หน้าหลัก

15 กุมภาพันธ์ 2561

คุณค่าของการให้ที่ยิ่งใหญ่กับอัคคยุต บุญอินทร์ (Read in English)


“เงินส่วนเกินแบ่งปันให้กับคนที่ขาด เงินนั้นจะมีค่าขึ้นเป็นทวีคูณ”นั่นเป็นความคิดที่ทำให้ผู้ชายบุคลิกอบอุ่นเช่น คุณอัคคยุต บุญอินทร์ รู้จักคุณค่าของ ‘การให้’ ที่แม้การให้ของเขาจะเริ่มต้นด้วยการสละเงินเพียงวันละ 5 บาท เพื่อสนับสนุน ‘โครงการอุปการะเด็ก’ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย


“สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 ผมมีความคิดอยากจะทำความดีเพื่อตอบแทนสังคม บังเอิญได้รู้จัก‘โครงการอุปการะเด็ก’ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จากแผ่นพับที่ได้รับแจก ผมอ่านแล้วรู้สึกสนใจจึงใช้เวลาศึกษาและทำความรู้จักกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ และโครงการต่างๆ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ อยู่นานพอสมควร จนมั่นใจได้ว่าโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของผมในการทำความดีเพื่อตอบแทนสังคมดั่งที่ตั้งใจไว้” คุณอัคคยุต ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ให้จากเงินเพียงน้อยนิด แต่สิ่งที่ได้รับคืนมานั้น ช่างมากมายมหาศาล


“ตอนนั้นผมยังไม่มีรายได้อะไรมากมาย จึงเริ่มต้นด้วยการชวนเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยอีก 2 คนที่มีใจอยากร่วมแบ่งปันเหมือนผมช่วยกันลงขันคนละ 5 บาทต่อวัน รวมกันได้เดือนละ 450 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ แล้วพอเรียนจบมีงาน มีรายได้ผมก็มาเป็นผู้อุปการะเด็กอย่างเต็มตัว”


ปัจจุบันคุณอัคคยุตได้รับอุปการะเด็กจำนวน 2 คน คือ น้องวีรภัทรวัย 10ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.3 อยู่ที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และ น้องวิชชาพร วัย 10 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.3 อ.คำตากล้า จ.สกลนคร


ในฐานะของการเป็น‘ผู้ให้’คุณอัคคยุตบอกว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดคือการได้หยิบยื่นโอกาสให้แก่เด็กยากไร้เพราะเจ้าตัวเชื่อมั่นว่าเด็กๆ ควรมีโอกาสได้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตนเองรัก เมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักแล้วเขาจะทำอย่างเต็มที่และรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ เชื่อว่าเด็กเหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“ผมเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของเด็กๆ ที่ผมให้ความอุปการะทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กมีทักษะความรู้ในด้านวิชาชีพมากขึ้นจากความช่วยเหลือของมูลนิธิศุภนิมิตฯทำให้เด็กและครอบครัวมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งสิ่งที่ผมรับรู้ได้ถึงการทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯคือไม่ใช่เป็นการสงเคราะห์เด็กเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการดำเนินงานที่มุ่งหวังพัฒนาทั้งเด็ก ครอบครัวและชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ไปพร้อมๆ กันเพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน นี่แหละเป็นสิ่งที่ผมประทับใจและขอชื่นชมการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ” คุณอัคคยุตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น


แม้โอกาสที่เขาจะได้เจอกับเด็กในความอุปการะอาจมีน้อย แต่เขาก็ได้รับรู้ถึงความเป็นไปของเด็กในความอุปการะจากรายงานประจำปีเกี่ยวกับตัวเด็กที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ส่งมาให้ รวมถึงจดหมายจากเด็กในความอุปการะที่ส่งมาให้ในโอกาสพิเศษต่างๆ


จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลา 16 ปีแล้ว ที่คุณอัคคยุตได้ให้การอุปการะเด็กมาอย่างต่อเนื่อง บนความเชื่อที่ว่าการทำความดีและช่วยเหลือสังคมไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่มากมายเกินตัว แต่สามารถเริ่มต้นด้วยเงินเพียงน้อยนิดที่อาจดูน้อยค่าสำหรับเรา แต่กลับมีค่ามากมายสำหรับคนยากไร้ในสังคม


“ผมเชื่อว่าการให้และการแบ่งปันจะช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง” คุณอัคคยุต กล่าวทิ้งท้าย