สามารถติดต่อเราผ่านช่องทาง

LINE



“…เป็นเจ้าหญิงแล้วจะได้กินน่องไก่ทุกวันค่ะ”

คำตอบใสซื่อของ ‘น้องป๋อง’ เด็กหญิงชนชาติกะเหรี่ยงแดน บนภูเขาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอบเมื่อเธอวาดรูปเจ้าหญิงในนิทานที่เด็กๆ หลายคนอยากเป็น เพราะมีทั้งวังที่สวยงาม และเพชรนิลจินดา แต่สิ่งที่น้องป๋องต้องการมีเพียงน่องไก่ให้เธอกินทุกวัน เพราะเด็กหญิงแทบไม่ค่อยได้กินเนื้อสัตว์ แม้แต่หมูที่ชอบก็จำไม่ได้แล้วว่ามีกินในบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาหารง่ายๆ ที่หาได้จากป่าจากห้วย ทั้งกุ้งน้ำจืด หอยขม ปูนา ปลาเล็กปลาน้อย หรือลูกอ๊อด ตัวอ่อนแมลงปอก็พอทำให้อิ่มได้

เจ้าหญิงผู้ไม่เคยสมบูรณ์ กับวังไม้ไผ่ริมลำห้วย

บ้านหลังเล็กของป๋องปลูกบนที่ดินของลุงติดกับภูเขา ตัวบ้านสร้างจากไม้ไผ่สับ มุงด้วยหญ้าคา ภายในยกพื้นตามแบบบ้านกระเหรี่ยง ต้องขอต่อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน บางวันก็มีไฟใช้ บางวันก็ไม่มี ด้วยอยู่บนภูเขาจึงยังไม่มีประปาเข้าถึง และแม่ไม่มีเงินซื้อท่อต่อเข้ามา เวลาปวดท้องก็ต้องวิ่งไปเข้าห้องส้วมบ้านยายที่อยู่ถัดไปราว 200 เมตร

แม่เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว ตั้งแต่พ่อแยกทางกับแม่ ข่าวร้ายที่เข้ามาซ้ำเติมครอบครัวของป๋องก็คือยายเป็นมะเร็งเต้านม ต้องได้รับการผ่าตัดและการรักษาอย่างต่อเนื่อง ภาระทุกอย่างจึงตกเป็นของแม่ แม้ป๋องเองจะยังไม่สามารถทำงานได้ แต่เด็กหญิงก็อาสาช่วยงานแม่ตามกำลังน้อยๆ ที่ตัวเองมี


เจ้าหญิงกับพร 3 ข้อ

พร 3 ข้อ ในนิทานที่หลายคนอยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเองในชีวิตจริง และป๋องก็เช่นเดียวกัน พรสิ่งแรกที่ป๋องจะขออย่างไม่ลังเลเลยคือ “ขอให้แม่มีความสุขค่ะ” เพราะแม่คือทุกสิ่งในชีวิต ป๋องเห็นแม่ร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ เธอถามแม่ว่าร้องไห้ทำไม แม่ตอบว่า ร้องเพราะไม่มีเงิน เด็กหญิงตัวน้อยก็ให้คำมั่นว่า เธอจะประหยัด เงินไปโรงเรียน 10 บาท จะใช้เพียง 5 บาทเท่านั้น เพื่อเอาอีกครึ่งหนึ่งมาหยอดกระปุกออมสินที่บ้าน

พรข้อที่ 2 ขอให้หนูรวยค่ะ ป๋องคิดว่า ถ้าเธอรวยทุกคนในบ้านก็จะสบาย เธอก็จะได้เรียนหนังสือเป็นครูตามความฝัน ซึ่งเป็นความฝันที่ต้องปรับเปลี่ยนไปจากความฝันแรกที่อยากสวมชุดขาวเป็นนางพยาบาล เพราะเด็กน้อยตระหนักดีว่าครอบครัวเธอคงไม่มีกำลังส่งเสียให้เรียนได้ เด็กหญิงจึงบอกกับแม่ว่า “ถ้าจะเป็นพยาบาล แม่จะมีตังค์ส่งเหรอ หนูเป็นครูดีกว่าเนาะ”

พรข้อสุดท้ายของป๋องคือ “ขอให้ครอบครัวเรารักกันค่ะ” เพราะดูเหมือนว่าทุกคนในบ้านไม่ค่อยมีเวลา เธอต้องไปโรงเรียนและจับจั๊กจั่นให้ยายทอดกินในวันหยุด ส่วนคนอื่นๆ ในครอบครัวก็ไปทำงานหาเลี้ยงปากท้อง การได้อยู่กันพร้อมหน้าอย่างมีความสุขจึงเป็นไปได้ยาก ความสุขที่หายไปเพราะการดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิต คือสิ่งที่น้องป๋องต้องการ และด้วยสภาพความยากไร้ของครอบครัวงความหวังนั้นคงยากจะเป็นจริงได้


เรื่องของอนาคต ตอนจบที่รอการเขียนต่อ


นิทานอาจจะมีตอนจบที่ไม่สวยงามเหมือนกับเจ้าหญิงที่เธอวาดฝันไว้
หากไม่ได้รับความสนับสนุนและช่วยเหลือจาก “ท่าน”
โปรดอุปการะเด็กยากไร้สักคน ผ่านโครงการอุปการะเด็ก เพียงวันละ 20 บาท
จะเป็นส่วนเติมเต็มให้นิทานของเด็กยากไร้จบอย่างสวยงาม

กรุณากรอกรายละเอียดของท่าน

1. ข้อมูลส่วนตัวของท่าน  


ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย)*
นาย นาง นางสาว
ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)*
Mr. Mrs. Miss
วันเกิด
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้*
โทรศัพท์*
 
2. รายละเอียดการอุปการะของท่าน
ต้องการอุปการะเด็ก
ต้องการเพิ่มเด็กในความอุปการะ

การจ่ายเงินสำหรับการอุปการะเด็กของข้าพเจ้า
600 บาท/คน/ทุกเดือน
1,800 บาท/คน/ทุก 3 เดือน
3,600 บาท/คน/ทุก 6 เดือน
7,200 บาท/คน/ทุกปี
3. วิธีการนำส่งเงินบริจาคของท่าน
ออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต เป็นการชำระเพียงครั้งเดียว ต้องทำรายการใหม่ทุกครั้ง ดาวน์โหลดคู่มือการลงทะเบียนบัตรเดบิตออนไลน์
โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) - ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม word หรือ pdf
         ธนาคารกรุงเทพ สาขาทองหล่อ เลขที่บัญชี 206-0-43600-9
         ธนาคารกรุงไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 053-1-10632-2
         ธนาคารกสิกรไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 059-2-40974-7
         ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 078-2-00965-5
         ธนาคารทหารไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 152-2-00300-1
         ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท 63 เลขที่บัญชี 361-1-02033-3
         ธนาคารยูโอบี สาขาทองหล่อ เลขที่บัญชี 801-107-026-4

เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อของท่าน ส่งมายังมูลนิธิฯ
ที่ Line@ id : @worldvision-thai หรือทางโทรสาร 02-022-9203 ถึง 5 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-9200 ถึง 2

4. ข้อเสนอแนะหรือข้อมูลของท่านที่ต้องการแจ้งให้ทราบ
เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตฯสามารถนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้