ศุภนิมิตฯ จับมือแสนสิริ ลงนาม MOU สนับสนุนสิทธิแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวในธุรกิจก่อสร้าง

ศุภนิมิตฯ จับมือแสนสิริ

ลงนาม MOU สนับสนุนสิทธิแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวในธุรกิจก่อสร้าง

ศุภนิมิตฯ จับมือแสนสิริ ลงนาม MOU สนับสนุนสิทธิแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวในธุรกิจก่อสร้าง

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการ “การเข้าถึงแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวในบ้านพักชั่วคราวแรงงานก่อสร้าง” เพื่อแก้ไขปัญหาช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนตามหลักสากลขั้นพื้นฐานและผลประโยชน์พึงได้รับของตน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุม Auditorium อาคารสิริ แคมปัส

จากสถิติกระทรวงแรงงาน พบแรงงานภาคธุรกิจก่อสร้างในประเทศไทยจำนวน 2.7 ล้านคน โดยแบ่งเป็นแรงงานไทย จำนวน 2.2 ล้านคน และแรงงานต่างด้าว 500,000 คน หรือคิดเป็น 17% ของภาคแรงงานทั้งหมด (ข้อมูล ณ พ.ศ.2564) ซึ่งภาคก่อสร้างถือว่าเป็นภาคส่วนสำคัญของประเทศที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของภาคก่อสร้าง คิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั้งหมด แม้ภาคแรงงานในธุรกิจก่อสร้างจะมีความจำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในเรื่องสิทธิแรงงานไทยและสิทธิแรงงานต่างด้าว รวมถึงสิทธิแรงงานต่างด้าวสตรีและสิทธิเด็กลูกคนงานกลับเป็นประเด็นที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และสังคมยังไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร โดยพบว่ามีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบถึงสิทธิพื้นฐานพึงได้รับของตน

ทั้งนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความสำคัญดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มแรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ ในภาคธุรกิจก่อสร้าง ถือเป็นอีกกลุ่มที่มีความเปราะบางอย่างมาก ทั้งในเรื่องของค่าแรง ความปลอดภัย อนามัยการเจริญพันธุ์ ฯลฯ อีกทั้งมีความเข้าใจว่ากฎหมายและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิแรงงานนั้นมีความเข็มแข็งและชัดเจน แต่ในเชิงปฏิบัติยังมีแรงงานจำนวนมากที่ยังไม่ทราบสิทธิที่พึงได้รับของตน และในบางส่วนมีความเข้าใจแต่ยังไม่สามารถเข้าถึงการบริการทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จึงได้ผสานความร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการทำงานร่วมกัน จัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือดูแลกลุ่มคนเหล่านั้นให้ได้รับความรู้และเข้าถึงการบริการตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงจะได้รับ

สำหรับแผนดำเนินงานบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับแสนสิริในครั้งนี้ มุ่งเน้นสิทธิ 3 ด้าน ได้แก่

  1. สิทธิแรงงาน ได้แก่ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ การใช้วันลา การจ้างงาน ค่าจ้างและค่าล่วงเวลา
  2. สิทธิสตรี ได้แก่ การจ้างงานที่เท่าเทียม การไม่กระทำความรุนแรง สุขภาพและอนามัยเจริญพันธุ์
  3. สิทธิเด็ก ได้แก่ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง สิทธิที่จะมีส่วนร่วม

ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าวว่า “มากกว่า 20 ปีในการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาวะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เราได้พบปัญหาสำคัญคือ การที่กลุ่มแรงงานข้ามชาติไม่สามารถเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพได้ เพื่อแก้ป้ญหานี้อย่างยั่งยืน จึงได้มีการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและรูปแบบสาธารณสุขมูลฐาน (Development of Primary Health Service of the Migrants) เพื่อส่งเสริมพัฒนาความรู้ของประชากรข้ามชาติให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานได้ อีกทั้งได้เป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group - MWG) ที่ร่วมกันทำงานโดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประชากรข้ามชาติได้รับเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ”

นายสมัชชา พรหมศิริ กล่าวว่า “โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี(ปี 2565-2566) มุ่งหวังให้เกิดเป็นต้นแบบกับบริษัทและภาคธุรกิจก่อสร้างต่างๆ โดยเริ่มต้นนำร่องไซต์งานโครงการต่างๆ ของแสนสิริ จำนวน 10 แห่ง ทั่วเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบด้วย 1.ชัยพฤกษ์ – แจ้งวัฒนะ 2.รังสิต - คลอง 2 3.รังสิต 4.ราชพฤกษ์ 346 5.พหลโยธิน – วัชรพล 6.กรุงเทพกรีฑา 7.บางนา 8.ประชาอุทิศ 90 9.ศาลายา – ปิ่นเกล้า 10.TTS Engineering (2004) โดยภายในปีนี้เน้นเจาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติหญิงและกลุ่มลูกแรงงานเป็นกลุ่มแรกก่อน และในอนาคตมีแผนขยายผลต่อไปยังกลุ่มแรงงานช้ามชาติชายและแรงงานไทยในโครงการก่อสร้างอื่นๆ ของแสนสิริอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสิทธิแรงงานในภาคก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุม”

การร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในเรื่องความรู้ความเข้าใจถึงสิทธิที่แรงงานข้ามชาติหรือสิทธิทุกคนพึงมี เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม ศุภนิมิตฯ พร้อมทำงานช่วยเหลือและพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์องค์กร ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ผ่านการสนับสนุนช่วยเหลือ เด็ก ครอบครัว ชุมชน และกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนาและเพศ เพื่อให้ความปกป้องคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยธรรมอย่างเท่าเทียม