- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


29 ตุลาคม 2550
ชาวลำทับมีรายได้งามจากโครงการเลี้ยงปลาดุก (read in english)

หลากหลายเมนูของอาหารไทยใช้ปลาดุกเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุง ไม่ว่าจะเป็น ยำปลาดุกฟู ปลาดุกย่างสะเดาน้ำปลาหวาน แกงปลาดุก และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแล้วแต่ทำให้หลายคนน้ำลายสอ ความนิยมบริโภคปลาดุกบวกกับการเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนต่อสภาพแวดล้อม ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เห็นโอกาสของการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของเด็กในความอุปการะ ด้วยโครงการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินปูพลาสติก

นางเรณู พรหมแสง (เสื้อเหลือง) และแม่ ให้อาหารปลาในบ่อปลาที่อยู่ข้างบ้าน
นางเรณู พรหมแสง (เสื้อเหลือง) และแม่
ให้อาหารปลาในบ่อปลาที่อยู่ข้างบ้าน

เมื่อเริ่มโครงการนี้ในพื้นที่อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ในเดือนพฤษภาคม 2549 ศุภนิมิตฯ ได้นำผู้ปกครองเด็กในความอุปการะที่อยู่ในหมู่ 2 ตำบลดินอุดม ที่มีความสนใจเลี้ยงปลาดุก 42 ครอบครัวไปดูงาน หลังจากนั้นได้ให้การสนับสนุนพันธุ์ปลาครอบครัวละ 500 ตัว อาหารปลา และพลาสติกคลุมบ่อ “เห็นว่ามันไม่ยาก   แล้วทุกอย่างศุภนิมิตฯ ก็ให้หมด ก็เลยคิดว่าน่าจะลองทำดู” นางเรณู พรหมแสง อายุ 29 ปี พูด

การขุดบ่อเลี้ยงปลาดุกของแต่ละครอบครัวจะทำในบริเวณที่ดินของตัวเอง ในเวลาเพียง  3 เดือน ลูกปลาดุกตัวเล็กๆ จะโตขึ้นจนมีน้ำหนักประมาณ 3 ตัว 2 กิโลกรัมครึ่ง สามารถจับขายได้ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท “ตั้งแต่เลี้ยงมายังไม่เคยขาดทุน
ทำได้ก็ทำมาเรื่อย เอากำไรที่ได้มาเป็นทุนทำต่อไป พอเป็นรายได้มาให้ลูกไปโรงเรียน ค่าข้าวสารบ้าง ค่ากับข้าวบ้าง ปกติทำสวนยางหักทุนหักอะไรต่ออะไรแล้ว ไม่เหลือ” นางเรณู มารดาของเด็กหญิงสุภาวดี เป้าเงิน อายุ 10 ปี และเด็กชายธนวัฒน์ เป้าเงิน อายุ 7 ปี ซึ่งเป็นเด็กในความอุปการะของศุภนิมิตฯ พูด

บ่อปลาดุกในสวนผลไม้แบบผสมผสานของนายคล้อย ดวงทอง
บ่อปลาดุกในสวนผลไม้แบบผสมผสาน
ของนายคล้อย ดวงทอง

นายคล้อย ดวงทอง ให้อาหารปลาในบ่อปลาขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังของสวน
นายคล้อย ดวงทอง ให้อาหารปลา
ในบ่อปลาขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังของสวน

นายคล้อย ดวงทอง อายุ 54 ปี สมาชิกคนสำคัญของกลุ่มเลี้ยงปลาดุกของศุภนิมิตฯ ในอำเภอลำทับบอกว่า   “บ่อหนึ่งขายได้ประมาณหมื่นกว่าบาท ทุนประมาณห้าพัน ผมเอาเสียบไม้แล้วย่างขาย ขายดี ตัวหนึ่งกำไรเฉลี่ย 10 บาท”

บ่อปลาดุกของนายคล้อยอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้แบบผสมผสาน ซึ่งนายคล้อยได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจศึกษาและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของปลาดุกเป็นเวลาถึง 2 ปี จนเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้รู้และมากด้วยประสบการณ์   แต่นายคล้อยไม่ได้หวงความรู้ ยินดีที่จะแบ่งปันให้กับผู้เลี้ยงรายอื่น และยังรับคำเชิญจาก กศน. เป็นวิทยากรบรรยายแนะนำการเลี้ยงให้กับผู้เลี้ยงปลาดุกรายใหม่อีกด้วย “ผมมีความสุขกับการเลี้ยงปลา ยิ่งเวลาเครียดผมชอบมาที่บ่อปลา ให้อาหาร มานั่งดูปลา ช่วยผ่อนคลายได้ดี” นายคล้อยบอกเคล็ดลับการเลี้ยงให้ได้ผลดีว่า  “ให้อาหารตอนเที่ยงคืน ปลาจะกินอาหารได้ดี”

ปลาดุกจากโครงการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินปูพลาสติกของศุภนิมิตฯ ได้เป็นอาหารประจำครัวของสมาชิก 42 ครอบครัว และได้ขยายเพิ่มขึ้นอีก 65 ครอบครัวในปี 2550 นายชาติชาย บรรจงสุทธิ์ ผู้ประสานงานโครงการพื้นที่เขตลำทับบอกว่า “ชาวบ้านเห็นผลจากโครงการแรก พอเราขยายโครงการก็ได้รับความสนใจมาก เพราะเป็นรายได้เสริมที่ดีทีเดียวครับ”