ผู้อุปการะ...ผู้สานฝันให้เป็นจริง


คุณศิรติการ โลหะสาร - Managing Director, So Thai Spa Bangkok

“......ตอนเด็กเวลาเห็นเจ้าหน้าที่ศุภนิมิตฯ นำของบริจาค หรืออาหารไปแจกเพื่อนๆ ที่เป็นเด็กในอุปการของมูลนิธิฯ เราคิดตามภาษาเด็กๆ ว่าอยากได้บ้าง พอโตขึ้นจึงรู้เหตุผลว่าที่เพื่อนได้รับของนั้นเป็นเพราะฐานะพวกเขายากจน ไม่มีโอกาสเหมือนเรา เราก็เลยอยากแบ่งปันโอกาสนั้นให้เด็กๆ บ้าง อย่างน้อยก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของพวกเค้าเปลี่ยนแปลงได้”

So Thai Spa Bangkok ยินดีมอบส่วนลด 10% ให้กับผู้อุปการะที่แสดงบัตรบาร์โค้ดของมูลนิธิฯ เมื่อไปใช้บริการกับทางร้าน

› คลิกเพื่อชมวิดีโอ


คุณยุกต์ ส่งไพศาล (คุณสน) นักแสดง
ผู้อุปการะของ ด.ช.ไกรวุฒิ จากโครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนแม่แตง จ.เชียงใหม่

“...สนว่าสังคมในปัจจุบันยังมีคนที่ขาดโอกาสอยู่อีกมาก แล้วตัวเราได้อะไรจากสังคมมาเยอะมากแล้ว เลยคิดว่าจะมีทางไหนที่เราสามารถตอบแทนกลับไปให้สังคมได้บ้าง ผมจึงตัดสินใจอุปการะน้องครับ หลังจากนั้นไม่นานผมก็ได้เจอกับน้องที่เราอุปการะ ก็ดีใจมากครับ ประทับใจที่น้องเขานำโอกาสจากเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ ได้เห็นเขาเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ร่าเริง ใจก็หวังให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วย สนเชื่อครับว่า ความสุขจากการให้จะทำให้เราภูมิใจว่า เราได้เป็นคนที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นครับ...”

“ความสุขจากการให้จะทำให้เราภูมิใจว่า เราได้เป็นคนที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น”

คุณอุ้ม - อาภาสิริ ชุติกุล
ผู้อุปการะของน้องเจี๊ยบ หรือ ด.ญ.ธันย์ชนก เสารางทอย
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนถ้ำเวียงแก จ.น่าน

“ก่อนที่จะมารู้จักกับโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ อุ้มทำงานอยู่ในโรงเรียนอนุบาลของคุณแม่อยู่ก่อนแล้วค่ะ ตัวเราก็ทำงานเกี่ยวกับเด็กมาตลอด ทำให้ทราบว่าการศึกษามีความสำคัญกับเด็กๆ มาก เด็กที่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นก็เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งว่าเค้าน่าจะมีอนาคตที่ดี แต่สำหรับเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก อุ้มจึงตัดสินใจอุปการะน้องเจี๊ยบ เพียง 500 บาทต่อเดือน สำหรับบางคนอาจเป็นอาหารแค่ไม่กี่มื้อ แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งมันเป็นโอกาสดีในชีวิตเขา สำหรับอุ้มแล้วคิดว่ามันคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ”

“สำหรับบางคนอาจเป็นอาหารแค่ไม่กี่มื้อ แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งมันเป็นโอกาสดีในชีวิตเขา”

คุณเดโช ออมสินทวีโชค
เจ้าของ หจก. บางกอก อโล ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยแปรรูปสินค้าจากว่านหางจระเข้

“เรามองเห็นว่าเด็กคือเยาวชนของชาติ อีกอย่างได้อ่านบทความของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด ทำให้เห็นว่าเด็กมากมายตามชนบทขาดโอกาสมาก ด้วยภาวะเศรษฐกิจ ด้วยความด้อยโอกาส ด้วยอะไรหลายอย่าง ทำให้พลาดโอกาสตั้งต้นเสริมความรู้ตั้งแต่ยังเล็ก เลยคิดว่าเราน่าจะมีส่วนเข้าไปเสริมตรงนี้”
“ผมรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเหมือนกัน เมื่อสังคมส่วนหนึ่งเดือดร้อน และเรามีความพร้อมที่จะเข้าไปชดเชยได้ ผมถือว่าเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่จะยื่นมือเข้าไปดูแล และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม”
“ผมเชื่อว่ายังมีเด็กอีกมากมายที่ขาดการดูแลจากมูลนิธิฯ เมื่อเราได้รับการดูแลจากมูลนิธิฯ แล้ว ก็ใช้โอกาสตรงนี้ที่มากกว่าเด็กอื่นๆ เอาโอกาสที่มีผู้อุปการะแล้วไปต่อยอดให้ตัวเองได้พัฒนาศักยภาพชีวิตเพื่อจะเป็นอนาคตและสามารถดูแลตัวเองได้ในวันหน้า”

› คลิกเพื่อชมวิดีโอ

คุณจุฬารัศมิ์ คันธเสวี

“หลังจากอุปการะน้องสุดาทิพย์ จนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ดิฉันรู้สึกดีใจ อิ่มเอิมใจและภูิมิใจมาก ที่ได้มีส่วนช่วยเขาทำความฝันให้สำเร็จ...”
“ได้เห็นตัวอย่างจากคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งท่านได้ทำประโยชน์ในองค์กรการกุศลหลายแห่ง มูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นองค์กรหนึ่งที่คุณพ่อได้ร่วมงาน...ดิฉันอุปการะเด็กกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ มานาน 16 ปี เพราะเห็นว่างานของมูลนิธิฯ นั้นมากกว่าเพียงการให้การศึกษาเด็ก แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือครอบครัว พัฒนาชุมชนให้มีอาชีพ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและพึ่งพาตนเองได้”
“"การอุปการะเด็กมีคุณค่าต่อตัวเด็กเอง ครอบครัวของเด็ก รวมทั้งสังคมรอบข้าง และสังคมใหญ่คือประเทศชาติ การดำเนินการก็ไม่ใช่เพียงแค่บริจาคสิ่งของหรือทุนทรัพย์ แต่เป็นการสนับสนุนแบบยั่งยืน ให้เขามีการศึกษาที่ดี มีความคิดดี มีจริยธรรม มีงานที่เขาใฝ่ฝัน ได้ทำ พึ่งพาตนเองได้ พัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเอง แบ่งเบาภาระของครอบครัวและช่วยเหลือสังคม...”

“ดิฉันหวังว่า ผู้คนทั้งหลายที่พอมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ จะมองเห็นโอกาสที่จะแบ่งปัน และทำดีให้กับผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่า ให้ได้มีความหวัง...”

คุณท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ

คุณท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ พิธีกรและนักแสดง
คุณท็อปให้การอุปการะเด็ก 2 คน

“คนเราเกิดมาไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่ต้องพึ่งพากัน หากเรามีโอกาสดีกว่าคนอื่น เราต้องช่วยและแบ่งปันให้คนอื่น ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น เหมือนน้ำที่มีอยู่เพียงครึ่งแก้ว แต่เราช่วยเติมอีกครึ่งหนึ่งให้เต็ม...”

“...อย่าไปคิดว่าเราทำแล้วจะได้อะไร แต่ให้ทำด้วยความเต็มใจ และเมื่อคนในสังคมดี ก็จะไม่ทำร้ายกัน”


คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี
ดาราและพิธีกร

“เห็นผลงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ นานแล้ว เชื่อว่าทำงานจริง มีการเลือกสรรเด็กยากไร้จริง มีความยุติธรรม เมื่ออ่านเอกสารของมูลนิธิฯ และมีโอกาสพูดคุยกับผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ได้ฟังท่านเล่าถึงการทำงานของมูลนิธิฯ ก็เห็นชอบด้วยกับแนวการทำงาน จึงตัดสินใจอุปการะเด็กของมูลนิธิฯ รวม 4 คน เป็นเด็กจากทั้ง 4 ภาคค่ะ”


อ้น สราวุฒิ มาตรทอง พิธีกรและนักแสดง
ให้การอุปการะเด็ก 2 คน คนหนึ่งอยู่ที่ จ.เชียงราย และอีกคนที่ จ.พัทลุง

“รู้สึกตื้นตัน ไม่น่าเชื่อว่าเงินเพียงน้อยนิดของเราจะทำให้เกิดโอกาสดีๆ ในชีวิตคนๆ หนึ่งได้ เงินจำนวนหนึ่งของผู้อุปการะได้ทำให้ผมมีการศึกษาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ตอนนี้ผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมก็ยังไม่ลืม จนผมมีโอกาสมาเป็นผู้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง มันเป็นสิ่งที่มีผลต่อเนื่องในอนาคตแน่นอน”

“...ไม่จำเป็นเลยที่คุณต้องให้เด็กด้วยตัวเองคนเดียว ถ้าคุณมีใจ คุณสามารถไปรวบรวมเพื่อนๆ มาร่วมกันช่วยได้ ถ้าสี่ห้าคน ก็จ่ายแค่คนละ 100 บาทต่อเดือน แค่นี้คุณก็ช่วยเด็กคนหนึ่งได้แล้ว”


อ.ภาวนา เตชะวิมล

“ตอนนั้นรู้สึกชอบที่ศุภนิมิตฯ มีจุดเด่นอยู่เรื่องหนึ่ง คือการอัพเดทข้อมูล แล้วก็ส่งอะไรต่อมิอะไรให้เขียน มันเป็นอะไรที่ใจถึงใจ เราเห็นชื่อเค้า หน้าตาเค้า รู้ว่าอายุเค้าเท่านี้ ทำให้เรามีคอมมิทเม้นท์กับเด็กคนนี้ขึ้นในใจ เรารู้ว่าเงินถูกส่งไปที่คนนี้ มันต่างจากที่เราไม่รู้ว่ามันไปที่ไหน ทำให้เรารู้สึกดีและประทับใจ ตอนนี้ก็คิดว่าจะช่วยเค้าจนจบปริญญาตรีแล้วมาช่วยสังคมด้วย”

“เวลาที่เราเป็นผู้ให้ เวลาที่เค้าดีขึ้น มันเป็นความชื่นใจ มันดีใจจริงๆ เราไม่ได้ผูกพันกับเขามาก แต่เราได้ช่วยคนที่อยู่ร่วมชาติกับเรา ให้เขาเป็นปัญญาชน เป็นบุคลากรที่ดีของสังคม ไม่เสพยา ไม่ใช่ไม่มีความรู้แล้วไปทำตัวเหลวไหล สรุปก็คือ เราได้รู้จักการวางแผน และได้ดีใจกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้นของเขา ไม่เป็นไรหรอกได้เกรด 2.2 เรียนไม่เก่ง แต่เค้าได้เรียนและรู้ว่าตัวเองอยากจะเป็น หรือทำอะไร ในอนาคต และเค้ารู้ว่าได้รับการช่วยเหลือ วันหนึ่งเค้าจะคืน จะช่วยเหลือคนอื่นด้วย”