ปัญหาเร่งด่วนของชุมชนท่าสองยาง...ยังรอคอยความช่วยเหลือจากท่าน

โครงการชุมชนอยู่ดี ชีวิตพอเพียง ท่าสองยาง ได้ดำเนินงานมาหนึ่งปีทั้งนี้ด้วยความช่วยเหลือและการแบ่งปันจากท่าน เด็กเล็กๆ ‘เริ่มมี’ มื้อเช้าที่ครบคุณค่ารับประทานในทุกๆ เช้า เด็กน้อยบนยอดดอยได้ ‘เริ่มต้น’ การเรียนรู้ของพวกเขา โดยมีสื่อการสอนของครูและเครื่องเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ น้ำใจที่ท่านส่งมอบมาได้ช่วยทำให้ครอบครัวและชุมชน ‘เริ่มเปลี่ยนแปลง’ ให้มีสุขอนามัยพื้นฐาน บางครอบครัวมีห้องน้ำ บางบ้านเรียนรู้ที่จะเพาะปลูกพืชผักสำหรับบริโภค แทนที่การเที่ยวเก็บหาของจากป่าเขาประทังชีวิต ท่าสองยางกำลังเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนอยู่ดี วิถีพอเพียง

แต่ชุมชนจะดีขึ้นได้ คงไม่อาจเกิดขึ้นในเพียงชั่วคืน

เพื่อให้การสร้างความอยู่ดีมีสุขและชีวิตพอเพียงได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขยายขอบข่ายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากขึ้นทั้งในด้านปัญหาความเร่งด่วน และพื้นที่ในการทำงาน หลังจากที่ทีมงานได้สะท้อนผลการทำงาน และประชุมหารือกับผู้นำชุมชน ครูใหญ่ และอนามัยพื้นที่แล้วก็ได้สรุปแผนงานความช่วยเหลือในปีที่สองทันที ซึ่งมีมากถึง 5 โครงการทีเดียว

  • โครงการ “เสริมปัจจัยการศึกษา
    และเสริมสื่อพัฒนาการสอน”

    สื่อการสอนมีเพียงกระดานเขียนสีขาว โต๊ะนักเรียนนั้นว่างเปล่า ไร้ดินสอ สมุด หนังสือ

    “เด็กเล็กยังอ่านหนังสือไม่ได้ เกือบทั้งหมดจะยังพูดภาษาไทยไม่ได้ด้วย เพราะเติบโตมากับพ่อแม่ที่พูดภาษาถิ่นของเขา ครูก็ต้องใช้ทั้งภาษาถิ่นร่วมกับภาษาไทย ค่อยๆ ปรับให้เด็กเข้าใจภาษาไทยค่ะ การเรียนการสอนสำหรับเด็กเล็กต้องใช้วิธีทำกิจกรรม ร้องเพลง เล่านิทาน สลับด้วยการให้เขาเล่นบ้าง ทำกิจกรรมต่างๆ บ้าง การเล่นจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ส่วนการวาดภาพระบายสีของเด็กๆ ก็เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อมัดเล็กของเขา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการหัดเขียนตัวหนังสือในลำดับต่อไปค่ะ แต่ตอนนี้ที่ทำได้แค่เขียนภาพ เขียนสระ ตัวอักษรบนกระดาน แล้วให้เด็กๆ หัดอ่านตาม สลับกับการเล่านิทานให้เขาฟังเท่านั้น ...” ครูอารี ครูผู้ดูแลเด็ก โรงเรียนอนุบาลบ้านแม่สะเปา ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง เล่า โดยมีเด็กเล็กในวัย 3-5 ปี นั่งตาใสไร้เดียงสาอยู่ที่โต๊ะนักเรียน บนโต๊ะของเด็กทุกคนว่างเปล่า ไม่มีสมุด ไม่มีหนังสือ ไม่มีแม้กระทั่งดินสอที่จะใช้ขีดเขียน ในห้องที่มีสื่อการเรียนการสอนเพียงชิ้นเดียวคือ กระดานสีขาวหน้าห้อง

    ‘ท่าน’ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตยากไร้ของเด็กๆ ที่ ท่าสองยาง ให้ได้รับการเรียนรู้ที่ดีขึ้นได้

ร่วมมอบ
ความช่วยเหลือ

  • โครงการ “เกษตรพอเพียงเลี้ยงชีพ”

    จากโรงเรียนสู่บ้าน สร้างแหล่งอาหารเพียงพอและต่อเป็นอาชีพ

    “ถ้ามีอาชีพเสริมอื่นๆ ให้ชาวบ้านได้ทำน่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารสดและช่วยแก้ปัญหาเรื่องโภชนาการของเด็กๆ ได้ดีขึ้น อย่างการเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู หรือปลา พวกนี้เป็นอาหารโปรตีนที่จำเป็นสำหรับเด็ก รวมถึงผักต่างๆ ด้วย แต่การจะให้ชาวบ้านเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเพาะปลูกแทนการเก็บหาของป่าต้องใช้เวลา ก็เลยหารือกับครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและครูในโรงเรียนว่าน่าจะลองทำเป็นแปลงเกษตรในโรงเรียน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อน โดยให้พ่อแม่ของเด็กๆ มาช่วยกันปลูก ช่วยกันเลี้ยงด้วย ให้เขาได้เรียนรู้การเพาะปลูก ให้เขาเห็นว่าจะทำให้มีแหล่งอาหารเพียงพอขึ้น เขาจะได้เอาไปทำเองที่บ้านได้ต่อไปครับ” นายวันชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 หมู่บ้านวะหย่าโจ เล่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำเพื่อให้เด็กๆ ในหมู่บ้านมีแหล่งอาหารที่พอเพียง และครอบครัวได้มีอาชีพ

    ‘ท่าน’ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตยากไร้ของเด็กและชุมชนที่ ท่าสองยาง ให้มีแหล่งอาหารที่เพียงพอได้

ร่วมมอบ
ความช่วยเหลือ

  • โครงการ “มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม”

    เส้นทางลาดชัน คดเคี้ยว เดินทางต่อเที่ยว 3 ชั่วโมงเพื่อซื้ออาหาร

    “ตอนนี้ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านวะหย่าโจได้รับสนับสนุน โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม จากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ค่ะ เด็กๆ ได้กินอาหารเช้าที่ดีกว่าเมื่อก่อน แต่ของสดต่างๆ ที่นำมาทำเป็นอาหาร จะต้องลงไปซื้อจากข้างล่าง (ตลาดในเมือง) ในหมู่บ้านชาวบ้านปลูกกันแต่ข้าวไร่ค่ะ ไม่มีเนื้อสัตว์ หรือผักสดมาทำเป็นอาหารให้เด็กๆ ค่ะ ลงไปก็จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เวลามีชาวบ้านหรือผู้ใหญ่บ้านลงไปก็จะฝากให้เขาซื้อขึ้นมาค่ะ แต่ก็เอามาทีละมากๆ ไม่ได้เพราะบนนี้ไม่มีไฟฟ้า เนื้อสัตว์และของสดซื้อมาแล้วจะเก็บในตู้แช่น้ำแข็ง เก็บได้แค่ 2-3 วันค่ะ” ครูนฤมล ครูพี่เลี้ยง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านวะหย่าโจ เล่าการจัดการเรื่องอาหารเพื่อโภชนาการของเด็กๆ ในปัจจุบัน

    ‘ท่าน’ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตยากไร้ของเด็กๆ ที่ ท่าสองยาง ให้มีอาหารและโภชนาการที่ดีขึ้นได้

ร่วมมอบ
ความช่วยเหลือ

  • โครงการ “สร้างห้องน้ำสะอาด”

    ปวดหนัก ปวดเบา จะกลางคืนหรือกลางวัน หลายบ้านต้อง “ไปทุ่ง”

    วิถีชีวิตที่หาอยู่หากินกับป่าเขาทำให้ชาวบ้านที่นี่ยังละเลยกับการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน การ ‘ไปทุ่ง’ หรือเข้าป่าไปขับถ่ายกันสะเปะสะปะ คือวิถีปกติของทุกคนที่นี่ ทั้งขาดสุขอนามัยและเสี่ยงอันตรายต่อสัตว์มีพิษในยามค่ำคืน “หมู่บ้านวะหย่าโจมีทั้งหมด 93 หลังคาเรือน แต่มีเพียง 10 กว่าบ้านเท่านั้นที่มีห้องน้ำใช้ใกล้ๆ บ้าน ก็ไปป่าไปทุ่งกันตามมีตามเกิดครับ ส่วนเรื่องการอาบน้ำก็มีทั้งไปอาบตามลำห้วย หรือไม่ก็ไปอาบที่ถังน้ำประปากลางหมู่บ้านครับ ยิ่งเด็กๆ ยิ่งแล้วใหญ่ น้ำท่าไม่ค่อยได้อาบ เสื้อตัวเดียวใส่ทุกวันไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ” นายวันชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 หมู่บ้านวะหย่าโจ บอกเล่าชีวิตที่ไร้สุขเพราะขาดอนามัยที่ดีของชาวบ้าน

    ‘ท่าน’ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตยากไร้ของเด็กและชุมชนที่ ท่าสองยาง ให้มีสุขอนามัยพื้นฐานที่ดีขึ้นได้

ร่วมมอบ
ความช่วยเหลือ

  • โครงการ “น้ำใจ น้ำใส น้ำสะอาด”

    ประปาภูเขาที่ต่อมาไว้ใช้ เยอะทั้งเศษใบไม้และตะกอนหินปูน

    ทุกวันนี้ ชาวบ้านที่นี่ใช้น้ำที่ต่อท่อจากห้วยบนภูเขา มายังถังพักน้ำกลางหมู่บ้านที่ต้องแบ่งกันใช้ทั้งหมู่บ้าน แต่น้ำจากประปาภูเขาตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเศษใบหญ้า ใบไม้ และตะกอนต่างๆ สะสมทั้งในท่อ ถัง แม้กระทั่งสะสมในร่างกายเมื่อดื่มกินเข้าไป

    นายถาวร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านแม่วะหลวง หย่อมบ้านแม่โปคี เล่าว่า “ถึงจะมีประปาภูเขาต่อท่อจากห้วยบนภูเขาลงมาใช้กันในหมู่บ้าน เห็นน้ำใสๆ อย่างนี้แต่จริงๆ แล้วมีแต่หินปูนปนอยู่ในน้ำครับ ชาวบ้านไม่รู้เห็นว่าน้ำใสใช้ทั้งกินทั้งดื่มกันโดยไม่ต้ม ปรากฏว่าชาวบ้านที่นี่มีปัญหาเป็นโรคนิ่วกันเยอะเลยครับ” กล่าวจบก็พิสูจน์ด้วยการนำท่อน้ำประปาภูเขามาเคาะเพียงเบาๆ ก่อนจะเทแผ่นหินปูนที่สะสมในท่อออกมาให้ดู

    ‘ท่าน’ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตยากไร้ของเด็กและชุมชนที่ ท่าสองยาง ให้มีน้ำสะอาดสำหรับใช้ได้

ร่วมมอบ
ความช่วยเหลือ

  • ยินดีบริจาคเงินเพื่อเป็นกองทุน โครงการ “ชุมชนอยู่ดี ชีวิตพอเพียง ท่าสองยาง”


ระบุจำนวนเงิน
300 บาทต่อเนื่องทุกเดือน


ขอน้ำใจท่าน เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเด็กและชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ หากได้รับความช่วยเหลือจากท่าน เพื่อให้เด็กๆ ได้มีสื่อและปัจจัยการศึกษา ให้เด็กน้อยได้มีแหล่งอาหารที่เพียงพอ ครอบครัวได้มีอาชีพ และชุมชนได้รับการส่งเสริมสุขอนามัยพื้นฐาน และได้เข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ ขอท่านโปรดแบ่งปันบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการพัฒนาใน โครงการชุมชนอยู่ วิถีพอเพียง ท่าสองยาง ท่านสามารถเลือกที่จะบริจาคเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เดือนละ 300 บาท หรือเพียงวันละ 10 บาท หรือท่านสามารถบริจาคเป็นรายครั้งตามความประสงค์ของท่าน

กรุณากรอกข้อมูลส่วนตัวของท่าน

ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย)*
นาย นาง นางสาว
ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้*
โทรศัพท์*
 

เลือกวิธีการชำระเงิน

กสิกร Payment Gateway ระบบปลอดภัยสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีการรับชำระเงินระดับโลก ที่มาพร้อมกับระบบป้องกันการทุจริตและเครือข่ายข้อมูลทั่วโลกที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และง่ายต่อการใช้งาน


เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อของท่าน ส่งมายังมูลนิธิฯ ที่ Line@ id : @worldvision-thai
หรือทางโทรสาร 0 2022 9203 ถึง 5 หรือทางอีเมล์ info@worldvision.or.th

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2022 9200 ถึง 2


เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถนำใบเสร็จไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้