หน้าหลัก

23 ตุลาคม 2560

“แม่อยากให้เธออยู่กับดิน” เป็น ‘กำลังของแผ่นดิน’ สร้างความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน (Read in English)


สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เคยมีรับสั่งกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ถึงความหมายของพระนาม "ภูมิพล" ไว้ว่า "อันที่จริงเธอก็ชื่อภูมิพล ที่แปลว่า กำลังของแผ่นดิน แม่อยากให้เธออยู่กับดิน” ต่อมาภายหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภถึงสิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนนีเคยรับสั่งว่า “เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วก็กลับมาคิด ซึ่งแม่ก็คงจะสอนเรา และมีจุดมุ่งหมายว่า อยากให้เราติดดินและอยากให้ทำงานแก่ประชาชน" (จากหนังสือ เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ)


และพระราชกรณียกิจสำคัญที่พระมหากษัตริย์ผู้เป็นจอมปราชญ์พระองค์นี้ทรงทำเพื่อประชาชนก็คือ ทรงพระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรม ด้วยการ “สร้างของดีซ้อนบนของเลว” โดยให้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบ ผืนดินที่คืนความอุดมจะเป็น “กำลังของแผ่นดิน” เสริมสร้างความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชนของพระองค์


ผืนดินกระด้างขาดอินทรียวัตถุอันเป็นผลจากการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตรยาวนาน ส่งผลทำลายสมดุลของระบบนิเวศดิน ทำให้ชีวิตของ งัด และ สมร เกษตรกรจาก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เกิดอาการ ‘ยิ่งทำยิ่งจน’


นายงัดตัดสินใจแก้จนด้วยการไปทำงานก่อสร้างในเมือง ภาระเลี้ยงดูลูกสาว 3 คนจึงตกหนักอยู่ที่สมร รายได้เล็กน้อยที่ส่งกลับมาให้แทบไม่เพียงพอค่าข้าวของลูกๆ สมรจึงต้องออกรับจ้างถอนมันและรับจ้างทั่วไปหาเงินอีกแรง “กลัวเหมือนกันว่าความห่างไกลอาจทำให้ต้องแยกทางจากสามี” สมรเล่าความหวั่นใจในอดีต


กระทั่งปี 2555 มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาดำเนินงาน โครงการพัฒนาฯ ภูสิงห์ ลูกสาวคนเล็กของครอบครัว 2 คน คือ น้องปอ ปทิตตา วัย 12 ปี และ น้องปิ่น ปณิดา วัย 4 ปี ได้รับความเมตตาจากผู้อุปการะ การศึกษาของบุตรสาวได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง มากกว่านั้น ครอบครัวของพวกเขายังได้รับการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเพิ่มเติมด้วย

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


สมรนำความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน “สร้างของดีซ้อนบนของเลว” ที่เธอได้ไปอบรมกับโครงการพัฒนาฯ ภูสิงห์ มาปรับใช้ในที่ดินของเธอ “ไถกลบตอซังหลังเกี่ยวข้าวให้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน สลับด้วยการปลูกถั่วเขียว ถั่วลิสง พืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย พอต้นถั่วเริ่มออกดอกก็ไถกลบลงดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหารและเป็นปุ๋ยพืชสดเติมความสมบูรณ์ของดินที่เสื่อม ก่อนปลูกข้าวในปีต่อไป” เพียงข้ามปี ต้นข้าวในนาของพวกเขาก็ให้ผลผลิตดีขึ้นกว่าเก่ามาก


เมื่อเริ่มเห็นทางทำกินอย่างเพียงพอ สมรตัดสินใจพูดกับสามีว่า “ลูกๆ คิดถึงพ่อ เรามาหาอะไรทำกินที่บ้านก็ได้” ด้วยคิดถึงครอบครัวและลูกๆ เป็นทุน นายงัดเลือกกลับมาทำกินที่บ้านอยู่กับครอบครัว ถึงวันนี้เกือบ 2 ปีแล้ว “ผมปลูกข้าว สลับกับปลูกมันสำปะหลัง ใช้ปุ๋ยพืชสดและปลูกถั่วบำรุงดินร่วมด้วย มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังส่งเสริมให้เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ และปลูกพืชผัก มีอาหารกินตลอดปี ผมรับจ้างถอนมันและงานก่อสร้างใกล้ๆ บ้านด้วย มีรายได้เลี้ยงครอบครัว เหนื่อยแต่ได้อยู่พร้อมหน้า ชีวิตครอบครัวดีขึ้น” นายงัดถ่ายทอดความสุขที่คืนสู่ครอบครัว


“หนึ่งบาท สองบาท สามบาท” เสียงน้องปิ่นนับเงินที่เหลือกลับมาจากโรงเรียน “หนูเหลือห้าบาท รวมกันสองคนเป็นแปดบาท” เสียงน้องปออวดบ้าง “งั้นพ่อให้อีกสิบบาท” ไม่ทันสิ้นเสียงนายงัด สองสาวน้อยก็เฮลั่น ตามด้วยเสียงหัวเราะของทั้งสามคน สมรยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ในครัว เธอกำลังทำอ่อมกบให้สามีและลูกเป็นมื้อเย็น ปีนี้สามีและเธอนำเงินที่เหลือออมเช่าที่ปลูกมันสำปะหลังเพิ่ม ก่อนปลูกมันเธอและสามีไม่ลืมบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสดตามที่ได้รับความรู้มา ผืนดินที่คืนความอุดม จะเป็น “กำลังของแผ่นดิน” สร้างความอยู่ดีมีสุขแก่เธอและครอบครัว