หน้าหลัก

11 กันยายน 2561

จากเรื่องเล่าท้องถิ่น... สู่นิทานเพื่อการ ‘อ่านออกเขียนได้’ (Read in English)


“อันกุ้ง หอย ปู ปลา กินแล้วก็ย่อยสลายไป แต่การอ่านออกเขียนได้จะอยู่กับเด็กๆ ตลอดไป” คือคำพูดของครูท่านหนึ่งที่กล่าวทิ้งท้ายการเข้าร่วมกิจกรรมสะท้อนผลและสรุปกิจกรรม รวมถึงการส่งมอบหนังสือนิทาน จำนวน 5 เรื่อง ให้แก่ 124 โรงเรียนในพื้นที่ภาคกลางรวม 1,769 เล่ม ซึ่งหนังสือนิทานดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเข้าอบรมหลักสูตรนำร่อง “สรรสร้างสื่อ เติมเต็มการเรียนรู้” (Material Creation Workshop) ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ “รูปแบบโครงการความร่วมมือพัฒนาด้านการอ่านออกเขียนได้ของเด็ก” (Literacy Hand in Hand) ของ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยได้รับความสนใจจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และโรงเรียนจาก 4 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ส่งตัวแทนครูเข้าร่วมอบรมกว่า 35 คน


โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ใช้พื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นพื้นที่นำร่องในการอบรมหลักสูตรสรรสร้างสื่อฯ ของพื้นที่ภาคกลาง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ


ระยะที่ 1 การอบรมการผลิตสื่อและการออกแบบกิจกรรมเพื่อใช้ในการสอนในห้องเรียน ระยะที่ 2 อบรมการใช้โปรแกรม Bloom ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับแต่งนิทาน รวมถึงการติดตามผลจากการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ และการวางแผนในการเผยแพร่การอบรมสู่ผู้อื่น และ ระยะที่ 3 กิจกรรมสะท้อนผลและแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสุดท้ายของการอบรมหลักสูตรสรรสร้างสื่อฯ


“เป็นกิจกรรมที่ดีมากช่วยให้ครูเกิดความกระตือรือร้นที่จะนำรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับจากการอบรม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อการสอนที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ ได้นำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในการจัดการสอน โดยเริ่มจากในห้องเรียนและโรงเรียนของตัวเองก่อน และเมื่อได้นำไปใช้ในห้องเรียนแล้วเห็นว่าเกิดผลหรืออุปสรรคอะไร ก็จะนำไปพูดคุยกับครูห้องเรียนอื่นๆ ทั้งโรงเรียนของเราด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกัน แล้วนำสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ไปขยายผลต่อให้กับโรงเรียนอื่นๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม และขยายโอกาส ทั้ง 27 โรงเรียน ใน อ.แก่งกระจาน” พัทธนันท์ คะเชนทร หรือ ครูหน่อง ครูโรงเรียนบ้านหนองมะกอก อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เผยถึงสิ่งที่ได้รับจากการเข้าอบรม


ขณะที่ มนตรา ผลศรัทธา หรือ ครูบี ครูโรงเรียนบ้านหนองหงษ์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อธิบายถึงการต่อยอดความรู้ที่ได้จากการอบรมว่า “เรามีการวางแผนงานร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กับครูโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้อย่างไร จึงมองไปถึงเรื่องของนิทานที่มีการใช้โปรแกรม Bloom ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ นำมาให้ใช้ในการจัดทำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ยิ่งถ้าเป็นนิทานที่เกิดจากความคิดและทำร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียน ก็จะก่อให้เกิดความภูมิใจทั้งครูและนักเรียนที่ได้สร้างชิ้นงานร่วมกัน”


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


คำว่า “ชิ้นงาน” ของครูบีในที่นี้หมายถึง หนังสือนิทาน จำนวน 5 เรื่อง ที่มีการส่งมอบกันในกิจกรรมครั้งนี้ อันเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการแบ่งกลุ่มของครูที่เข้าอบรมทั้งหมด 5 กลุ่ม และกระจายกันลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ ใน อ.แก่งกระจาน เพื่อเก็บเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยมีผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และชาวบ้าน รวมกันคัดเลือกเรื่องราวที่จะถ่ายทอด จากนั้นครูแต่ละกลุ่มจะนำเรื่องราวที่ได้มาประชุมร่วมกันเพื่อคัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจที่สุด ก่อนจะไปสู่การสร้างพล็อตเรื่อง เค้าโครงเรื่อง ปมของเรื่อง จุดพีคของเรื่อง จุดจบของเรื่อง และรูปแบบการนำเสนอนิทานเรื่องนั้นๆ ว่าจะเป็นแบบไหน สำหรับ หนังสือนิทานทั้ง 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1. หนูมาลีตาแป๋ว 2. ไข่นุ้ยตูดแดง 3. แม่วัวผู้น่ารัก 4. ด่างเจ้าเล่ห์ และ 5. สุขนี้ที่บ้านเรา


แต่ละเรื่องมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้ของเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึง ป.6 ซึ่งนิทานทุกเรื่องก็จะมีเทคนิคการสอนและสอดแทรกแง่คิดที่แตกต่างกันออกไป


“จุดเด่นของนิทานแต่ละเรื่องจะแตกต่างกันไป ยกตัวอย่าง นิทานสำหรับเด็กอนุบาลจะเป็นร้อยกรองที่มีคำสัมผัส ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความคิดที่เชื่อมโยงและฝึกทักษะการฟัง การอ่าน ได้ง่ายกว่าข้อความที่เป็นร้อยแก้ว ส่วนเด็กที่โตกว่านี้ก็จะมีเทคนิคการนำเสนอที่แตกต่างกันไป” ครูหน่อง ยกตัวอย่างเทคนิคการฝึกให้เด็กอ่านออกเขียนได้ตามช่วงวัย ก่อนจะยกตัวอย่างข้อคิดที่สอดแทรกไว้ในหนังสือนิทานแต่ละเล่ม “อย่างเรื่อง หนูมาลีตาแป๋ว จะนำเสนอถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนเรื่อง สุขนี้ที่บ้านเรา จะเป็นเรื่องของสำนึกรักบ้านเกิด เป็นต้น”


วันนี้แม้การอบรมหลักสูตรนำร่อง “สรรสร้างสื่อ เติมเต็มการเรียนรู้” จะจบลงแล้ว แต่การเสริมให้เด็กๆ สามารถอ่านออกเขียนได้ตามช่วงวัยด้วยสื่อที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ และกลุ่มครูที่เข้าร่วมอบรมได้ทุ่มเทสติปัญญา กำลังกาย กำลังใจ จนเกิดเป็นหนังสือนิทานต้นแบบทั้ง 5 เรื่อง และกำลังจะเพิ่มจำนวนเรื่องมากขึ้นจากการต่อยอดองค์ความรู้ของครูแต่ละโรงเรียนที่เข้าอบรม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างการอยากเรียนรู้และลดตัวเลขจำนวนการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กลงได้ในเวลาอันใกล้นี้