หน้าหลัก

21 พฤษภาคม 2561

ไข่ไก่ในเล้าเติมสุขให้ ‘ณัฐชุดา’ (Read in English)


‘ณัฐชุดา’กอดไก่พันธุ์ไข่ไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ แม่ไก่จำนวน 12 ตัวที่ครอบครัวของเธอได้รับ ทำให้เธอ ตา และยาย ไม่ต้องทนหิวเพราะไม่มีอาหารกินอีกต่อไปแล้ว “ทุกๆ เช้า หนูจะเก็บไข่ให้ยายทำเป็นกับข้าวไว้กินกันในบ้านค่ะ เหลือจากกิน ก็จะเอาไปขายที่โรงเรียน คุณครูให้หนูเอาไปส่งทุกวันค่ะ ครูซื้อไปทำเป็นมื้อกลางวันให้พวกหนูได้กินที่โรงเรียน” เด็กหญิงในวัย 11 ปีเล่า แม้ใบหน้าของณัฐชุดาจะไม่มีรอยยิ้ม แต่ดวงตาของเธอฉายแววถึงความสุขที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี


“พ่อกับแม่ของน้องแยกทางกันตั้งแต่น้องยังเล็กๆ พ่อของน้องตอนนี้แต่งงานมีครอบครัวใหม่ ย้ายที่อยู่ไม่เคยติดต่อมาหาน้องหลายปีแล้ว ส่วนแม่ของน้องก็ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เขาก็คงหากินลำบากอยู่แหละครับ เดือนไหนที่เขาพอมีเหลือก็จะส่งมาให้ตายายเอาไว้เลี้ยงน้อง ครั้งละ 1,000 บาท เข้าใจเขา อยู่กรุงเทพฯ มีแต่ค่าใช้จ่าย ตายายยังพอมีแรงก็ทำไร่ทำนา พอให้ได้มีข้าวกิน ส่วนกับข้าวก็หาเก็บผักหญ้า จับปลามากินได้ครับ” ตาของณัฐชุดาเล่า


เพราะ “อาหาร” เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิต ที่มีผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก โดยเฉพาะเด็กยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กและครอบครัวมีแหล่งอาหารที่พอเพียง และลดภาวะการขาดแคลนอาหารให้กับครอบครัว โครงการพัฒนาฯ โคกสูง จ.สระแก้ว มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงสนับสนุนการเลี้ยงไก่ไข่ให้กับครอบครัวเด็ก เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่มั่นคงในครัวเรือน อันจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กในครอบครัวยากไร้มีโภชนาการที่ดี ลดปัญหาทุพโภชนาในเด็กไปพร้อมกันด้วย


“ตาดีใจมากๆ เลยครับที่ให้ไก่ไข่ตามาเลี้ยงที่บ้าน ช่วยให้ตายายมีอาหารดีๆ ทำให้น้องได้กินอิ่ม ไก่ไข่ 12 ตัวนี้ ออกไข่ได้มากกว่าที่บ้านเราจะกินได้หมด เลยมีเหลือเอาไปขายด้วย คุณครูที่โรงเรียนบ้านหนองแอกที่น้องเรียนอยู่เขาช่วยรับซื้อทั้งหมดเลยครับ ตาขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ และผู้อุปการะมากๆ ครับ ที่ช่วยสนับสนุนครอบครัวเรามีแหล่งอาหารในบ้าน หลานตามีสุขภาพดี น้ำหนักเพิ่มขึ้น ทุกคนในบ้านมีอาหารกินอิ่ม” ตาของณัฐชุดาเล่าถึงความสุขที่ได้เกิดขึ้นกับครอบครัว

Full Photo

Full Photo

Full Photo


แม้จะเป็นเพียงเวลาแค่ไม่ถึง 1 ปี นับตั้งแต่ณัฐชุดาได้รับน้ำใจอารีจากผู้อุปการะ ผ่าน “โครงการอุปการะเด็ก” แต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงณัฐชุดา ตา และยาย สู่ความอยู่ดีมีสุขอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไก่ไข่จำนวน 12 ตัวที่ได้รับมา ตา ยาย และณัฐชุดา ช่วยกันฟูมฟักเลี้ยงดูจนเติบโตและออกผลเป็นไข่ไก่วันละ 10-12ฟอง เป็นแหล่งอาหารที่ตาและยายไม่ต้องจ่าย ช่วยให้ร่างกายของณัฐชุดาเติบโตแข็งแรง และช่วยซ่อมแซมร่างกายของตากับยายในวัยที่โรยรา เหลือกินยังนำไปจำหน่ายเป็นรายรับเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกด้วย


“ตาขายไข่ได้เดือนหนึ่ง 500-700 บาทค่ะ ตาจะเก็บ 200 บาท ฝากธนาคารไว้ให้หนูเอาไว้ใช้เรียนหนังสือ ส่วนที่เหลือตาก็เอาไว้ใช้จ่ายในบ้านค่ะ” ณัฐชุดาเล่า