย
46 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านยางงาม ต.รัฐภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา สังเกตดูต้นพริกที่แคระแกร็น
ใบเหี่ยวซีด ออกผลช้า ซึ่งตนเองปลูกด้วยวิธีการดั้งเดิมเช่นเดียวกับที่เกษตรกรส่วน
ใหญ่นิยมปลูก กับต้นพริกที่กำลังเจริญเติบโตและแข่งกันออกผลรอ การเก็บเกี่ยวที่ตน
ทดลองปลูกด้วยวิธีการลดการใช้สารพิษทางการเกษตร ลุงแพรวก็รู้ทันทีว่าเกษตรแนวใหม่ที่ได้เรียนรู้มานั้นจะสามารถเปลี่ยน
แนวคิดและวิถีการดำเนินชีวิตของตนได้อย่างแน่นอน
ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้
แต่ก็อยากจะลองดู ก็เลยลอง ปลูกตามอย่างที่เขาแนะนำมา ก็ได้ผลผลิตดีกว่าที่คิดไว้
คุณลุงแพรวพูดถึงต้นพริกที่ตนเองทดลองปลูกในพื้นที่เดียวกันเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการปลูกผักทั้ง
2 แบบ
เมื่อกลางปี
พ.ศ. 2544 ลุงแพรวได้รับการอบรมความรู้เรื่องการลดการใช้สารพิษทางการเกษตรภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรกรลดการ
ใช้สารพิษทางการเกษตร ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยทางการเกษตรนานาชาติแห่งประเทศออสเตรเลีย
(ACIAR) โดยความร่วมมือของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ลุงแพรวได้เรียนรู้มาว่าการปลูกพืชแบบลดการใช้สารพิษนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูก
สามารถทำให้พืชผักที่ปลูกเจริญเติบโต เกิดดอกออกผลได้ไม่แพ้พืชที่ใช้สารเคมี
ผักผลไม้ที่ได้มาก็ไม่มีสารพิษตกค้าง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
จากประโยชน์นานานัปการเหล่านี้ได้จุดประกายความคิดให้คุณลุงแพรวอยากจะทดลองปลูกพืชผักด้วยวิธีการนี้ดูบ้าง
 |
ด้วยเงินลงทุนครั้งแรกประมาณหมื่นกว่าบาท
คุณลุงแพรวได้จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น พลาสติกคลุมแปลงผัก
สายแบนสีดำสำหรับส่งน้ำ ปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ ขั้นแรกลุงแพรวต้องเตรียมปรับสภาพดินให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูก
จากนั้นจึงลงปุ๋ย วางระบบน้ำ โดยฝังสายแบนไว้บนแปลงผัก ซึ่งสายแบนนี้จะมีรูให้น้ำซึมผ่านได้
ใช้เป็นท่อส่งน้ำสำหรับรดน้ำและปุ๋ยน้ำชีวภาพให้กับพืชผัก จากนั้นจึงคลุมแปลงผักด้วยพลาสติกคลุมแปลงผัก
ซึ่งด้านนอกเป็นสีบรอนซ์สะท้อนแสงมีคุณสมบัติสามารถป้องกัน แมลงไม่ให้เข้ามากัดกินต้นอ่อนของพืชและป้องกันวัชพืชไม่ให้
ขึ้นมาปกคลุมหน้าดิน ด้านในเป็นสีดำเก็บความชื้นได้ดี พลาสติกคลุมแปลงผักนี้สามารถย่อยสลายเองได้ในระยะเวลา
1 ปี เมื่อเตรียมดินเสร็จสิ้นแล้วจึงลงเมล็ดที่ได้เตรียมเพาะไว้็
ลุงแพรวได้เล่าให้ฟังว่า
การปลูกพืชแบบนี้ได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาแหล่งน้ำและสภาพดินที่ใช้เพาะปลูก
เนื่องจากไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดศัตรูพืช ทำให้คูน้ำที่ตนขุดไว้ข้างแปลงผักสามารถเลี้ยงปลาไว้กินเองและขายได้อีกด้วย
การปลูกพืชแบบลดการใช้สารพิษนี้นอกจากจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและชีวิตของผู้บริโภคแล้ว
ยังช่วยย่นระยะเวลาและประหยัดแรงงานไปได้มาก เช่น เมื่อถึงเวลารดน้ำผักหรือให้ปุ๋ยน้ำ
ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั๊กไฟฟ้าที่ระบบจ่ายน้ำ น้ำในบ่อข้างแปลงผักก็จะถูกสูบขึ้นมาไปตามสายแบนที่ถูกฝังอยู่บนแปลงผัก
ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าใช้สายยางรดน้ำตามปกติต้องใช้เวลาถึง
6 ชั่วโมง ทำให้ตนเองมีเวลาอยู่กับลูกๆ ได้มากขึ้น ผลผลิตก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ในระยะแรกลุงแพรวทดลองปลูกพริกเพียงอย่างเดียวบนพื้นที่ประมาณ
2 งาน ต่อมาจึงได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันลุงแพรวได้ปรับพื้นที่ของเพื่อนบ้านประมาณ
1 ไร่ ซึ่งถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร มาปลูกพืชผักต่างๆ เช่น
ข้าวโพด พริก ถั่ว แตงกวา ทำให้ลุงแพรวมีรายได้เสริมเดือนละประมาณ
3,000 บาท บวกกับรายได้หลักที่ได้จากการกรีดยางขายก็ทำให้ครอบครัวมีกินมีใช้ได้อย่างไม่ขัดสน
คุณลุงเล่าว่าแม้ต้นทุนการทำเกษตรปลอดสารพิษยังสูงไปบ้าง
ทำให้ผักที่ปลูกได้มีราคาแพงกว่าผักที่ใช้สารเคมี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความปลอดภัย
และความต้องการที่กำลังเพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงสุขภาพแล้ว
ผักปลอดสารพิษก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ์
นอกจากลุงแพรวจะเป็นผู้บุกเบิกการทำเกษตรลดสารพิษรุ่นแรก
ในหมู่บ้านของตนแล้ว ประสบการณ์กว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำให้ลุงแพรวต้องการถ่ายทอดความรู้ในการทำ
เกษตรปลอดสารพิษ ให้กับคนรุ่นหลัง จึงเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านยางงามมาศึกษา
และลงมือทำ การเกษตรลดสารพิษ ในแปลงผักของตน โดยมุ่งหวังว่าเด็กๆ เหล่านี้จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านได้
เชื่อแน่ว่าในอีกไม่นานชาวบ้านทุกยางงามทุกครอบครัวจะมีผักสด
สะอาด ปลอดสารพิษไว้รับประทาน และขายเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวแน่นอน
|