5 พฤศจิกายน 2552
สานรักผ่านหมูหลุม (read in english)

ศาลาอเนกประสงค์แห่งนี้เป็นที่ต้อนรับชาวบ้านในชุมชนและสมาชิกกลุ่มหมูหลุมที่แวะเวียนมาขอคำปรึกษาจากพี่จอย

อ.ลำทับ จ.กระบี่ - หลายคนคงมีประสบการณ์ของการเข้าไปในที่ๆ มีคอกหมู กลิ่นอุจจาระหมูและแมลงวันที่บินว่อนเป็นเหมือนตัวบังคับให้ต้องออกจากบริเวณนั้นเร็วที่สุด แต่เมื่อวันก่อนได้เข้าไปในคอกหมูหลุมชีวภาพของกลุ่มเลี้ยงหมูหลุม บ้านใสสด ม. 7 ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ ให้เกิดความอัศจรรย์ใจที่ไม่มีกลิ่นรบกวนเลยตลอดเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ยืนคุยข้างคอกหมูกับพี่จอยหรือนางจันทร์นิภา หวานสนิท หัวหน้ากลุ่ม

คอกหมูหลุมถูกสร้างใกล้เล้าไก่ในพื้นที่สวน 27 ไร่อันร่มรื่นของพี่จอยที่มีต้นไม้นานาพรรณ ตั้งแต่ต้นยางพารา ต้นปาล์ม ต้นมังคุด ต้นทุเรียน และพืชผักสวนครัว รวมถึงบ่อปลาที่ชุกไปด้วยปลาดุก ปลานิลดำ ปลานิลแดง ปลาทับทิม ปลาสวาย ปลาซิว ปลาขี้ขมซึ่งปลาชนิดนี้พี่จอยบอกว่าในธรรมชาติหายากแล้วจึงเลี้ยงไว้ขยายพันธุ์

พี่จอยไม่ได้เป็นคนในครอบครัวศุภนิมิต แต่เมื่อคนบ้านเรือนใกล้เคียง 9 ครอบครัวในครอบครัวของศุภนิมิตมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่สำหรับสร้างคอกเลี้ยงหมูหลุม ด้วยอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ประกอบกับเป็นคนของชุมชนจากตำแหน่งหมอดิน และเป็นเจ้าของสวนซึ่งได้รับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชน พี่จอยจึงยินดีให้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างคอกหมู

"ไหนๆ ที่นี่ก็เป็นศูนย์การเรียนรู้อยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าให้คนอื่นได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงหมูหลุมด้วย อีกอย่างคิดว่าเราดวงดีที่มีศุภนิมิตเข้ามาสนับสนุน เป็นโอกาสดีที่สมาชิกจะได้มีรายได้เสริมเลี้ยงลูกๆ หลานๆ สมาชิกทั้ง 9 คนมีลูกหลานเป็นเด็กศุภนิมิตทั้งนั้น แต่ก่อนเขา (สมาชิก) ตัดยางจ้าง (รับจ้างกรีดยาง) อย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรแล้ว" พี่จอย บอกเหตุผล

เมื่อเรื่องพื้นที่ลงตัว สมาชิกก็ได้รวบรวมเงิน 20,000 บาทเพื่อสร้างโรงเรือน ส่วนหมูได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาฯ อ.ลำทับจำนวน 32 ตัว การเลี้ยงหมูหลุมที่มีหมอดินจอยเป็นแกนนำจึงเริ่มขึ้น

เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปรับปรุงดินด้วยอินทรียสาร  ภายในสวนของพี่จอยจึงมีปุ๋ยอินทรีย์สูตรต่างๆ สำหรับการเกษตร ซึ่งได้ถูกนำมาใช้ในการเลี้ยงหมูหลุมด้วย “เอาน้ำหมัก (ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ) พด.2 ผสมน้ำให้หมูกิน ช่วยให้หมูท้องไม่เสีย พด.6 ราดคอกดับกลิ่นไม่ให้เกิดแบคทีเรีย” พี่จอยอธิบายพร้อมชี้ให้ดูรายละเอียดของปุ๋ยชนิดต่างๆ บนโปสเตอร์ที่ติดโดยรอบศาลาที่ใช้สำหรับประชุมชาวบ้าน

ด้านอาหารก็เน้นอาหารธรรมชาติจำพวกพืชผักพื้นบ้านที่มีอยู่ในสวนมากกว่าอาหารสำเร็จรูปอัดเม็ด ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงและหมูมีสุขภาพที่แข็งแรง “พี่ไปเด็ดผักบุ้ง ผักกระเฉด กระถินให้มันกิน ผักพวกนี้ช่วยการขับถ่ายของมัน”

พี่จอยกำลังอธิบายปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ
พี่จอย (เสื้อสีน้ำเงิน) และนางอาภา (เสื้อแดง)

เรื่องของการนอนพี่จอยก็เอาใจใส่ชนิดที่มดไม่ให้ไต่ยุงไม่ให้ตอม ทุกเย็นจะคอยจุดตะไคร้หอมรอบคอกหมูเพื่อไล่ยุง "หมูมันก็เหมือนคนนั่นแหละเวลายุงกัดก็นอนไม่หลับ มดกัดมันก็นอนไม่หลับ เพราะฉะนั้นในคอกก็ต้องคอยสังเกตอยู่เรื่อยๆ ว่ามีมดไหม หมูถ้ามันนอนสบายมันจะนอนกันเป็นกลุ่ม พื้นคอกดินผสมแกลบแบบนี้นุ่มหมูนอนสบาย แต่ถ้าเป็นคอกที่พื้นซิเมนต์  แบบนั้นแข็ง เวลาหมูนอนบางทีมันเจ็บตามตัวมันก็จะร้องเสียงดังหนวกหู นี่เห็นไหม มันไม่ร้องเลย อีกอย่างนะมันมีความสุขที่ได้อยู่กับพื้นแบบนี้ มันได้ขุดดินเป็นหลุมได้ออกกำลังกายตามธรรมชาติของมัน"

แต่การเลี้ยงหมูแค่ให้มันกินอิ่มนอนหลับนั้นไม่เพียงพอสำหรับพี่จอยเพราะมีความคิดว่า "หมูมันก็มีจิตวิญญาณ เพียงแต่ว่ามันพูดไม่ได้” พี่จอยจึงพูดคุยและร้องเพลงให้หมูฟังเป็นประจำทุกวัน “มันจะจำเสียงของพี่ได้ พอมันได้ยินเสียงมันก็จะมาหาแล้ว เวลาพี่ลงไปในคอกมันจะมารุมกันหาพี่ พี่จะบอกมันว่าลูก (หมู) ออกไปตะแม่จะกวาดรางให้ (บอกให้หมูออกไปเพื่อจะได้ทำความสะอาดราง)  มันก็ถอยออกไปให้พี่กวาดรางจนเสร็จ มันเข้าใจ วันก่อนสมาชิกไม่ว่าง พี่เลยบอกให้แฟนพี่ไปช่วยให้อาหาร แฟนพี่ลงไปในคอก หมูมันไม่คุ้นมันไล่งับ แล้ววันนั้นแฟนพี่นุ่งผ้าขาวม้า มันกระชากหลุด อันตรายมากถ้าเป็นผู้ชายลงไปต้องนุ่งกางเกงเท่านั้นไม่งั้นโป๊ (หัวเราะ)"

ทั้งการกระทำและคำสรรพนาม "ลูก" ที่พี่จอยใช้เรียกหมูบอกว่าพี่จอยรักเจ้าอู๊ดๆ เหล่านั้นมากแค่ไหน แล้วถ้าถึงวันที่หมูโตพอและต้องขายล่ะพี่จอยจะทำอย่างไร

พี่จอยมีสีหน้าสลดลงแล้วตอบว่า "นี่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะทำใจได้ไหม ถึงเวลานั้นคงต้องไปที่อื่นแล้วให้สมาชิกเขาจัดการ"

คำตอบของพี่จอยทำให้นางอาภา นุ่นทิพย์ สมาชิกกลุ่มและสมาชิกของครอบครัวศุภนิมิตซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับน้ำตารื้นแล้วพูดว่า "ภูมิใจในตัวเขา รักเขาเหมือนน้อง"