หน้าหลัก

30 สิงหาคม 2561

กายป่วย แต่ใจเต็มเปี่ยมด้วยพลัง... เพราะได้รับการเติมชีวิตด้วยการให้ จากน้ำใจของ ‘ท่าน’ (Read in English)


ใจที่ดีคือพลังที่สำคัญที่สุดในการเอาชนะทุกสิ่งอย่างที่เป็นอุปสรรคของชีวิต ยิ่งได้รับการเกื้อกูลจาก ‘น้ำใจ’ งดงามที่ส่งมอบให้ ใจที่ดีจะยิ่งพูนพลัง ดังเช่นเรื่องราวของ โยะ หรือ ภานุเดช เด็กยากไร้ในโครงการอุปการะเด็ก ที่เติบโตมาในชนบทที่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น แม้กายของ ‘โยะ' จะป่วย แต่ใจเต็มเปี่ยมด้วยพลัง เพราะได้รับการเติมชีวิตด้วยการให้ จากน้ำใจของ ‘ท่าน’


โยะ ไม่มีพ่อแม่ ผู้มีพระคุณทั้งสองแยกทางกันตั้งแต่โยะยังเด็ก และแยกย้ายกันไปหางานทำในเมืองใหญ่เลี้ยงชีพ เขาและน้องชายจึงเติบโตมากับการเลี้ยงดูของตาและยาย อาชีพทำไร่ทำนาของตาและยายพอเพียงแค่ทำให้ครอบครัวได้มีอาหารอิ่มท้อง น้ำใจที่โยะได้รับจากผู้อุปการะตั้งแต่เขาอายุ 7 ปี ที่มอบให้แก่เขาผ่าน โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทำให้โยะเติบโตและมีโอกาสชีวิตอันจำเป็นตามที่เด็กเล็กๆ คนหนึ่งควรจะได้รับ เขามีโอกาสเล่าเรียนได้อย่างเต็มที่ และโยะก็ตั้งใจเรียนอย่างมาก “ผมมีความฝันอยากจะเป็นครู อยากมีอาชีพที่มั่นคงจะได้เลี้ยงดูตายายและน้องชายให้มีชีวิตที่ดีกว่านี้ครับ” โยะเล่า


แต่ยังไม่ทันที่ โยะ จะได้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็นนาย ชีวิตและการเติบโตสู่อนาคตที่สดในกว่าตามที่เด็กชายคนนี้เคยฝันเอาไว้ก็ต้องสะดุดลง มะเร็งเม็ดเลือดขาวหยุดทุกสิ่งในชีวิตของเขาลง เกือบแม้กระทั่งหยุดชีวิตของเขาไว้ที่วัยเพียงไม่ถึง 15 ปี “ผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ม.ต้น ครับ ต้องไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับเดือน นับปี เลยต้องหยุดเรียนไปครับ”


ตายายคือกำลังใจอย่างสำคัญที่หนุนใจให้โยะเกิดพลังต่อสู้กับโรคร้าย และในวันที่โยะ ตาและยาย กำลังจะสิ้นหวัง อีกหนึ่งน้ำใจได้ส่งถึงเด็กชายที่กำลังป่วยหนักและตายาย ด้วยความช่วยเหลือจาก กองทุนอุปกรณ์ช่วยเหลือเด็กทุพลภาพ จาก โครงการ ‘เติมชีวิตด้วยการให้’ อีกหนึ่งโครงการของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่เด็ก ครอบครัว และชุมชน


“ตอนนั้นหวังอย่างเดียวครับ ขอให้หลานมีชีวิตรอด ใช้เงินเท่าไหร่ ตายายยอมเป็นหนี้ ขอให้หลานอาการดีขึ้น เป็นพระคุณอย่างมากเลยครับที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลหลาน ตายังจำชื่อโครงการฯ ได้ เติมชีวิตด้วยการให้ คือมันเติมชีวิตให้หลานตาได้จริงๆ ครับ” ตาของโยะเล่า


นอกจากความช่วยเหลือจาก โครงการ ‘เติมชีวิตด้วยการให้’ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ แล้ว โครงการอุปการะเด็ก ยังให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูครอบครัวของโยะให้สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ ด้วยการส่งเสริมอาชีพ เพราะอาชีพจะทำให้ตาและยายมีรายได้ และสามารถมีชีวิตรอดเพื่อดูแลหลานที่เป็นหัวใจของผู้เฒ่าทั้งสองได้ต่อไป


“ตาได้รับส่งเสริมเรื่องการทำเกษตรพอเพียงครับ ทั้งการปลูกผัก การเลี้ยงปลา มีรายได้หมุนเวียนจากการขายผัก ขายปลา มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการมาดูแลหลานระหว่างที่ยังนอนโรงพยาบาล หนี้ต่างๆ ที่ไปกู้มารักษาหลานก็ได้ทยอยใช้คืนจนหมดแล้วครับ ขอบคุณความช่วยเหลือที่มอบให้ตา ให้หลานมากๆ ครับ” ตาของโยะเล่าทั้งน้ำตา


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


ถึงวันนี้ โยะกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่อาการป่วยจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เป็นหนักส่งผลให้โยะไม่สามารถเดินได้ดังเช่นปกติ โยะต้องใช้ไม้เท้าพยุง หมอที่รักษาอาการของโยะบอกกับโยะและตายายว่า โยะจะต้องกินยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวให้ครบ 5 ปีเสียก่อน หลังจากนั้น หากอาการทุเลาขึ้น โยะอาจเข้ารับการผ่าตัดขาให้เดินได้ดังเดิม


“10 ปีที่ป่วย  ความรักจากตายาย น้ำใจ ความเมตตาจากผู้อุปการะ ความช่วยเหลือที่ผมได้รับจากโครงการอุปการะเด็ก และโครงการเติมชีวิตด้วยการให้ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ สิ่งเหล่านี้คือพลังให้ผมมีแรงสู้กับความเจ็บปวดในกาย ให้ผมเอาชนะมันให้ได้ ตอนนี้ผมยังต้องไปตรวจติดตามผลการรักษา และตรวจเช็คอาการมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่โรงพยาบาลตามที่หมอนัดอยู่เป็นประจำครับครับ แต่ผมก็แข็งแรงขึ้น พอจะช่วยตายายทำงานได้บ้าง ผมยังไม่ทิ้งความฝันที่จะอยากจะเป็นครูครับ สักวันหนึ่งผมจะต้องจบปริญญาตรีให้ได้ ตอนนี้ผมลงเรียน กศน.ไว้ ผมเรียนจนจบระดับมัธยมต้นแล้ว ผมตั้งใจจะเรียนจนจบให้ได้ครับ” ภานุเดช หรือ โยะ ที่ตอนนี้เติบโตเข้าสู่วัย 21 ปี กล่าวอย่างภูมิใจกับความสำเร็จด้านการศึกษา ที่เขาใช้ทั้งกายและหัวใจเอาชนะความเจ็บป่วยจากมะเร็งเม็ดเลือดขาว พากเพียรจนคว้ามันมาได้


แม้กายของ ‘โยะ' จะป่วย แต่ใจเต็มเปี่ยมด้วยพลัง เพราะได้รับการเติมชีวิตด้วยการให้ จากน้ำใจของ ‘ท่าน’