หน้าหลัก

20 กรกฎาคม 2560

"หมากรุกยังต้องคิด...จิ๊กซอว์ชีวิต" ว่าที่ร้อยตรี ทิชานนท์ หนอนวุ่น (Read in English)


"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถลิขิตชีวิตตัวเองได้" หลายคนอาจตั้งคำถามกับคำพูดนี้ แต่สำหรับ ว่าที่ร้อยตรี ทิชานนท์ หนอนวุ่น หรือ นนท์ อดีตเด็กในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำพูดข้างต้นนั้นสามารถเป็นจริงได้ถ้ามีความฝันที่ชัดเจนและแน่วแน่ที่จะทำให้มันเป็นจริง


จากลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 6 คน ในครอบครัวเกษตรกรพี่ๆ ทุกคนล้วนจบการศึกษาสูงสุดเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่นนท์โชคดีกว่าพี่ๆ ที่มีโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าเป็นเด็กในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย


"ครอบครัวผมประกอบอาชีพทำนา ในบรรดาพี่น้องมีผมคนเดียวที่มีโอกาสได้เรียนต่อจนจบปริญญาตรี เพราะได้เข้ามาอยู่ในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่อถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอันหนึ่งของชีวิตผม" นนท์ ย้อนถึงก้าวแรกบนเส้นทางฝัน นั่นก็คือ การได้เป็นครูสอนศิลปะ


ทั้งนี้ นนท์ได้รับการช่วยเหลือจากโครงการอุปการะเด็กฯ ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนจบปริญญาตรี


หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษปีที่ 3 นนท์สานต่อความฝันด้วยการเข้าเรียนที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรม จังหวันครศรีธรรมราช ก่อนจะพาตัวเองสู่เมืองกรุงเรียนต่อจนจบปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาทัศนศิลป์ เอกจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลอง 6 รวมถึงการเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นวิชาชีพครู ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต


"ตั้งแต่แรกที่ได้เข้ามาอยู่ในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ผมได้เขียนความฝันลงไปในจดหมายที่เขียนถึงผู้อุปการะว่าโตขึ้นผมอยากเป็นครู ส่วนการเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารเป็นเพราะผมชอบเครื่องแบบทหาร รู้สึกว่าเท่ดี ก็เลยเรียนจนครบหลักสูตร 5 ปี และได้ติดยศว่าที่ร้อยตรี" นนท์ ขยายภาพความฝันในวัยเด็กที่เขาค่อยๆ ต่อเติมมันเหมือนภาพจิ๊กซอว์แผ่นใหญ่


Full Photo

Full Photo


หลังเรียนจบ นนท์หอบวุฒิการศึกษามุ่งหน้ากลับบ้านเกิดที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเริ่มอาชีพแม่พิมพ์ของชาติด้วยตำแหน่งครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนคริทนร์ โรงเรียนเชียรใหญ่ และโรงเรียนบ้านปลายคลอง


"ผมว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่สนุกดี ได้อยู่กับเด็กๆ ได้ให้ความรู้แก่พวกเขา และทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่าแม่พิมพ์ของชาติ ขณะเดียวกันการได้รับโอกาสจากโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำให้วันนี้ผมมาไกลเกินฝันมาก และผมก็คิดตลอดเวลาว่าวันหนึ่งเมื่อมีโอกาสจะต้องมอบโอกาสแบบนี้ให้กับเด็กยากไร้คนอื่นๆ บ้าง"นนท์ กล่าวทิ้งท้ายการสนทนา หากแต่การก้าวเดินบนเส้นทางฝันของเขานั้นยังไม่สิ้นสุด


ปัจจุบัน นนท์เรียนจบปริญญาโท เอกบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเตรียมต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายให้ภาพฝันนั้นสมบูรณ์หลังจากสามารถสอบคัดเลือกและได้รับการขึ้นทะเบียนเพื่อรอเรียกบรรจุเป็นข้าราชการครูไว้เรียบร้อยแล้ว