คณะผู้บริหาร ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ร่วมกิจกรรมปลูกผักและเก็บผลผลิตจากแปลงเกษตรร่วมกับเด็กนักเรียน

“โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม”

ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ติดชายแดนเขตพม่า จ.กาญจนบุรี

จากเจตนารมณ์ในการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมร่วมกัน สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมใน “โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม” ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ติดชายแดนเขตพม่า จ.กาญจนบุรี

จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขให้แก่เด็ก ครอบครัว และชุมชน ที่อยู่ในภาวะลำบากยากไร้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงได้ผสานความร่วมมือกับ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อจัดทำโครงการแก้ไขปัญหาด้านภาวะทุพโภชนาการให้กับชุมชนและเด็กๆ โรงเรียนบ้านไร่ป้า อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด โดยคุณบ็อบบี้ คิม รองประธานบริหาร ประจำภาคภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค พร้อมด้วยคณะผู้ริหารยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ลงพื้นที่ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นำโดยดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการฯ และผู้บริหารมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อร่วมกิจกรรมส่งมอบเงินบริจาคสนับสนุนใน “โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม” จำนวน 302,966 บาท (10,000 USD) ให้กับโรงโรงเรียนบ้านไร่ป้า อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยมีคุณดาวไสว ขุนทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไร่ป้า พร้อมทั้งคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ป้า ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นอกจากนี้คณะผู้บริหารยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) ยังได้ร่วมชมการแสดงพื้นเมืองจากเด็กนักเรียน ร่วมปลูกผักและเก็บผลผลิตจากแปลงเกษตร ทำกิจกรรมเวิร์คชอปจักสาน ปักผ้า ทอมือ และร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ นักเรียนอีกด้วย  จากการสนับสนุนในครั้งนี้ ส่งผลให้เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ป้า จำนวน 140 คน สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ ส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตมีพัฒนาการที่สมวัย ถือเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้านภาวะทุพโภชนการให้แก่เด็กๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

โรงเรียนบ้านไร่ป้า ตั้งอยู่ในอําเภอทองผาภูมิ เป็นพื้นที่ติดกับเขตชายแดนพม่า ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี 185 กิโลเมตร ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนทั้งหมด จำนวน 140 คน คณะครูและบุคลากรจำนวน  12  คน ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีหลากหลายชาติพันธุ์ ได้แก่ ชาวไทยพื้นเมือง  กะเหรี่ยง พม่า ลาว และมอญ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกะเหรี่ยง ชุมชนมีวัฒนธรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทําไร่  ทำสวนยาง รับจ้างทั่วไป และหาของป่า มีฐานะยากจน

 “มีครอบครัวจำนวนมากที่หย่าร้าง พ่อแม่ไปทำงานที่ในเมืองใหญ่ ทิ้งให้เด็กๆ ต้องอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง ผู้ปกครองให้ความสําคัญกับการหาเลี้ยงชีพมากกว่าการส่งเสริมให้บุตรหลานได้รับการศึกษา ดังนั้นนอกจากภารกิจด้านจัดการเรียนรู้แล้ว โรงเรียนยังต้องรับภาระด้านการดูแลช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ อาหาร และสุขภาพอีกด้วย” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไร่ป้า กล่าว

นอกจากสนับสนุนอาหารเช้าให้แก่เด็กนักเรียนแล้ว โครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ยังมุ่งเน้นแก้ไขภาวะทุพโภชนาการในเด็ก โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย และเด็กประถมอย่างรอบด้าน ทั้งการส่งเสริมความรู้เพื่อสร้างความตระหนักแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก ครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน เกี่ยวกับความสำคัญของอาหารมื้อเช้า และการจัดเตรียมมื้อเช้าที่มีคุณค่าเหมาะสมสำหรับวัยของเด็ก รวมถึงการส่งเสริมและดูแลให้เด็กลด ละ เลิก อาหารหรือขนมหวาน และขบเคี้ยวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย

ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้กล่าวถึงการดำเนินงานความช่วยเหลือว่า “ปัจจุบัน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ยากไร้ผ่านโครงการอุปการะเด็ก จำนวนกว่า 43,000 คน ในพื้นที่ดำเนินงานในจังหวัดต่างๆ 41 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับที่จังหวัดกาญจนบุรีนี้ พื้นที่ดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีอยู่ 2 อำเภอ คือ ที่อำเภอสังขละบุรี เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2548 และ

อำเภอทองผาภูมิ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบัน มีเด็กๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้การดูแลและพัฒนาความอยู่ดีมีสุขแล้วประมาณ 1,800 คน โดยโรงเรียนบ้านไร่ป้า ได้รวมอยู่ในแผนงานพัฒนาของในปีปัจจุบันด้วย”

“ผมขอเป็นตัวแทนเด็กนักเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ที่โรงเรียนบ้านไร่ป่านี้ ขอบคุณ Unicity และ Unicity Make Life Better Foundation เป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่มในครั้งนี้ สุขภาพ อนามัย และโภชนาการที่ดีของเด็กๆ  คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เติบโตสมวัย พร้อมสำหรับการพัฒนาตนเองสู่ชีวิตที่ดีกว่าต่อไป” ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง กล่าว

ในการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่เพียงเด็กๆ ที่ได้รับความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ครอบครัวของเด็กๆ ชุมชน โรงเรียน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินงาน ก็จะได้รับความช่วยเหลือในลักษณะงานส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ไปพร้อมๆ กัน การดำเนินงานต่างๆ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงความร่วมมือจากผู้นำชุมชน โรงเรียน หน่วยงานต่างๆ ในชุมชน และอาสาสมัครชุมชน