หน้าหลัก

5 เมษายน 2562

ฝายชะลอน้ำ หล่อเลี้ยงชีวิต โรงเรียนและชุมชนวัดผักกาด (Read in English)


“ผมรักโรงเรียนของผมมากครับ โรงเรียนของเรามีน้ำใช้ตลอด มีสวนป่าที่ร่มรื่น” ด.ช.พีรพัฒน์ หรือ อ้วน นักเรียนชั้น ป.5 บอกความรู้สึกของเขาที่เกิดจากความชุ่มฉ่ำและความอุดมสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ‘โครงการอุปการะเด็ก’ ของ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนมีชีวิตที่อยู่ดีมีสุข


พลิกฟื้นผืนดินอันแห้งแล้ง

ขณะที่หลายพื้นที่กำลังเข้าสู่สภาวะร้อนแล้ง เสียงจักจั่นที่ร้องระงมไปทั่วพื้นที่สวนป่าของโรงเรียนวัดผักกาด ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ โป่งน้ำร้อน ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่เพียงเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าฤดูร้อนได้เริ่มขึ้นแล้ว หากแต่ยังบ่งชี้ได้ว่าใต้พื้นดินแห่งนี้ยังคงชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ เหมาะเป็นแหล่งอนุบาลของตัวอ่อนจักจั่นได้เป็นอย่างดี


นายศักดิ์ศิริ คำรอด ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดผักกาด เล่าว่า แต่เดิมโรงเรียนวัดผักกาดเป็นพื้นที่ขาดน้ำและแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติจึงได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน โรงเรียนต้องขอทางเทศบาลช่วยบรรทุกน้ำมาให้ แต่ก็ต้องรออยู่นานกว่าน้ำจะส่งมาถึง เพราะความเดือดร้อนได้กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า และทุกคนต่างก็รอคอยความช่วยเหลือเช่นกัน ด้วยความกังวลว่าเด็กนักเรียนจะไม่มีน้ำใช้ ทางโรงเรียนจึงขอการสนับสนุนจาก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จัดสร้าง “โครงการฝายชะลอน้ำขนาดเล็กบ้านผักกาด” เมื่อปี 2558 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาวและบริหารจัดการ น้ำอย่างยั่งยืน


“มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้งบประมาณและวัสุดุอุปกรณ์ในการสร้างฝายแบบกึ่งถาวรทั้งหมด 7 จุด ตลอดแนวคลอง เล็กๆ ใกล้โรงเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ชาวบ้านและเด็กนักเรียนช่วยกัน เริ่มจากขุดคลองให้เป็นร่องลึกถึงชั้นหินข้างล่าง จากนั้นเอาหินตามธรรมชาติเล็กบ้างใหญ่บ้างเรียงสลับถมกันไปและเสริมด้วยเหล็กกับปูน เพราะเป็นคลองขนาดเล็กน้ำจะไหลแค่ช่วงฤดูฝน ต่างจากฝายแม้วที่มีน้ำไหลเยอะ เราจึงทำฝายเพื่อกักน้ำ และให้ซึมลงไปใต้ดิน พอหน้าแล้งน้ำก็อยู่ได้นาน นี่เดือนมีนาคมแล้วน้ำก็ยังมี” ผอ.ศักดิ์ศิริ อธิบาย พลางชี้ให้ดู


“ถ้าเป็นเมื่อก่อนพอขาดฝน เข้าสู่เดือนธันวาคมน้ำก็เริ่มแห้งหมดแล้ว พอมีฝายช่วยบรรเทาได้เยอะมาก อย่างน้อยก็พอมีน้ำช่วยหล่อเลี้ยงต้นลำไยให้ยืนต้นจนกว่าจะผ่านหน้าแล้งไปได้” ลุงสมพร โพธิ์แก้ว ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยสำทับอีกเสียงถึงผลดีที่เกิดขึ้น


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


คืนความสมบูรณ์สู่ผืนป่า

หาก ร้อน-แล้ง คือสิ่งที่มาคู่กัน ต่อให้สร้างฝายกี่ฝายแต่ไม่มีป่าน้ำก็คงไม่มี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ผอ.ศักดิ์ศิริ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าของโรงเรียนที่มีมากถึง 25 ไร่ “ก่อนหน้านี้พื้นที่สวนป่าของโรงเรียนถูกบุกรุกแผ้วถางทำลายเพื่อปลูกมันสำปะหลัง โรงเรียนก็ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ให้ฟื้นคืนเป็นสวนป่า ให้มีความหลากหลายของพรรณไม้ มีสัตว์น้อยใหญ่มาอาศัย” ปัจจุบันสวนป่าของโรงเรียนจึงถูกใช้เป็นห้องเรียนธรรมชาติของเด็กๆ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและปลูกฝังให้เด็กช่วยกันรักษาป่าที่เหลืออยู่ด้วย


ด้วยความร่วมมือของทุกคนในการช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ ด้วยพลังที่ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสวนป่า เพียงช่วงเวลาแค่ 4 ปี ต้นไม้ช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นไว้ในผืนดิน ทำให้ฝายและสระเก็บน้ำของโรงเรียนไม่เคยพร่อง ทุกวันนี้โรงเรียนวัดผักกาดจึงมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้สอยในการอุปโภคบริโภคตลอดปี ส่วนชาวบ้านก็ได้ประโยชน์มีน้ำไปใช้ทำสวน และใช้ในครัวเรือน นอกจากนี้ฝายยังเป็นสระว่ายน้ำของเด็กๆ ที่โรงเรียนใช้แข่งขันกีฬาสี และสอนเด็กว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำด้วย


ปัจจุบันโรงเรียนวัดผักกาด มีนักเรียน 145 คน และมีเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการอุปการะเด็ก ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จำนวน 59 คน