ละเลย เลยรุนแรง

Block Neglect, Break Violence

การขจัดความรุนแรงต่อเด็ก ถือเป็นความท้าทายในทุกประเทศ สังคม เชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) ที่ระบุว่าเป็นหน้าที่ของประเทศภาคีในการจัดการและขจัดความรุนแรงต่อเด็ก ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามภาคยานุวัติรับรอง เมื่อปีพ.ศ. 2535 นั่นหมายความว่า รัฐบาลไทยมีพันธะผูกพันที่จะดำเนินการให้เด็กๆ ทุกคนในประเทศไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกันตามอนุสัญญาฯ ปัจจุบันมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกการทำงานระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับสากล โดยมีเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนและส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDG)

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มุ่งเน้นในเรื่องการดูแลและปกป้องคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และได้ตั้งเป้าหมายว่าเด็กเปราะบางจำนวน 3 ล้านคนต้องได้รับผลกระทบจากโครงการการยุติความรุนแรงต่อเด็ก มูลนิธิฯ จึงได้มีการดำเนินโครงการเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการออกแบบให้เป็นโครงการที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาทางด้านความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัยเพื่อให้ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงที่นำไปสู่คุณภาพชีวิตของเด็ก รวมทั้งยังเพิ่มความเข้มข้นในการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอกองค์กรมากยิ่งขึ้น ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งเน้นในประเด็นการ “ละเลย เลยรุนแรง” ต่อเด็ก ในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • 1. ละเลย เลยรุนแรง ด้านร่างกายและจิตใจ


    ผลกระทบทางด้านร่างกาย คือ เด็กและเยาวชนเกิด ทุพภโภชนาการ ส่งผลให้มีพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาล่าช้า โครงสร้างทางสมองของเด็กถูกทำลายจากการไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม บั่นทอนความสามารถในการเรียนรู้ ร่างกายมีความเจ็บป่วยบ่อย ส่วนผลกระทบทางด้านจิตใจ คือ เด็กขาดความมั่นคงทางจิตใจและความรู้สึก เช่น รู้สึกไม่ปลอดภัย ซึมเศร้า หวาดระแวง และอาจมีปัญหาสุขภาพจิตหรือความเครียดอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การพึ่งพายาเสพติด หรือการฆ่าตัวตาย เป็นต้น


  • 2. ละเลย เลยรุนแรง ด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัย


    ผลคือ เด็กและเยาวชนประสบอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บจากการเล่น การดำเนินชีวิต และอาจมีเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยต่อเด็ก ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอีกมากมาย เช่น การติดยาเสพติด การเล่นพนัน การใช้ความรุนแรง ทั้งทางกายและทางวาจา ทั้งนี้ สภาพสังคมของเด็ก บ้าน และชุมชนที่อยู่อาศัยก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อพฤติกรรมของเด็กเช่นกัน


  • 3. ละเลย เลยรุนแรง ด้านการศึกษาและการวางแผนชีวิต


    ผลคือ เด็กและเยาวชนเติบโตบนเส้นทางที่ไร้คำปรึกษา หรือการแนะแนวทางที่ถูกต้องและชัดเจน ทำให้ชีวิตไร้ทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย เรียนไม่จบ เรียนไม่ตรงตามความสามารถและความถนัดของตนเอง เยาวชนขาดทักษะชีวิต ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ท้องไม่พร้อม ไม่มีงานทำ พัวพันกับสิ่งที่ไม่ดี ยาเสพติด ความรุนแรง ส่งผลให้เส้นทางชีวิตของเด็กในอนาคตต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย อาทิ ความไม่พร้อมในการสร้างครอบครัว เกิดปัญหาด้านการเงินและการงาน การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างยากลำบาก เป็นต้น


  • 4. ละเลย เลยรุนแรง ด้านการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อสังคม


    ผลคือ เมื่อผู้ใหญ่หรือคนในสังคมไม่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดและความสามารถที่สร้างสรรค์ หรือขาดการฝึกฝนให้เด็กได้มีส่วนร่วมในสังคม หรือชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง อาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า รวมถึงการขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ขาดโอกาสในการเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น ตลอดจนขาดความรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคมในวงกว้าง


ทั้งนี้ การละเลยในทุกรูปแบบที่ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และด้านจิตใจ ล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ทำให้เด็กและเยาวชนขาดความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ขาดพื้นที่ที่ควรได้รับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งและมีบทบาทของสังคม ขาดโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นผลมาจากความรุนแรงของสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การคุ้มครอง เยียวยา และฟื้นฟูผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกระทำความรุนแรง รวมทั้งส่งเสริมให้สังคมรอบข้างได้มีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหา

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เล็งเห็นถึงประเด็นความสำคัญของปัญหาความรุนแรงว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ได้กลายเป็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนในสังคมจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งมิใช่ เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป ดังนั้น มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้จัดกิจกรรมโครงการยุติความรุนแรงต่อเด็ก “ละเลย เลยรุนแรง Block Neglect, Break Violence” เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก ตลอดจนยุทธศาสตร์ขององค์กร รวมถึงเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์พันธกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะพันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กแบบองค์รวม อันจะนำไปสู่การสร้างความตระหนักแก่สาธารณชนในด้านการยุติความรุนแรงต่อเด็กในภาคภายหน้า