น้องอรอุมา อายุ 21 ปี เรียนออนไลน์ที่บ้านด้วยอุปกรณ์ที่ทำงานเก็บเงินหามาด้วยตัวเอง

ว่าที่คุณหมอยอดกตัญญู

"หนูจะเป็นหมออนามัยตัวน้อยๆ ที่มีศักยภาพ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข พร้อมความมุ่งหวังในการทำงานที่ดี ความฝันของหนูจะเป็นจริงได้แน่นอน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ"

น้องอรอุมาในวัยเด็กมีความฝันไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ทั่วไป เธออยากเป็นนักข่าวและนักร้องเพราะมีเสียงที่ไพเราะและมีความสุขเมื่อได้ร้องเพลง แต่ทว่าความฝันก็เปลี่ยนไปเมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวกลับล้มป่วยทำให้เดินไม่ได้และไม่สามารถทำนาเลี้ยงครอบครัวได้อีกต่อไป

เธอจึงคอยพาคุณพ่อไปโรงพยาบาลและช่วยทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อจนพอจะเดินได้บ้าง และปีต่อมาคุณแม่ก็ป่วยหนักด้วยหลายโรครุมเร้า ทำให้ไม่สามารถขายขนมที่ตลาดได้เหมือนเคย ครอบครัวจึงขาดรายได้ไปอีกทาง เมื่อต้องพาคุณแม่ไปที่อนามัยเป็นประจำ เธอก็ได้แรงบันดาลใจที่จะเป็นหมออนามัยเพื่อจะได้สามารถดูแลครอบครัวและมีอาชีพที่มั่นคงทำในอนาคต

แม้จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคด้านสุขภาพของคนในครอบครัวและความยากจน แต่น้องอรอุมาก็ยังไม่ละทิ้งความฝัน เธอเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนและขยันทำงานมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่น้องต้องขาดเรียนถึงครึ่งเดือนเพื่อไปดูแลคุณแม่ที่ป่วย ก็พยายามเรียนตามเพื่อนให้ทันโดยการศึกษาด้วยตัวเองจากใน YouTube โดยมีคุณครูคอยช่วยเหลือให้ได้รับทุนการศึกษาเล็กๆ น้อยๆ และมีเพื่อนคอยให้กำลังใจเสมอมา ส่วนในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ น้องอรอุมาก็ยังทำงานพิเศษเป็นพนักงานในร้านหมูกระทะเพื่อเก็บเงินเป็นทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในบ้าน ภาระในการดูแลพ่อแม่ ทำงาน และเรียนไปพร้อมกันอาจจะหนักหนาสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ไม่ใช่กับน้องอรอุมาผู้ที่มีครอบครัวเป็นแรงผลักดันให้เดินตามความฝัน

“หนูจะต้องดูแลแม่และคนในครอบครัวให้ดีที่สุดตามกำลังของหนูที่หนูมี หนูจะตั้งใจเรียนหนังสือจะขยันทำงาน สิ่งเหล่านี้จะทำให้หนูประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในอนาคตข้างหน้าความกตัญญูของหนู หนูเชื่อว่าจะส่งผลให้หนูมีความสุขในวันนี้และวันข้างหน้าค่ะ” น้องอรอุมากล่าวด้วยความมุ่งมั่น

เธอทุ่มเทอย่างหนักจนสามารถสอบเข้าเรียนในสาขาสาธาณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งได้อย่างที่ตั้งใจ เธอมีความสุขมากและเริ่มมีความหวังว่าชีวิตกำลังจะดีขึ้น แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเริ่มต้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย คุณแม่ของเธอก็กลับมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตลง

"ตอนนั้นหนูทำใจไม่ได้จริงๆ แต่ทำได้แค่ยอมรับและเดินหน้าต่อไปค่ะ" น้องอรอุมากล่าว

หลังงานศพของคุณแม่ น้องอรอุมาได้ไปเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วยเหมือนที่เคยทำมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าและช่วยทำโครงการของทางมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เธอไม่มีงานพิเศษให้ทำ จึงต้องกู้กยศ. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา โดยมีพี่สาวทั้งสองคอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านบางส่วนและคุณพ่อเองก็พอจะกลับมาทำงานตัดต้นปาล์มหารายได้ได้บ้างแล้ว

น้องอรอุมาตอนนี้กำลังทำวิจัยใกล้จะจบการศึกษา เธอรู้สึกขอบคุณที่เธอมาไกลได้ขนาดนี้ โครงการส่งน้องจบป.ตรี ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สนับสนุนนักศึกษาเช่นน้องอรอุมา ด้วยเงินสนับสนุนจากผู้บริจาค 36,000 บาทต่อปี นักศึกษาภายใต้โครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัย เช่น หนังสือและค่าเดินทาง