หน้าหลัก

8 มีนาคม 2561

เดอะเลตเตอร์ (Read in English)


จดหมายของน้ารัตน์ที่เขียนส่งถึงศิริพร เมื่อตอนเธอสำเร็จการศึกษาและเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อหนึ่งปีมาแล้วเพิ่มความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่นักพัฒนารุ่นใหม่อย่างเต็มความสามารถ น้ารัตน์เขียนมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมทั้งส่งของขวัญเป็นหนังสือ “พระองค์ผู้ทรงทำ” เขียนโดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในจดหมายน้ารัตน์ทุกฉบับที่เธอเก็บรักษาอย่างดีมีคำสอนที่พรั่งพรูจากใจรักและปรารถนาดีต่อหลานสาวคนนี้มาตลอด ตอนหนึ่งจากจดหมายของน้ารัตน์ที่ศิริพรประทับใจไม่เคยลืม “ถ้าเราทำงานโดยยึดถือในหลวง (รัชกาลที่ 9) เป็นแบบอย่างก็จะทำงานได้อย่างดีและมีประโยชน์กับสังคม น้าขอให้ศิริพรสนุกและมีความสุขกับการทำงาน และก็อย่าลืมที่จะใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมนะจ้ะ” ซึ่งเธอได้เขียนตอบกลับว่า “ขอบคุณที่เมตตาหนูตั้งแต่เล็ก หนูดีใจที่มีโอกาสช่วยเหลือเด็กแล้ว จะเป็นคนดีตอบแทนพระคุณน้ารัตน์” ทุกวันนี้แม้เธอเรียนจบทำงานแล้ว น้ารัตน์ยังคงเขียนมาถามไถ่ทุกข์สุขและให้คำแนะนำที่มีประโยชน์เสมอ


ย้อนกลับไปในวัยเด็กพ่อแม่ของศิริพรเสียชีวิตตั้งแต่เธอเล็กๆ ศิริพรอยู่กับยายและน้าชายซึ่งทำเกษตรปลูกลำใย บ้านของเธออยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ วัยเด็กของศิริพรมีความลำบากเพราะครอบครัวยากจน นอกจากช่วยงานบ้านแล้วศิริพรมักช่วยยายเก็บไม้มาทำฟืนหุงต้มในบ้าน ส่วนในวันหยุดช่วยน้าชายใส่ปุ๋ยลำใยและงานอื่นๆ


ศิริพรได้รู้จักน้ารัตน์ (ผู้อุปการะ) ผ่านโครงการพัฒนาฯ แม่แตง โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ทั้งคู่ได้พบกัน ตอนนั้นศิริพรกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ความดีที่ศิริพรมุ่งมั่นทำตอบแทนคุณความรักของคนที่มีส่วนช่วยเธอทำให้ยายและน้ารัตน์ภูมิใจมาก ความผูกพันกว่า 16 ปีที่ถักทอผลสำเร็จในชีวิตของเธอนั้น นำความชื่นใจให้น้ารัตน์ทุกครั้งที่อ่านรายงานพัฒนาการประจำปี ผลการเรียน รูปถ่ายแต่ละช่วงวัยที่ศิริพรเติบโตมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และได้ทราบว่าศิริพรเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตตั้งแต่ชั้นมัธยม กระทั่งเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ไม่เพียงเท่านั้นโครงการพัฒนาฯ แม่แตง ยังสนับสนุนด้านอาชีพที่ช่วยเสริมรายได้แก่ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงไก่พื้นเมือง การเลี้ยงปลา เพาะเห็ดนางฟ้าทำให้ครอบครัวของศิริพรมีแหล่งอาหารในบ้าน และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากรายได้เสริมที่เข้ามา

โอกาสดีในชีวิตที่ศิริพรได้รับมาตลอดนั้น หล่อหลอมเธอจนเกิดเป็นอุดมการณ์ว่าอยากจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองเพื่อส่งต่อโอกาสสู่เด็กๆ และชุมชนต่อไป เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีแล้วที่เธอเข้าร่วมเป็นทีมเจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาฯ แม่แตง ด้วยใจมุ่งมั่นกับการมีส่วนในการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ หัวใจผู้ให้จากน้ารัตน์ที่เธอได้รับมานั้นสอนให้ศิริพรในวัย 23 ปี รู้จักที่จะเป็นผู้ให้ เพื่อให้การให้ถูกส่งต่อไปยังเด็กๆ คนอื่นๆ ต่อไปไม่สิ้นสุด


“หนูเคยได้รับโอกาสที่ดีจากน้ารัตน์ ผู้อุปการะที่คอยช่วยเหลือหนูมาตั้งแต่ยังเล็ก หนูอยากตอบแทนพระคุณด้วยการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงเลือกทำงานช่วยเหลือเด็กๆ ที่นี่ ให้ได้รับการพัฒนาที่ดีอย่างยั่งยืนเหมือนที่หนูเคยได้รับมาค่ะ” ศิริพรบอกในตอนท้ายด้วยรอยยิ้ม