หน้าหลัก

25 ตุลาคม 2560

"พะเจ เวนะ" ผู้เฒ่าปกาเกอะญอกับเหรียญพระราชทาน (Read in English)


"ไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทยที่พระองค์ไม่เคยเสด็จไป" คือหนึ่งในหลายร้อยหลายพันคำพูดเมื่อเอ่ยถึงการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอด 70 ปีของการครองราชย์ อันนำมาซึ่งความอยู่ดีมีสุขของพสกนิการชาวไทยทั้งประเทศ


หนึ่งในนั้นรวมถึงบ้านป่าเด็งซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งหากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่นี่คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางป่าทึบของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงและกะหร่าง ประกอบด้วย ชาวปกาเกอะญอ และชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า


"หมู่บ้านของเราเมื่อก่อนมีแต่ป่ากับเขา จะเดินทางไปไหนมาไหนไม่ได้สะดวกเหมือนทุกวันนี้" วันทนี เวนะ ชาวไทยชนเผ่าปาเกอะญอ วัย 42 ปี ฉายภาพหมู่บ้านของตนเองในอดีตจากภาพจำในวัยเด็ก ก่อนจะเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของบรรดาชาวเขาในพื้นที่เปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิดมาก่อน


"วันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ในหลวงจะเสด็จฯ มาที่บ้านป่าเด็ง ปา (พ่อ) จึงลงไปรับเสด็จ ปาดีใจมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นและได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวง" วันทนี ย้อนเหตุการณ์ในอดีตเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้วที่เคยฟังจากคำบอกเล่าของ พะเจ เวนะ ผู้เป็นพ่อ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่บ้านป่าเด็ง


โดยในปี พ.ศ. 2509 ทรงมีพระราชดำรัสให้ตำรวจตระเวณชายแดน (ตำรวจพลร่ม) ที่อยู่ในพื้นที่ ดูแลชาวกระเหรี่ยงและกะหร่างที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ให้รวมกันเป็นหมู่บ้าน และทรงแต่งตั้งให้ พะเจ เวนะ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านป่าเด็ง โดยขึ้นอยู่กับ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก่อนที่ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเขตการปกครองใหม่ และแยกหมู่บ้านป่าเด็งใต้ (ปาเกอะญอ) เป็นหมู่ที่ 6 ขึ้นอยู่กับ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี


"ตอนที่ในหลวงเสด็จฯ มาครั้งนั้น ท่านได้พระราชทานเหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขาให้กับปาแล้วก็ชาวเขาคนอื่นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาปาจะห้อยไว้ที่คอ แต่ปัจจุบันจะแขวนไว้บนฝาบ้านคู่กับรูปในหลวง ซึ่งตอนที่ปายังแข็งแรงอยู่ก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟังตลอด" วันทนี ขยายภาพเหตุการณ์จากคำบอกเล่าที่ทำให้พ่อของเธอและชาวเขาคนอื่นๆ ที่เคยใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน สามารถไปไหนมาไหนได้เฉกเช่นคนไทยทุกคน โดยเหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขานับเป็นพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งหากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อนที่การคมนาคมและการสื่อสารไม่ได้สะดวกเช่นทุกวันนี้ ทำให้การสำมโนประชากรและการพิสูจน์สัญชาติเพื่อทำบัตรประชาชาชนให้แก่ชาวเขานั้นเป็นไปได้ยากเนื่องจากมีการย้ายถิ่นฐานบ่อย

Full Photo

Full Photo


ดังนั้นเหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขาจึงเปรียบเสมือนบัตรประจำตัวประชาชนอย่างไม่เป็นทางการหรือเรียกอีกอย่างว่า ‘บัตรประชาชนฉบับชาวเขา’ เพื่อแสดงให้รู้ว่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัญชาติไทยแล้ว และเป็นประชาชนภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนด้านหลังเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยพร้อมตอกรหัสอักษรย่อของจังหวัดและหมายเลขประจำเหรียญเอาไว้


กระทั่งปัจจุบันเมื่อการคมนาคมสะดวกขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ ทำให้การสำรวจสำมโนประชากรชาวเขาสามารถทำได้สะดวกและทั่วถึงมากขึ้น ความจำเป็นในการใช้เหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขาจึงได้หมดไป หากแต่สิ่งที่ยังคงอยู่ก็คือ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ตราบนิรันดร์


สำหรับโครงการพัฒนาชุมชนฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนินการใน 6 ตำบล 52 หมู่บ้านของอำเภอแก่งกระจาน เพื่อช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว และชุมชน ในการพัฒนาการศึกษาและทักษะชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจและทักษะอาชีพแก่ครอบครัวเด็กและชุมชน มีเด็กในความอุปการะจำนวน 2,000 คน จาก 1,724 ครอบครัว