แม้ทางชีวิตจะไม่ราบเรียบแต่“วริษา” ไม่เคยหยุดฝัน

แม้ทางชีวิตจะไม่ราบเรียบแต่“วริษา” ไม่เคยหยุดฝัน

"หนูใกล้จะเรียนจบแล้ว หนูจะสอบเป็นครูค่ะ” วริษากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ถึงว่าเส้นทางของหนูตอนนี้จะขรุขระ แต่มันก็ยังไม่ใช่ทางตันค่ะ อีกไม่นานหนูก็จะได้เรียนจบและจะสอบเป็นครูให้ได้ค่ะ ตอนนี้หนูกู้ กยศ. มาเพื่อเรียนค่ะ อีกปีเดียวหนูก็จะจบปริญญาตรีแล้ว”

หนึ่งฝันของเด็กเปราะบางต้องสะดุดลงด้วยวิกฤต COVID-19 “พี่ศุภนิมิตฯ โทรมาเยี่ยมหนูตามปกติและบอกกับหนูว่า ผู้อุปการะของหนูยกเลิกการอุปการะ โควิด-19 ทำให้ท่านต้องปรับแผนการใช้จ่าย จำเป็นต้องยกเลิกความช่วยเหลือที่ให้กับหนู หนูเข้าใจท่านนะคะ และหนูขอขอบคุณท่านมากๆ ที่ได้ให้การอุปการะ ทำให้หนูและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือ ที่สำคัญคือทำให้หนูได้ศึกษาต่อจนถึงปัจจุบันค่ะ” วริษา จาก โครงการพัฒนาฯ ภูเมนทร์ จ.อุทัยธานี เล่า

แม้จะถูกยกเลิกการอุปการะ แต่วริษาก็ไม่ละทิ้งความฝันที่อยากจะเรียนจนจบปริญญาตรี หลักจากถูกยกเลิกการอุปการะมูลนิธิศุภนิมิตฯยังคงดูแลและช่วยเหลือวริษาอย่างต่อเนื่องผ่าน “กองทุนโครงการพัฒนาชุมชน” ซึ่งเป็นกองทุนสำหรับให้ความช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว ชุมชน ในกรณีเร่งด่วนและมีเหตุจำเป็น แต่ก็เป็นจำนวนเงินที่จำกัด

ฝันที่ใกล้จะไปถึงในเวลาไม่ช้า ทว่ารายได้จากการปลูกมันสำปะหลังของพ่อแม่ที่ต้องใช้สำหรับเลี้ยงดูทุกคนในบ้านที่มีอยู่ถึง 5 ชีวิต ในภาวะปกติก็แทบจะไม่เพียงพอแล้ว วริษาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อการเรียนของคนยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

“นอกจากเงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ หนูกู้เงินจาก กยศ. เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนต่ออย่างเพียงพอด้วยค่ะ”

เงินทุกบาท วริษาใช้จ่ายอย่างประหยัด ชีวิตปี 5 ของนักศึกษาครูคือการเรียนรู้ประสบการณ์ในการฝึกสอน วริษาจึงตัดสินใจย้ายหอพักให้ราคาถูกที่สุดเท่าที่หาได้ และอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยพะเยาที่เธอศึกษาอยู่ และให้ใกล้กับโรงเรียนที่กำลังฝึกสอน เพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักและการเดินทางให้เหลือน้อยที่สุด

แม้ทางชีวิตจะไม่ราบเรียบแต่“วริษา” ไม่เคยหยุดฝัน
แม้ทางชีวิตจะไม่ราบเรียบแต่“วริษา” ไม่เคยหยุดฝัน

“หนูพยายามลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินให้น้อยที่สุดด้วยค่ะ บางวันก็ลดอาหารจาก 3 มื้อเหลือแค่ 2 มื้อ แต่โรคระบาดทำให้ของทุกอย่างแพง บางวันก็ประหยัดเพิ่มอีกหน่อย กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปค่ะ อดทนค่ะ อีกปีเดียวเท่านั้น”

“เราติดตามความเป็นอยู่ของเด็กต่อเนื่อง อย่างเจ้าวริษานี่เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน จากที่ตัวเล็กอยู่แล้วการประหยัดโดยลดอาหารหรือกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้ยิ่งผอมลงไปอีก จนตอนนี้เหมือนถั่วงอก หัวโต ตัวลีบ เราก็พยายามช่วยเท่าที่เงินกองทุนสามารถช่วยเหลือได้ นอกจากเงินช่วยเหลือเราก็พยายามให้กำลังใจให้เค้าอดทน อีกปีเดียวก็จะจบแล้ว” มารีรัตน์ กิติสาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯโครงการพัฒนาฯภูเมนทร์ จ.อุท้ยธานี ที่ดูแลมาริษามาตั้งแต่เด็กเล่า

“หนูฝันอยากเป็นครูค่ะ อยากสอนหนังสือให้ความรู้เด็กๆ ช่วยสนับสนุนเด็กๆ ด้วยกำลังที่เรามี หนูอยากทำงานเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีกว่านี้ด้วยค่ะ หนูจะอดทน ถึงว่าเส้นทางของหนูตอนนี้จะขรุขระ อาจจะยากสักหน่อย แต่มันก็ยังไม่ใช่ทางตันค่ะ อีกไม่น่านหนูก็จะได้เรียนจบ และจะสอบเป็นครูให้ได้ค่ะ” วริษากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

วริษาคือหนึ่งในเด็กเปราะบางยากไร้ในความดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตฯ หลายพันคนที่ถูกยกเลิกการอุปการะในช่วงเวลาวิกฤตโรคระบาดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 3ปีแล้ว “ท่าน”สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้โปรดอุปการะเด็กสักคนหรือบริจาคเงินเข้า“โครงการพัฒนาชุมชน” ของเราวันนี้เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหวังอีกครั้ง

ความช่วยเหลือของท่านสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

ร่วมอุปการะเด็ก

ร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กยากไร้ผ่านโครงการของมูลนิธิศุภนิมิตฯ