- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


29 กันยายน 2551

ผลิตภัณฑ์กระจูดผลิกชีวิตหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินให้กับกลุ่มสตรีชะอวด (read in english)

ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท

ชะอวด นครศรีธรรมราช : เมื่อเข้าไปในร้านขายผลิตภัณฑ์กระจูดคุณผู้หญิงคงอดใจไม่ไหวที่จะต้องควักกระเป๋าเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง และหลายคนคงอดไม่ได้ที่จะชมเชยภูมิปัญญาอันยอดเยี่ยม เมื่อรู้ว่าสิ่งสวยๆ งามๆ เหล่านี้มาจากพืชล้มลุกซึ่งขึ้นตามป่าพรุที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์

แม่บ้านได้เปลี่ยนชีวิตการทำงานแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาสานกระจูดอยู่กับบ้าน
แม่บ้านได้เปลี่ยนชีวิตการทำงาน
แบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาสานกระจูดอยู่กับบ้าน
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
ผลิตภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
แม่บ้านได้เปลี่ยนชีวิตการทำงานแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาสานกระจูดอยู่กับบ้าน
แม่บ้านได้เปลี่ยนชีวิตการทำงาน
แบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาสานกระจูดอยู่กับบ้าน
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท
ผลิภัณฑ์กระจูดหลากหลายประเภท

กระจูดเป็นพืชน้ำจำพวกกกขึ้นและโตเองตามธรรมชาติ ลักษณะลำต้นกลมสีเขียวเข้ม มีขนาดเส้น
รอบวงประมาณแท่งดินสอดำและสูงประมาณ 1-2 เมตร เมื่อถอนต้นออกไปจะมีต้นใหม่ขึ้นมาทดแทน  สำหรับต้นกระจูดที่จะนำไปจักสานเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้นั้นต้องมีอายุอย่างน้อย 3 ปี

“เอาต้นสดๆ มาคลุกตม (ดินโคลน) แล้วเอาไปตากให้แห้ง แดดดีๆ ก็ 3 วัน ถ้าแดดไม่มีต้องตากเป็นครึ่งเดือน พอแห้งดีแล้วเอามารีดให้แบน” สมาชิกกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด ที่หมู่ 3 ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช อธิบายกรรมวิธีการนำต้นกระจูดมาแปรรูป

กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวดเป็นกลุ่มหนึ่งที่จักสานผลิตภัณฑ์กระจูดจำหน่าย เดิมทีกลุ่มนี้เป็นกลุ่มออมทรัพย์ของผู้ปกครองเด็กที่อยู่ในความอุปการะของศุภนิมิต มีสมาชิกเริ่มต้น 9 คน ทำนาเป็นอาชีพหลักและสานเสื่อกระจูดเป็นรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ ราคาของเสื่อกระจูดที่ขายได้ในเวลานั้นผืนละ 20-30 บาท เมื่อรวมรายได้หลักและรายได้เสริมแล้วกำลังการออมของสมาชิกได้แค่เพียงวันละ 1 บาท

เพราะว่าชุมชนจะเข้มแข็งได้นั้นหน่วยย่อยๆ ในชุมชนต้องเข้มแข็งก่อน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอชะอวดจึงคิดหาทางเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์กระจูด โดยได้จ้างครูมาสอนการสานกระจูดให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และได้สนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือในการทำ ตลอดจนจัดการอบรมและดูงานในกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ

นางมะลิ แป้นด้วง ประธานกลุ่มฯ ได้ย้อนวันวานให้ฟังว่า “เราต้องยอมอดทนในตอนแรกๆ เพื่อเราจะได้สบายในวันข้างหน้า ตัวเองคิดแบบนี้นะ เมื่อแรกตั้งกลุ่มใหม่ๆ ลำบากมาก ศุภนิมิตจัดอบรมพาไปดูงานบางทีไม่มีตางค์ (เงิน) เลยก็ต้องไปเพราะอยากได้ความรู้ อยากให้กลุ่มอยู่ได้ แม้แต่บางครั้งก็ต้องออกตางค์เอง (ควักกระเป๋าเอง) เพื่อให้งานของกลุ่มไปได้ เช่นว่าการถ่ายเอกสารให้สมาชิกกลุ่ม”

และแล้วในเวลา 6 ปีของความบากบั่นทำให้มะลิยิ้มได้ในวันนี้ “เพราะยอมลำบากในวันนั้น ตอนนี้บายแล้ว (สบายแล้ว) พอกลุ่มเข้มแข็งหน่วยงานต่างๆ ก็เข้ามาหาเรา เราสามารถต่อรองได้ ปัจจุบันกลุ่มเรามีสมาชิก 67 คน มีการออมขั้นต่ำ 50 บาทจนถึง 400 บาทต่อเดือนแล้วแต่กำลังของสมาชิก มีคนต้องการเข้ากลุ่มมาก จริงๆ แล้วไม่อยากรับเพิ่มมากเพราะว่ามากคนก็ยิ่งมากความ แต่ก็ต้องรับเพราะเรามีเป้าว่าต้องเพิ่มสมาชิกให้ได้ปีละกี่คนตามกฎของสหกรณ์”

กลุ่มสานกระจูดได้จดทะเบียนเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวดพัฒนา จำกัด ตามนโยบายของศุภนิมิตที่ต้องการให้มีหน่วยงานมารองรับชุมชนที่ศุภนิมิตได้เข้าไปดำเนินงานหลังจากที่ต้องถอนตัวออกจากพื้นที่เมื่อครบวาร
“เราตั้งชื่อกลุ่มมีคำว่า “สหกรณ์” และ “ศุภนิมิต” เพราะเขามาให้แนวทางเรา ทำให้เรามีวันนี้ ไม่มีใครมาบอกว่าเราต้องใช้ชื่อนี้นะ แล้วไม่ได้เข้าข้างศุภนิมิตนะ ตั้งแต่เขาเข้ามาเขาไม่เคยเอาอะไรจากเราเลย เข้ามาช่วยให้เรายืนได้ ชี้แนวทางให้เราอยู่ได้ ให้เรามีเงินส่งให้ลูกเรียน” นางมะลิ พูด

ปัจจุบัน กลุ่มฯ จะรับการสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วแบ่งสันปันส่วนให้สมาชิกทำการผลิต สมาชิกจะสานกระจูดที่บ้านของตัวเองและนำผลิตภัณฑ์ที่ทำเสร็จแล้วมาส่งที่ศูนย์ตามกำหนดเวลา

“ตอนนี้สานจูดเป็นหลัก ทำนาเป็นรองแล้ว” สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มฯ พูดพร้อมรอยยิ้ม