หน้าหลัก

19 ธันวาคม 2561

กลุ่มเยาวชนโลมาพัทยา ซูเปอร์ฮีโร่แห่งแดนบูรพา (Read in English)


ซุปเปอร์ฮีโร่ไม่ได้มีอยู่แค่ในจินตนาการ หรือในภาพยนตร์เท่านั้น เราทุกคนสามารถเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ เด็กและเยาวชนธรรมดาก็สามารถเป็นยอดมนุษย์ที่ช่วยเหลือให้สังคมของเราดีขึ้นได้ แค่มีหัวใจที่ดีที่ ตั้งมั่นอยู่บนฐานความรู้ และก้าวเดินบนหนทางที่ถูกต้อง เพียงเท่านี้เราก็สามารถเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้แล้ว ดังเช่นเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่รวมตัวกันในชื่อ ‘กลุ่มโลมาพัทยา’ ที่ทำหน้าที่เป็นฮีโร่คอยช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเด็กๆ ที่เมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวชายทะเลตะวันออกของประเทศไทย ที่เป็นจุดหมายแห่งการเดินทางที่ทั่วทั้งโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี


กำเนิดซุปเปอร์ฮีโร่ ‘กลุ่มโลมาพัทยา’


“ความสวยงามของหาดทรายและท้องทะเล อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้เมืองพัทยามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทั่วทั้งโลกรู้จัก สิ่งที่เป็นผลตามมาคือ มีการย้ายถิ่นของประชากรทั้งจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาทำมาหากินและเป็นแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวที่เมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจสำมะโนประชากร พบว่ากลุ่มประชากรแฝง หรือแรงงานต่างๆ ที่มาอาศัยในเมืองพัทยามีอยู่มากถึง 400,000 – 500,000 คน ในขณะที่ประชากรที่เป็นชาวเมืองพัทยาจริงๆ มีอยู่เพียงแสนกว่าคนเท่านั้น กลุ่มประชากรแฝงที่เป็นแรงงานอพยพนี้ ไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่วัยแรงงานเท่านั้น แต่ยังมีลูกๆ ที่ยังเป็นเด็ก ทั้งเด็กเล็ก และเยาวชนที่เดินทางมาอาศัยพร้อมกับพ่อแม่ของพวกเขาอีกเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือมีเด็กเป็นจำนวนมากต้องประสบกับปัญหาด้านการละเมิดสิทธิเด็ก หรือขาดการดูแลและปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเมืองพัทยา” นายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูล


เพราะการปกป้องคุ้มครองเด็กและการส่งเสริมสิทธิเด็ก นับเป็นพันธกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงได้ดำเนินงาน โครงการการสร้างระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กในชุมชนเมืองพัทยา ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2014 โดยมีเป้าหมายเพื่อการรณรงค์และส่งเสริมให้เกิดชุมชนเป้าหมายในเมืองพัทยาในฐานะเครือข่ายที่ขับเคลื่อนระบบคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“เพื่อปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิให้แก่เด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบางในเมืองพัทยา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของโครงการฯ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การจัดทำแผนที่เด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบางและอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิเด็ก ด้วยการร่วมกับชุมชน โรงเรียน สำรวจข้อมูลพื้นฐานของเด็ก ครอบครัว และชุมชนในเมืองพัทยา เพื่อดำเนินการจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อดูแลและปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างเหมาะสม และเพราะการปกป้องคุ้มครองเด็กไม่อาจเกิดผลสำเร็จได้ด้วยการดำเนินงานเพียงหน่วยงานใด หรือใครคนใดคนหนึ่ง มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายการปกป้องคุ้มครองเด็กในเมืองพัทยา โดยการรวบรวมทีมสหวิชาชีพจากกว่า 20 องค์กร/หน่วยงาน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม สถานศึกษา ชุมชน รวมถึงเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองเด็ก และร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแก่เด็กอย่างจริงจัง และสำหรับเด็กที่มีความเปราะบางและอยู่ในภาวะเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิเด็ก โครงการฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนเด็กที่มีภาวะเปราะบางตามความต้องการ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ ความรู้จะเป็นใบเบิกทางที่สำคัญนำพาชีวิตของเด็กๆ สู่โอกาสที่ดีกว่า ควบคู่กับการส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบาง โครงการฯ ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้แก่ผู้ปกครองของเด็ก เพื่อให้ครอบครัวเกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเอง และมีความสามารถอย่างเพียงพอในการเลี้ยงดูลูกๆ ของพวกเขาอย่างถูกต้องด้วย และอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กลไกการปกป้องคุ้มครองเด็กสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองเด็ก ทั้งในสถานศึกษา และในระดับชุมชน เพื่อร่วมกันสอดส่องและดูแลเด็กๆ ให้ได้รับการปกป้องอย่างทั่วถึงที่สุด โดยการส่งเสริมความรู้และพัฒนากลุ่มเยาวชนปกป้องคุ้มครองเด็ก พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และส่งเสริมการทำกิจกรรมด้านการรณรงค์และปกป้องคุ้มครองเด็กในพื้นที่” ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้บอกเล่าเป้าหมายและวิธีการดำเนินงานโครงการการสร้างระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กในชุมชนเมืองพัทยา


“พวกเราได้รับความรู้จาก โครงการการสร้างระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กในชุมชนเมืองพัทยา พวกเราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในชุมชนของเรา ก็เลยรวมกลุ่มกันขึ้นมา การตั้งชื่อ กลุ่มโลมาพัทยา นั้น พวกเราได้แรงบันดาลใจจากโลมาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองพัทยาค่ะ ส่วนโลโก้ได้ออกแบบให้มีสัญลักษณ์ S ซูเปอร์แมนอยู่บนตัวโลมา เพื่อสะท้อนถึงความเป็นฮีโร่ในตัวเรา ที่คอยช่วยเหลือเด็กๆ ที่ขาดโอกาสและต้องการความช่วยเหลือจากเรา และสัญลักษณ์ S อีกนัยหนึ่งคือ ‘Supanimit’ เพราะเราอยากให้รู้ว่า เราคือกลุ่มเยาวชนที่มาจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ค่ะ” ทราย-ปณิศรา นักเรียนชั้น ม. 6 ประธานกลุ่มโลมาพัทยา เล่าถึงความหมายและที่มาของกลุ่ม โดยเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของนักเรียนแกนนำ 5 คน ที่เต็มไปด้วยพลังและไฟฝันจากการไปเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนมูลนิธศุภนิมิตฯ ภาคกลาง เมื่อปี 2560 หลังกลับจากค่าย จากความคิดของเด็กๆ ที่มีเพียงไม่กี่คน จนเกิดเป็นคณะทำงานซึ่งเป็นตัวแทนนักเรียนจาก 13 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเมืองพัทยา 1-11 โรงเรียนบางละมุง และโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร ปัจจุบันสานกิจกรรมต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


‘กลุ่มโลมาเมืองพัทยา’ ซุปเปอร์ฮีโรปกป้องคุ้มครองเด็ก

พลังความคิดของเด็กๆ ‘กลุ่มโลมาเมืองพัทยา’ ไม่ได้อยู่ในกรอบของโรงเรียนเท่านั้น แต่ได้ขยายออกไปสู่ชุมชน ให้การช่วยเหลือสังคมด้วย มีทั้งกิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับน้องๆ กิจกรรมเติมความรู้ให้เด็กรู้จักปกป้องตนเอง และการทำกิจกรรมส่งเสริมความเข้มแข็งกับชาวบ้านในชุมชน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนด้วย


“พวกเรามองว่าการปกป้องคุ้มครองเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหากับเด็กขึ้นก่อน แต่เราต้องป้องกันค่ะ การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การทำให้เด็กรู้จักปกป้องตนเอง รู้ว่าสิทธิของเขาคืออะไร ถ้ามีใครมาทำอะไรกับเขาที่เป็นการละเมิด เช่น การจับต้องร่างกายในบริเวณที่ไม่เหมาะสม การพาเขาเข้าไปในสถานที่ที่ไม่สมควร หรือการที่เด็กๆ ถูกชักชวนไปทำงานต่างๆ เด็กจะต้องรู้ด้วยตนเองก่อนว่าเหมาะสม ถูกต้อง และควรที่เด็กเองจะทำหรือไม่ค่ะ อีกสิ่งที่สำคัญคือการส่งเสริมให้เด็กรู้ว่าเขาจะสามารถขอความช่วยเหลือในกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิ์ได้จากใคร อย่างไรบ้าง” ทราย ยังเล่าภารกิจในการปกป้องคุ้มครองเด็กของกลุ่มโลมาเมืองพัทยาเพิ่มเติมอีกว่า


“ถ้าชุมชนไหนต้องการให้กลุ่มของเราเข้าไปทำกิจกรรมกับน้องๆ ในชุมชนเพื่อใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ พวกเราก็จะเข้าไปทำกิจกรรมกันค่ะ อย่างเช่นโครงการความรู้นี้พี่ให้ ใครถนัดวิชาอะไร พวกเราก็ไปสอนให้น้องค่ะ เช่น วิชาภาษาอังกฤษ วิชาศิลปะ สอนให้น้องๆ วาดรูปที่เกี่ยวกับการยุติความรุนแรงต่อเด็ก นอกจากนี้พวกเรายังจัดค่ายเยาวชนปลูกป่าชายเลน และล่าสุดโครงการจิตอาสาโลมาสร้างรอยยิ้ม ซึ่งพวกเราได้ไปปรับปรุงทาสีห้องเรียนและห้องน้ำให้กับโรงเรียนบ้านปลายคลอง ที่จังหวัดระนองด้วยค่ะ” ทรายเล่าถึงกิจกรรมของกลุ่มในปีที่ผ่านมา


กิจกรรมต่อไปที่ฮีโร่วัยใส ‘กลุ่มโลมาพัทยา’ มีแผนจะทำคือ โครงการทำหนังสั้น นำเสนอเกี่ยวกับประเด็นการยุติความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งเป็นโครงการที่น้องๆ ตกผลึกหลังจากการได้ไปเข้าร่วมอบรม ‘โครงการยุติความรุนแรงต่อเด็ก’ หรือ ‘End Violence Against Children’ (EVAC) ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ และพวกเขายังจะสานต่อโครงการปลูกป่าชายเลน ปีที่2 พาน้องๆ เยาวชนในกลุ่มไปทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ พร้อมสอดแทรกกิจกรรมฐานการเรียนรู้เรื่องสิทธิเด็กและภาวะการเป็นผู้นำเพื่อเตรียมสร้างแกนนำฮีโร่รุ่นต่อไป


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


แม้เด็กๆ จะอยู่ต่างโรงเรียน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน ทรายบอกว่า “เนื่องจากเราทำกิจกรรมกันบ่อย มีการพูดคุยวางแผนกันจนเกิดความสนิทสนมกันขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน มีความคิดและมีอุดมการณ์ที่อยากทำร่วมกัน พวกเรารู้สึกภูมิใจมากค่ะที่พัฒนาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ เอาชนะความท้าทายในเรื่องของความกลัว ความกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็นเพื่อสะท้อนปัญหาต่างๆ และบอกสิ่งที่เราอยากทำและแก้ไขให้ดีขึ้น ยังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่ไม่มีโอกาส ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ เพราะเขาไม่รู้ถึงสิทธิของตัวเอง อย่างพวกเราได้ไปอบรม ได้ไปทำกิจกรรม สิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้พวกเราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และมีหัวใจจิตอาสาที่อยากจะทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมค่ะ” ทรายบอกด้วยความภูมิใจ


วันนี้ โครงการการสร้างระบบการปกป้องคุ้มครองเด็กในชุมชนเมืองพัทยา ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะสิ้นสุดลง พร้อมๆ กับการเริ่มต้นอย่างยั่งยืนของ เครือข่ายการปกป้องคุ้มครองเด็กในเมืองพัทยา ซึ่งมี ‘กลุ่มโลมาเมืองพัทยา’ เป็นหนึ่งเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าเยาวชนที่กำลังเติบโตอยู่ในเครือข่ายฯ ด้วย เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถดูแลปกป้องตนเองและคนรอบข้างได้อย่างแน่นอน


“การที่กลุ่มเยาวชนในพื้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานปกป้องคุ้มครองเด็กด้วยตัวของเขาเอง หนึ่ง เด็กและเยาวชนจะเกิดความภูมิใจที่เขาได้มีส่วนร่วมในการทำสิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนของเขา และสอง การที่เด็กและเยาวชนที่เป็นลูกหลานของชุมชนเป็นผู้ลงมือทำด้วยตนเอง แน่นอนว่าความภูมิใจที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่และผู้ใหญ่ในพื้นที่ จะทำให้ผู้ใหญ่เต็มอกเต็มใจที่จะส่งเสริมและร่วมสนับสนุนให้กิจกรรมของเด็กและเยาวชนสามารถดำเนินได้จนสำเร็จ ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ เด็กในเมืองพัทยาจะได้รับการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองจากการดำเนินงานโดยทุกๆ คนในเมืองพัทยา ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะทำให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา” ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าว สู้ต่อไปนะเหล่าฮีโร่เยาวชนโลมาพัทยา