สามารถติดต่อเราผ่านช่องทาง

LINE



หากเปรียบชีวิตของคนๆ หนึ่งเป็นท้องฟ้าตลอดช่วงเวลาตั้งแต่เล็กจนโต คงมีทั้งวันฟ้าใส และวันที่ฟ้ามืดทุกข์ท่วมใจ หมุนเวียน สลับสับเปลี่ยนกันไป แต่สำหรับชีวิตของเด็กชายที่ชื่อ สยามรัฐ หรือ ไอซ์ ชีวิตของเขาช่างเหมือนท้องฟ้ามืดมนยาวนาน ไร้วี่แววแสงรุ่งสางช่วยสร้างกำลังใจ

ครอบครัวเล็กๆ ของพ่อและแม่ของไอซ์เริ่มต้นที่เชียงราย ก่อนจะขยายสมาชิกเพิ่มขึ้นเมื่อตาและยายเลี้ยงย้ายจากบ้านเกิดที่เพชรบุรีมาอยู่ด้วย หวังจะช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว ต่อมาไม่นานนักขณะที่ไอซ์ยังอยู่ในท้องแม่ พ่อก็มาติดคุก และเมื่อแม่คลอดไอซ์ได้ไม่นานก็เลือกที่จะไปสร้างครอบครัวกับสามีใหม่ตาและยายจึงต้องรับหลานมาไว้เลี้ยงดูตั้งแต่ยังแบเบาะ

หวังจะได้พึ่งพา ทว่าต้องมาถูกพึ่งพิง

ด้วยความยากจน ตากับยายจึงต้องดิ้นรนพาไอซ์อพยพมาที่ภูเก็ตด้วยหวังจะพึ่งพาลูกสาวคนที่ 2 ที่มาตั้งรกรากแต่งงานกับคนท้องถิ่นที่นั่น ซึ่งชีวิตต้องพลิกผันอีกครั้งเมื่อพบว่า ลูกเขยและลูกสาวของตากับยายก็ไม่ได้มีอาชีพ และรายได้ที่แน่นอนดังนั้นจึงไม่อาจรับภาระเลี้ยงดูพ่อแม่และหลานได้ ตากับยายจึงต้องหอบไอซ์แยกมาเช่าบ้านเล็กๆ อีกหลัง ตาหาเงินด้วยการรับจ้างเป็นพนักงานขับรถขนทรายตามบริษัทต่างๆ ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน มีงานบ้าง ไม่มีงานบ้าง ส่วนยายไม่สามารถหางานอย่างอื่นได้นอกจากงานก่อสร้างใช้แรงงาน และงานหนักที่บริษัท รปภ. ซึ่งถึงแม้ครอบครัวจะมีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังเพียงใด ตากับยายก็ยังมีเมตตารับลูกเล็กๆ ของลูกสาวคนที่ 2 มาดูแลเพิ่มอีก 2 คนโดยมีไอซ์เป็นผู้ช่วยหลัก

ความไม่แน่นอน เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน และภาระ

ตั้งแต่จำความได้ไอซ์ย้ายโรงเรียนมาแล้วถึง 5 ครั้ง ตามสถานที่ทำงานของตาซึ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ การเรียนของไอซ์จึงขาดเป็นช่วงๆโดยช่วงที่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไอซ์ย้ายออกกลางเทอมและมีปัญหาเรื่องเอกสาร ทำให้เขาต้องเรียนซ้ำชั้นอีก 1 ปีทำให้แม้จะมีอายุถึง 14 ปีแต่ไอซ์กลับเรียนอยู่ชั้นประถม 6 เท่านั้นความที่ย้ายบ้านบ่อย และโตกว่าเพื่อนๆ ในชั้นเรียนทำให้ไอซ์ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากนัก อีกทั้งมีน้องเล็กๆ อีก 3 คนที่ให้ไอซ์ดูแลเขาจึงไม่มีชีวิตแบบเด็กทั่วไป ช่วงเวลาที่มีความสุขของไอซ์คือช่วงที่ได้อยู่กับยาย และได้เตะฟุตบอล เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในทีมและมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติความฝันของไอซ์สะดุดลงอีกครั้ง เมื่อยายประสบอุบัติเหตุขณะซ้อนมอเตอร์ไซค์น้าสาว ทำให้ยายไม่มีความรู้สึกตั้งแต่เอวลงไปจากคนที่เคยเดินได้ และทำงานเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวก็กลายเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงที่ไอซ์ต้องคอยดูแลหุงหาอาหาร ดูแลอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทุกวัน

ความอบอุ่นหัวใจ สายใยที่สอนให้อดทน

ด้วยความรักที่มีให้กับยาย ที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของไอซ์ซึ่งเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่จำความได้ ทำให้ไอซ์ไม่เคยรังเกียจที่จะคอยทำความสะอาดให้ยาย ทุกกลางวันไอซ์ต้องรีบเดินจากโรงเรียนกลับมาบ้านเพื่อดูแลให้ยายกินข้าวกินยา และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แต่ไอซ์ก็ไม่บ่น เพราะ “ตอนยายเลี้ยงผมมา เหนื่อยกว่านี้อีกครับ”

เป็นเวลา 2 ปีแล้วที่ยายป่วยและไอซ์ต้องดูแล ชีวิตแต่ละวันของไอซ์เริ่มต้นด้วยการตื่นมาตอนเช้าก่อนฟ้าสางทำความสะอาด เปลี่ยนผ้าอ้อม และลากถังน้ำมาให้ยายได้ใช้เช็ดหน้า เช็ดตัว เตรียมอาหาร เตรียมน้ำข้าวให้น้องก่อนจะรีบไปโรงเรียนให้ทัน 6 โมงเช้า เพื่อช่วยคุณครูและแม่บ้านจัดของ จัดสถานที่ และช่วยภารโรงเก็บขยะแลกกับอาหารกลางวันและอาหารเย็นของคนในครอบครัว สิ่งที่เพื่อนบ้านเห็นจนชินตาคือภาพไอซ์สาละวนไปมาเพื่อจัดการงานบ้าน งานครอบครัว ดูแลน้อง ดูแลยายในตอนเช้า และภาพไอซ์ปั่นจักรยานเก่าๆ กลับมาบ้านตอนเที่ยงเปลี่ยนผ้าอ้อมยาย

ท่ามกลางภาระที่ต้องแบกรับ สิ่งที่ไอซ์ห่วงที่สุดคือยาย เขาเคยคิดจะหนีไปจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ แต่เมื่อคิดถึงยายขึ้นมา เขาก็ทำไม่ได้ เพราะหากไม่มีเขาก็คงไม่มีใครคอยดูแลยาย และสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในชีวิตก็คือให้ยายหายเป็นปกติ สามารถเดินและกลับมาเป็นยายคนเดิมของเขาอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงดำเนินไป ยากจะบอกได้ถึงอนาคต

ตอนนี้ไอซ์ย้ายมาอยู่ที่พังงา ใกล้บ้านของน้าสาว เพราะไม่สามารถจ่ายค่าเช่าบ้านที่ภูเก็ตได้ แต่ค่าเช่าราคาถูกที่นี่ก็ต้องแลกกับปัญหามากมายทั้งการต้องอยู่กันหลายคนในห้องเช่าแออัดขนาดเล็กติดกับป่าชายเลน การต้องใช้ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกันกับบ้านอื่นๆ หลายหลังในละแวกนั้น การต้องย้ายโรงเรียนอีกครั้งช่วงกลางเทอม โดยไอซ์หวังว่าจะได้เรียนจบชั้น ป.6 ที่นี่สักที และถ้าเป็นไปได้ก็อยากเป็นนักฟุตบอลอย่างที่ฝันไว้

ไอซ์เป็นเพียงหนึ่งในเด็กยากไร้จำนวนมาก ที่ชีวิตขาดโอกาสและมีแต่ความมืดมิด ความเมตตาและความรักของ “ท่าน” ในการสนับสนุน โครงการ “อุปการะเด็ก” อย่างต่อเนื่อง เพียง 600 บาทต่อเด็ก 1 คนต่อเดือน เปรียบเสมือนแสงสว่างช่วยนำทางชีวิตของพวกเขา ขอ “ท่าน” โปรดร่วมสร้างอนาคตแก่เด็กดีเช่นน้องไอซ์และได้โปรดร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กในครอบครัวยากไร้กับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย


กรุณากรอกรายละเอียดของท่าน

1. ข้อมูลส่วนตัวของท่าน  


ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย)*
นาย นาง นางสาว
ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)*
Mr. Mrs. Miss
วันเกิด
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้*
โทรศัพท์*
 
2. รายละเอียดการอุปการะของท่าน
ต้องการอุปการะเด็ก
ต้องการเพิ่มเด็กในความอุปการะ

การจ่ายเงินสำหรับการอุปการะเด็กของข้าพเจ้า
600 บาท/คน/ทุกเดือน
1,800 บาท/คน/ทุก 3 เดือน
3,600 บาท/คน/ทุก 6 เดือน
7,200 บาท/คน/ทุกปี
3. วิธีการนำส่งเงินบริจาคของท่าน
ออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต เป็นการชำระเพียงครั้งเดียว ต้องทำรายการใหม่ทุกครั้ง ดาวน์โหลดคู่มือการลงทะเบียนบัตรเดบิตออนไลน์
โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) - ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม word หรือ pdf
         ธนาคารกรุงเทพ สาขาทองหล่อ เลขที่บัญชี 206-0-43600-9
         ธนาคารกรุงไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 053-1-10632-2
         ธนาคารกสิกรไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 059-2-40974-7
         ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 078-2-00965-5
         ธนาคารทหารไทย สาขาเอกมัย เลขที่บัญชี 152-2-00300-1
         ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท 63 เลขที่บัญชี 361-1-02033-3
         ธนาคารยูโอบี สาขาทองหล่อ เลขที่บัญชี 801-107-026-4

เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อของท่าน ส่งมายังมูลนิธิฯ
ที่ Line@ id : @worldvision-thai หรือทางโทรสาร 02-022-9203 ถึง 5 หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-022-9200 ถึง 2

4. ข้อเสนอแนะหรือข้อมูลของท่านที่ต้องการแจ้งให้ทราบ
เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตฯสามารถนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้