หน้าหลัก

27 สิงหาคม 2561

แลกเปลี่ยนแนวคิดแจ้งเกิดลูกแรงงานเมียนมาร์ในไทย (Read in English)


มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สหภาพยุโรป (EU) มหาวิทยาลัยมหิดล ชุมทางอุษาคเนย์ (SEA Junction) กองทุนความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ศุภนิมิตสหราชอาณาจักร และ มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) จัดงาน ประชุมสัมมนานานาชาติเรื่อง “การจดทะเบียนเกิด ประเด็นทางสุขภาพ และประเด็นทางสังคมของแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย” เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของแรงงานชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูต เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย แสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรป (EU) ในการสร้างองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อสามารถส่งเสริมกระบวนการธรรมาภิบาลและการพัฒนาในประเทศไทย” ณ อาคารสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา เมื่อเร็วๆ นี้


“หากเราเปรียบเทียบสถานการณ์กับเมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้ จะพบว่าแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาประเทศส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมาสู่ประเทศไทย แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยเกือบทั้งหมด เป็นกลุ่มแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ และด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ และเด็กที่อพยพตามพ่อแม่ที่เดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทย เป็นกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบาง และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ รวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพ และด้วยความที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ ทำให้เด็กข้ามชาติมีโอกาสเสี่ยงทั้งในเรื่องของสิทธิที่เด็กพึงจะได้รับ และเสี่ยงมากที่จะถูกกระทำในรูปแบบต่างๆ ทั้งการทารุณกรรม ความรุนแรง และการค้ามนุษย์ ” ฯพณฯ เอกอัครราชฑูต เปียร์ก้า ตาปิโอลา กล่าวสรุปถึงสถานการณ์ของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย


สำหรับการประชุมสัมมนานานาชาติดังกล่าวข้างต้น จัดขึ้นภายใต้การดำเนินโครงการ “เสริมสร้างพลังความเข้มแข็งให้องค์กรภาคประชาสังคมเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กข้ามชาติ” ซึ่งมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองเด็กและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในกลุ่มประชากรข้ามชาติตามหลักสิทธิมนุษยชน สำหรับการดำเนินโครงการฯ เป็นเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559 – 2562) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้กับองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรชุมชนไทย ให้สามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามกรอบพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 และกรอบแผนงานทะเบียนราษฎรและสถิติชีพ เพื่อให้เด็กข้ามชาติได้รับการจดทะเบียนการเกิด (Birth Registration: BR) และได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับอย่างเสมอภาคกันโดยเฉพาะด้านสุขภาพและการศึกษา


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เพิ่มเติมข้อมูลการดำเนินงาน โครงการเสริมสร้างพลังความเข้มแข็งให้องค์กรภาคประชาสังคมเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กข้ามชาติ ว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้นำร่องจัดตั้งแกนนำกลุ่มผู้ประสานงานชุมชนซึ่งเป็นชาวเมียนมาร์ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง จ.ชุมพร และ จ.ตาก (อ.แม่สอด) ซึ่งมีจำนวนแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้โดยมีการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรชุมชนไม่น้อยกว่า 10 องค์กร ให้เข้าใจการเข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐตามสิทธิที่แรงงานข้ามชาติจะได้รับแล้วนำไปถ่ายทอดต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเกิด การศึกษา รวมถึงระบบประกันสุขภาพ”


ในปีที่ผ่านมา โครงการเสริมสร้างพลังความเข้มแข็งให้องค์กรภาคประชาสังคมเพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็กข้ามชาติ โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้สนับสนุนให้เด็กแรกเกิดจำนวน 301 คนที่เกิดจากกลุ่มประชากรข้ามชาติ ได้รับการจดทะเบียนการเกิด เพื่อให้เด็กมีสถานะบุคคลและได้รับสิทธิต่างๆ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังได้ดำเนินงานส่งเสริมความรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก และการปกป้องคุ้มครองเด็กให้กับกลุ่มประชากรข้ามชาติในพื้นที่ดำเนินงานโครงการ รวมเป็นจำนวนกว่า 74,000 คน