อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ การทำงานเชิงรุกเพื่อเพื่อนแรงงานข้ามชาติเข้าถึง ‘วัคซีนโควิด-19’

อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ

การทำงานเชิงรุกเพื่อเพื่อนแรงงานข้ามชาติเข้าถึง ‘วัคซีนโควิด-19’

จนถึงปัจจุบัน ด้วยนโยบายให้ประชากรทุกคนที่อาศัยในประเทศไทย (ทั้งคนไทยและต่างชาติ) ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง มีประชากรไทยกว่าร้อยละ 72.9 หรือประมาณ 50.9 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบอย่างน้อย 2 เข็มแล้ว แต่สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามที่คาดกันว่าจะอาศัยในประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านคน การเข้าถึงบริการการฉีดวัคซีนยังอยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย ตามรายงานจากระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวัคซีนโควิด-19 จนถึงเดือนเมษายน 2022 มีแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เพียง 1.2 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบอย่างน้อย 2 เข็ม  

ด้วยการทำงานเชิงรุกโดยกลุ่มอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ (อสต.) ใน “โครงการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 อย่างเท่าเทียมกันสำหรับแรงงานข้ามชาติ” ดำเนินงานโดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจาก องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration: IOM) และ องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ที่เน้นการเข้าถึงชุมชนเพื่อส่งเสริมความรู้ในการป้องกันตนเองจากโควิด-19 พร้อมสนับสนุนให้แรงงานสามารถเข้าถึงบริการการฉีดวัคซีนด้วย

“เราอยู่และทำงานในประเทศไทยมานานเกือบ 20 ปีแล้ว ทำงานเป็นพนักงานขายของ ทำให้เป็นคนพูดเก่ง และรู้จักคนมาก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเมื่อมีโอกาสมาทำงานเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ” Min Yar Zar หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า Happy อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาร์ พื้นที่กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ แนะนำตัวเองให้เรารู้จัก

Min Yar Zar เล่าถึงความท้าทายในการทำงานเพื่อสนับสนุนให้เพื่อนแรงงานข้ามชาติเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 “บางคนมีโรคประจำตัวก็เลยไม่กล้าไปฉีด ใช้วิธีเก็บตัวไม่ออกไปไหน”

หลังจากคุยจนรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่ยอมไปรับบริการฉีดวัคซีนแล้ว Min Yar Zar ก็จะเข้าสู่กระบวนการ ‘เปิดใจ’ ด้วยกระบวนการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ด้วยบรรยากาศสนุกๆ ตามแบบของเขา แม้จะต้องใช้เวลาหลังเลิกงาน หรือในวันหยุด แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะ Min Yar Zar เข้าใจดีถึงการทำงานในแบบอาสาสมัครอยู่แล้ว เน้นเวลาที่กลุ่มเป้าหมายสะดวก เข้าถึงชุมชน และสร้างบรรยากาศที่เป็นเองเพื่อเปิดใจสู่เป้าหมายการนำเพื่อนแรงงานเหล่านี้ไปรับบริการฉีดวัคซีน

“นอกจากประโยชน์ของวัคซีนโควิด-19 แล้ว เราเข้าใจดีว่าทุกคนที่ตัดสินใจมาอยู่เมืองไทยเพราะต้องการโอกาส ต้องการทำงาน เพื่อมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราก็จะใช้จุดนี้เป็นสิ่งกระตุ้นให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจเปลี่ยนความคิดและยอมไปฉีดวัคซีน เราจะบอกเขาว่าถ้าเราไปฉีดวัคซีนเราจะได้รับเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ซึ่งจำเป็นมากถ้าเราต้องไปสมัครงาน ตอนนี้แม้แต่ร้านอาหารรับพนักงานก็ยังต้องการคนที่ได้รับวัคซีนแล้วเลย พอเปิดใจได้เราก็จะช่วยเรื่องการลงทะเบียนฉีดวัคซีนซึ่งในส่วนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นผู้ดำเนินการประสานงาน พอถึงวันนัดเราก็ทำหน้าที่พี่เลี้ยงพาเขามารับบริการฉีดวัคซีนด้วย”

สอดคล้องกับที่ Aye Min Tun อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ ชาวเมียนมาร์ พื้นที่กรุงเทพฯ ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการได้รับวัคซีนกับโอกาสในการทำงานเพื่อหารายได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการ COVID Free Setting ของภาครัฐ ที่กำหนดให้สถานประกอบการจะต้องให้พนักงานในสถานประกอบการได้รับการฉีดวัคซีน

“มีคนงานเมียนเมาร์หลายคนที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยหลังจากที่มีการเปิดประเทศหลังการระบาดระลอกใหญ่ บางส่วนเคยได้รับวัคซีนมาจากประเทศเมียนมาร์แล้ว แต่ไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนมายืนยัน ทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าทำงาน เราก็พยายามช่วยเหลือให้เขาได้เข้าสู่ระบบการฉีดวัคซีนในประเทศไทย เพราะเมื่อเขามารับวัคซีนตามระบบก็จะมีหนังสือรับรอง ”

ด้วยความที่ทำงานเป็นล่ามในไซต์งานก่อสร้าง และอาศัยในประเทศไทยมานาน ทำให้ Aye Min Tun มุ่งกลุ่มเป้าหมายแรงงานข้ามชาติในไซต์งานก่อสร้าง โดยใช้เครือข่ายบริษัทรับเหมาต่างๆ ที่เคยทำงานด้วย ทำให้สามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติที่เดินทางเข้ามาใหม่ และมาสมัครงานกับบริษัทผู้รับเหมาต่างๆ เพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือให้หลายคนปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยการพาไปรับบริการฉีดวัคซีน

Win Pa Pa แรงงานชาวเมียนมาร์ ที่ได้รับการสนับสนุนความรู้และแนะนำให้มารับบริการฉีดวัคซีนจาก Min Yar Zar เล่าภายหลังจากเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเรียบร้อยว่า “มาอยู่เมืองไทย 5 ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันทำงานในโรงงานรับซื้อของเก่าแถวๆ ประเวศ อ่อนนุช นายจ้างให้ที่อยู่ ที่กินในโรงงานเลยค่ะ ปกติไม่ค่อยกล้าออกไปไหนอยู่แล้ว โดยเฉพาะ 2 ปีหลังที่มีการระบาดของโควิด-19 ยิ่งไม่กล้าออกไปนอกโรงงานเลยค่ะ กลัวว่าถ้าออกข้างนอกแล้วจะติดโรคโควิด-19 กลัวจนไม่กล้าออกไปไหนเลยค่ะ เคยได้ยินเรื่องวัคซีนโควิด-19 แต่เราก็คิดว่าไม่ได้ออกไปไหน คงไม่ติดเชื้อ พอพี่แฮปปี้ (Min Yar Zar) ที่เป็น อสต. มาคุย มาอธิบายให้ฟัง เราจึงค่อยๆ เลิกกลัวและกล้าออกมาจากโรงงานค่ะ พี่เค้ายังพามาฉีดด้วย ทำให้การมาฉีดวัคซีนครั้งนี้สะดวกมากค่ะ ดีใจมากที่ได้รับวัคซีนแล้ว ตอนฉีดกลัวค่ะ ตื่นเต้นด้วยค่ะ กังวลว่าฉีดแล้วจะแพ้ แต่ก็ดีใจมากๆ ค่ะ พอฉีดเสร็จเราก็ได้รับหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนเลย หรือถ้าเราเกิดได้รับเชื้อ เราต้องทำงานกับของเก่า ไม่รู้ว่าจะมีเชื้อโรคติดมาหรือเปล่า การได้รับวัคซีนจะทำให้เราป่วยไม่รุนแรงค่ะ”

โครงการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 อย่างเท่าเทียมกันสำหรับแรงงานข้ามชาติ ด้วยการทำงานเชิงรุกจากอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ ได้ช่วยเหลือให้แรงงานข้ามชาติจำนวนกว่า 1,526 คนจากกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สามารถเข้าถึงบริการการฉีดวัคซีน และยังได้ดำเนินการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากโควิด-19 และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ให้กับกลุ่มแรงงานข้ามชาติมากกว่า 5,000 คน นอกจากประโยชน์ในการเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ โอกาสป่วยรุนแรงน้อยลงหากได้รับเชื้อ และช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้ว การที่แรงงานข้ามชาติได้รับวัคซีนยังช่วยสร้างโอกาสในการทำงาน และเสริมให้พวกเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นไปพร้อมๆ กันด้วย