หน้าหลัก

7 กันยายน 2560

ดูกอึ่งโมเดล จบชั้นอนุบาลอ่านออกเขียนได้ (Read in English)


อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ กลายเป็นวิกฤตที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในปัจจุบัน ที่ทุกๆ ฝ่ายต่างตระหนักถึงความเร่งด่วนและร่วมด้วยช่วยกันหาทางออกให้เด็กไทยรอดพ้นจากวิกฤติสำคัญนี้


ดูกอึ่งโมเดล คืออีกหนึ่งสัมฤทธิผลจากการดำเนินงานส่งเสริมด้านการศึกษา โดย โครงการพัฒนาฯ หนองฮี จ.ร้อยเอ็ด มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เพื่อแก้วิกฤติอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เติมเต็มการเติบโตของเด็กๆ สร้างรากฐานชีวิตที่แข็งแรงเพื่อนำพาพวกเขาสู่ความเป็นอยู่ที่ดี พึ่งพาตนเองได้ต่อไป ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทั้งกับครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ดำเนินงาน


กระบวนการสู่ดูกอึ่งโมเดล - มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ออกแบบกระบวนการอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ การพัฒนาครูและบุคคลากรในสถานศึกษา เพิ่มพูนทักษะและเทคนิควิธีการสอน สนับสนุนสื่อการเรียนการสอน และการอบรมให้ความรู้การผลิตสื่อเพื่อเพิ่มความสนใจของเด็กๆ การพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผ่านกิจกรรมสร้างความตระหนักของผู้ปกครองต่อการเรียนของเด็กๆ ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น ให้เด็กๆ อ่านหนังสือให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน เกิดประโยชน์ทั้งการใช้เวลาอย่างมีประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว เด็กได้ทบทวนและพัฒนาการเรียน ส่วนผู้ปกครองก็ได้ทราบพัฒนาการการศึกษาของบุตรหลานไปพร้อมๆ กัน และ การกระตุ้นการอ่านในเด็ก ผ่านมหกรรมการอ่านออกเขียนได้ ให้เด็กๆ แสดงความสามารถแข่งขันการอ่าน สร้างแรงจูงใจให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และกระบวนการเรียนการสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ของครูจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินงาน และให้ชุมชน ตลอดจนหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เห็นประโยชน์และความสำคัญของการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้แก่เด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเขา


ดูกอึ่งโมเดล เรียนและสอนเด็กๆ อย่างไร? – แม้เป้าหมายที่สำคัญของ ‘ดูกอึ่งโมเดล’ คือ การให้เด็กๆ จบชั้นอนุบาลอ่านออกเขียนได้ ทว่ากระบวนการเรียนการสอนที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันของครูจากสถานศึกษาต่างๆ 6 แห่งในพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองจานโรงเรียนบ้านดูกอึ่งศรีเจริญ(ศรีปัญญาวิทยาคม)โรงเรียนบ้านหนองแห้วหนองบัวทองโรงเรียนบ้านธาตุจอมศรีโรงเรียนบ้านวารีสีสุก และโรงเรียนบ้านหนองไศล ก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับพัฒนาการด้านสมองและร่างกายของเด็กๆ ด้วย


สำหรับเด็กระดับอนุบาล จะเน้นสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ผ่านการร้องเพลง การเต้นประกอบท่าทาง โดยใช้สื่อประกอบที่ครูพัฒนาขึ้นเอง เด็กๆ จะได้สนุกสนาน และได้พัฒนาประสาทสัมผัสการรับรู้ในทุกๆ ด้าน การร้อง เต้น บ่อยๆ ซ้ำๆ จะค่อยๆ เพิ่มการจดจำพยัญชนะ สระ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สู่การเรียนรู้การประสมคำต่อไป ควบคู่กับการฝึกระบายสี การหัดลากเส้น การวาดภาพสี่เหลี่ยม วงกลม เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก เตรียมความพร้อมสู่การหัดเขียนในชั้นอนุบาล 2-3 ต่อไป

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ส่วนในระดับประถม 1-3 นั้น เน้นการสอนให้เด็กออกเสียงตามครูดังๆ ชัดๆ การฝึกให้เด็กสะกดในใจและฝึกอ่านออกเสียงดังๆ เมื่อเด็กอ่านได้คล่องขึ้น จึงเข้าสู่การสอนให้เด็กเห็นแล้วอ่าน ค่อยๆ เพิ่มความสามารถในการอ่าน จากอ่านเป็นคำๆ อ่านคำที่ยากขึ้น สู่การอ่านเป็นประโยค โดยมีสื่อการเรียนการสอนที่ครูผลิตเองด้วยวัสดุท้องถิ่นใช้ประกอบการสอนเพื่อสร้างการจดจำและการเรียนรู้ที่สนุกสนาน


ครูฉัฐนันท์ช้อยชด ครูโรงเรียนบ้านหนองไศล บอกว่า “หลังจากได้รับการส่งเสริมการเรียนการสอนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ พัฒนาวิธีการสอนร่วมกันจนเกิดเป็น ‘ดูกอึ่งโมเดล’ นำมาใช้ในการสอนเด็กๆ เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้ เด็กสนุกสนานกับการเรียน สนใจการเรียนมากขึ้น ผลดีอีกประการที่ได้ คือ เห็นได้ชัดเจนว่าเด็กรู้จักรับผิดชอบในงานที่ครูมอบหมายให้ทำ”


และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การที่เด็กๆ สามารถอ่านหนังสือได้นำไปสู่การเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ ได้อย่างเข้าใจ “ในห้องหนูมี 11 คน หนูเคยสอบได้ที่ 10 หนูอ่านหนังสือไม่ได้เลย แต่เทอมนี้ หนูสอบได้ที่ 5 ค่ะ” ด.ญ.ดวงฤทัย ชั้นประถม 1 โรงเรียนบ้านหนองไศล เล่าด้วยความภูมิใจ


ก้าวต่อไปของ ‘ดูกอึ่งโมเดล’ คือการขยายผลสร้างโอกาสและการเรียนรู้สู่เด็กนักเรียนในโรงเรียนอื่นๆ ทั้งในพื้นที่ และในจังหวัดข้างเคียง ไม่เพียงการอ่านออกเขียนได้ แต่คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล