หน้าหลัก

4 กันยายน 2561

ที่รองแก้วกระจูด สองมือทำด้วยใจขอบคุณ (Read in English)


ด้วยซาบซึ้งในความเอื้ออาทรที่ได้รับผ่านโครงการเติมชีวิตด้วยการให้ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ทำให้โรงเรียนได้มีสื่อการเรียนรู้ใหม่ทดแทนอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เสียหายเมื่อคราวน้ำท่วมภาคใต้ช่วงต้นปีก่อน ตัวอาคารเรียนได้รับการซ่อมแซมให้มีสภาพพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และมีจักรเย็บผ้าไว้สำหรับฝึกทักษะอาชีพให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินธัมมังจึงรวมใจกันทำที่รองแก้วกระจูด 20,000 ชิ้นเพื่อมอบแทนคำขอบคุณให้แก่ผู้อุปการะ


เป็นเวลาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ที่นักเรียนโดยเฉพาะปลา บี และฝน นักเรียนชั้น ป.6 ได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนมาสานกระจูด เด็กหญิงทั้งสามคนได้ใช้ความชำนาญบรรจงกรีดนิ้วมือทั้งซ้ายขวาสานถักทอเส้นกระจูดสลับเส้นยกและเส้นนอนเพื่อให้ได้ลายสานที่งดงาม


“ยายเป็นคนสอนให้ค่ะ” ปลาบอกถึงที่มาของการมีทักษะสานกระจูด


ในการสานเส้นกระจูดให้เป็นเสื่อหนึ่งผืนเด็กๆ จะใช้เวลาสามวัน จากนั้นนำเสื่อที่เสร็จแล้วไปทาน้ำยาชักเงาและวางผึ่งแดดจนแห้งสนิท แล้วนำมาตัดเป็นวงกลมอย่างประณีตก่อนให้ผู้ปกครองเย็บกุ๊นขอบด้วยจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรม ก็เป็นอันเสร็จการทำที่รองแก้วที่ผู้ทำใส่ใจพิถีพิถันทุกขั้นตอน


“พวกหนูหวังว่าท่านผู้อุปการะจะชอบที่รองแก้วของพวกหนูนะคะ” เด็กๆ พูด


ครูกุหลาบ ภักดีใหม่ ครูโรงเรียนบ้านเนินธัมมังผู้คอยดูแลกำกับและให้คำแนะนำเด็กๆ ในการทำที่รองแก้วกระจูดบอกว่า “ต้องขอขอบคุณผู้อุปการะที่ช่วยเหลือโรงเรียนค่ะ และขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ให้โรงเรียนได้มีโอกาสทำของขวัญให้แก่ผู้อุปการะ ทางโรงเรียนรู้สึกภูมิใจมากค่ะ เพราะการสานกระจูดเป็นทักษะอาชีพของคนในชุมชนอยู่แล้ว ซึ่งได้ทำให้เด็กและผู้ปกครองมีรายได้ค่ะ”


เด็กๆ ได้ค่าทอเสื่อผืนละ 200 บาท เคลือบน้ำยาชักเงาผืนละ 100 บาท ตัดเป็นวงกลมชิ้นละ 2 บาท ส่วนงานเย็บกุ๊นขอบของผู้ปกครองชิ้นละ 3 บาท


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


“เสื่อบางผืนที่เด็กทอคนเดียวเขาก็รับไปเต็มๆ ส่วนผืนที่ช่วยกันทอเด็กๆ เขาจะแบ่งเงินกันเองค่ะ ใครทำมากกว่าก็ได้เงินเยอะกว่า ซึ่งพวกเขาจะนำเงินที่ได้นี้ไปฝากโครงการเงินออมของโรงเรียนค่ะ” ครูกุหลาบอธิบายแล้วหันไปถามปลาว่า “เธอจะเอาเงินไปทำอะไร”


“เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อชั้นมัธยมค่ะ” ปลาตอบด้วยรอยยิ้ม


ทำให้ครูกุหลาบยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “ไม่เพียงเท่านั้นแต่โรงเรียนมีรายได้สำหรับใช้ในการปูกระเบื้องอาคารเรียนด้วยค่ะ”