สามารถติดต่อเราผ่านช่องทาง

LINE



การเปลี่ยนแปลงดำเนินไป ยากจะบอกได้ถึงอนาคต

“จันทร์ฉาย” เด็กหญิงเชื้อสายไทใหญ่ วัย 12 ปี อาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวคนละพ่อวัย 6 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคลมชัก บ้านของจันทร์ฉายอยู่บนดอยแม่สลอง จ.เชียงราย ใน ‘ห้อง’ กว้างเท่าฟูก 5 ฟุต ห้องเล็กๆ ในบ้านที่เจ้าของแบ่งให้เช่า เด็กหญิงคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างมืดมนกับความยากไร้ ดั่งดวงจันทร์ในคืนอับแสง

ครอบครัวบอบช้ำกับความทรงจำแสนเจ็บปวด

“จันทร์ฉาย” สูญเสียพ่อที่ป่วยจากโรคมาลาเรีย เมื่ออายุได้เพียง 2 ขวบ จึงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูจากแม่เพียงคนเดียว แม่ของจันทร์ฉายเป็นชาวไทใหญ่ที่อพยพหนีความไม่สงบและความอดอยากมาจากรัฐฉาน เมียนมา เพื่อหวังที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่เพราะไม่มีความรู้ โอกาสเดียวที่จะทำให้แม่เลี้ยงดูจันทร์ฉายให้รอดชีวิตได้คือ ความขยัน ใช้แรงกายเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถทำงานได้ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าไปรับจ้างทำงานหนักในไร่ชา และไร่ข้าวโพดเพื่อแลกกับค่าแรงเพียง 90 บาทต่อวัน ค่าแรงอันน้อยนิดของแม่พอประทังให้ทั้งครอบครัวมีอาหารกินพอได้รอดชีวิตไปในแต่ละวัน

ไม่กี่ปีหลังจากพ่อเสียชีวิต แม่แต่งงานอีกครั้งกับสามีใหม่ชาวเมียนมา และมีน้องสาวให้จันทร์ฉาย 1 คน พร้อมๆ กับความหวังที่ครอบครัวจะได้มีผู้นำและช่วยกันทำมาหากิน แต่พ่อเลี้ยงของจันทร์ฉายนอกจากจะไม่ทำงานแล้วยังติดสุรา เมาหนัก ใช้กำลังและความรุนแรงทำร้ายทุกคนในบ้าน

เหมือนจันทร์อ่อนแรง...รอวันให้แสงได้ฉาย

ตอนนี้จันทร์ฉายใกล้จะจบชั้น ป.6 แล้ว จันทร์ฉายรู้ดีว่าตนเองเรียนไม่เก่ง ผลการเรียนปานกลาง แต่ก็ไม่เคยลดละความตั้งใจกับการเรียน “บ้านหนูจน หนูเลยต้องขยันมากๆ ค่ะ” เงินค่าขนมที่ได้ จันทร์ฉายจะนำไปหยอดกระปุกเก็บเอาไว้ซื้อชุดนักเรียนใหม่แทนชุดเดิมที่เก่าจนเพื่อนล้อ ...ถ้าจันทร์ฉายได้เรียนต่อชั้นมัธยมในปีหน้า เธอจะได้มีชุดนักเรียนใหม่โดยไม่ต้องกวนเงินจากแม่

จันทร์ฉายยังเรียนภาษาจีนเพิ่มหลังโรงเรียนเลิกด้วย บนดอยแม่สลองมีคนใช้ภาษาจีนกันมาก มีโรงเรียนสอนภาษาจีนให้เด็กๆ ในตอนเย็น “แม่ต้องทำงานเพิ่มขึ้นเพื่อหาค่าเรียนส่งให้หนู แม่บอกว่าอยากให้หนูเรียนและรู้อะไรหลายๆ อย่าง โตขึ้นหนูจะได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องอดและลำบากแบบแม่”

จันทร์ฉายตั้งความหวังว่าจะมีโอกาสและมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้จากการรู้ภาษาจีน “หนูอยากเป็นครูสอนภาษาจีน หนูจะเก็บเงินสร้างบ้านให้แม่” โดยยอมแลกกับการเข้าชั้นเรียนช่วงเย็น เลิกเรียนมืดค่ำ และการต้องเดินกลับบ้านที่สองข้างทางทั้งเปลี่ยวและมืดสนิท มีเพียงแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กๆ เท่านั้นที่ช่วยให้พอมองเห็นหนทางกลับบ้าน


จันทร์ฉายวาดภาพความฝันของเธอลงบนกระดาษสีขาว...ภาพบ้านในฝันหลังเล็กๆ
พอให้จันทร์ฉายแม่และน้องสาวได้อาศัยอยู่ด้วยกัน...ทั้งครอบครัว

จันทร์ฉายและเด็กยากไร้อีกจำนวนไม่น้อยต่างมีความฝัน ตั้งความหวังที่จะมีชีวิตที่ก้าวพ้นจากความยากไร้ แต่ความขาดแคลนที่จันทร์ฉายและเด็กยากไร้เหล่านี้กำลังเผชิญอยู่ ปิดบังโอกาสในการ ก้าวเดินสู่หนทางชีวิตเพื่อวันข้างหน้าที่ดีขึ้น ความช่วยเหลือจาก “ท่าน” จะเปรียบเสมือนแสงสว่างช่วยนำทางและสร้างโอกาสให้พวกเขา การบริจาคเงินอย่างต่อเนื่องเดือนละ 600 บาท ผ่าน “โครงการอุปการะเด็ก” จะช่วยให้เด็กยากไร้ได้รับการสนับสนุน เรื่องการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ได้รับการดูแลด้านโภชนาการและสุขภาพอนามัยอย่างเหมาะสมตลอดจนการสนับสนุน ให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


กรุณากรอกรายละเอียดของท่าน

1. ข้อมูลส่วนตัวของท่าน  


ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย)*
นาย นาง นางสาว
ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)*
Mr. Mrs. Miss
วันเกิด
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้*
โทรศัพท์*
 
2. รายละเอียดการอุปการะของท่าน
ต้องการอุปการะเด็ก
ต้องการเพิ่มเด็กในความอุปการะ

การจ่ายเงินสำหรับการอุปการะเด็กของข้าพเจ้า
600 บาท/คน/ทุกเดือน
1,800 บาท/คน/ทุก 3 เดือน
3,600 บาท/คน/ทุก 6 เดือน
7,200 บาท/คน/ทุกปี
3. วิธีการนำส่งเงินบริจาคของท่าน
ออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต เป็นการชำระเพียงครั้งเดียว ต้องทำรายการใหม่ทุกครั้ง ดาวน์โหลดคู่มือการลงทะเบียนบัตรเดบิตออนไลน์

โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อของท่าน ส่งมายังมูลนิธิฯ
ที่ Line@ id : @worldvision-thai หรือทางโทรสาร 02-022-9203 ถึง 5 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-9200 ถึง 2

4. ข้อเสนอแนะหรือข้อมูลของท่านที่ต้องการแจ้งให้ทราบ
เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตฯสามารถนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้