หน้าหลัก

30 เมษายน 2562

ระดมทรัพยากรเพื่อขับเคลื่อนเด็กไทยให้อ่านและเขียนได้ตามเกณฑ์ (Read in English)


เพราะไม่มีกิจการงานอันใด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ จะสำเร็จลุล่วงได้ด้วยการลงมือลงแรงของใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภารกิจยิ่งใหญ่ดังเช่น การแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ที่ปัจจุบันยังคงอยู่ในวังวนแห่งการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งแน่นอนย่อมจะส่งผลสู่การพัฒนาการเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตของเด็กในทุกๆ วันที่พวกเขาเติบโตขึ้นด้วย


เพื่อขับเคลื่อนให้เด็กไทยสามารถอ่านและเขียนได้ตามเกณฑ์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงาน โครงการความร่วมมือพัฒนาด้านอ่านออกเขียนได้ของเด็ก (Literacy Hand in Hand) ได้อาสาเป็นเจ้าภาพระดมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในการรวมกลุ่มเป็น คณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ ทันใจ ประทับจิต ชีวิตคุณภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้ของเด็กช่วงอายุ 7-12 ปี นำร่องก่อการขับเคลื่อนให้เด็กไทยอ่านและเขียนได้ตามเกณฑ์ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ปัจจุบัน มูลนิธิศุภนิมิตฯ มีพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ เฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 22 โครงการฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 572 หมู่บ้าน 49 ตำบล ใน 17 จังหวัดของภาคอีสาน มีเด็กในความอุปการะที่เป็นลูกหลานอีสานรวมทั้งสิ้น 15,872 คน และในจำนวนนี้ กว่าครึ่งหรือประมาณ 8,000 คน เป็นเด็กในช่วงอายุ 7-12 ปีที่อยู่ในวัยเรียนรู้ และต้องได้รับการปูพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับเติมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต


แต่การรวมตัวกันของคณะทำงานที่มาจากหลายพื้นที่ หลายภาคส่วน จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจที่สอดคล้อง และมองเห็นเป้าหมายที่ตรงกัน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อน พัฒนา และการดำเนินงานแก้ไขปัญหาด้านการอ่านเขียนของเด็กไทยที่บรรลุผลสำเร็จในที่สุด มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้จัดให้มีการประชุมหารือเพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2562 ที่โรงแรมเพชรรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 15 ท่าน และครูผู้สอนภาษาไทย จำนวน 14 ท่าน จากโรงเรียน 21 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมประชุมหารือ และยังมี ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ ที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมการประชุมด้วย


นอกจากความเข้าใจถึงทิศทางและเป้าหมายที่จะนำไปสู่การพัฒนาให้เด็กไทยสามารถอ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์แล้ว ผลจากการประชุมครั้งนี้ยังเกิดความชัดเจนของคณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ ที่มีมติร่วมกันให้ นายถาวร อินทรสร ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตะเข้-หนองตูม เป็นประธานคณะทำงานฯ นายประกอบเกียรติ ชัยเกิด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะพุง เป็นรองประธานฝ่ายพัฒนาคู่มือฯ นายเสถียร หล้าแหล่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวารีสีสุก เป็นรองประธานฝ่ายพัฒนาสื่อและนวัตกรรม นายวิโรจน์ เหลือหลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าไม้สหกรณ์ เป็นรองประธานฝ่ายขับเคลื่อนและพัฒนาแนวคิดและติดตามประเมินผล นอกจากนี้ ยังมี นายพงศักดิ์ คนหมั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนแดง เป็นกรรมการและเลขานุการฯ และแน่นอน นายประวิตร ดิษฐะเนตร ดร.วิมลรัตน์ สีสัน และ น.ส.สิริน มีชัย ตัวแทนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำหน้าที่เป็นกรรมการและผู้ประสานงาน ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ที่เข้าร่วมการประชุมอาสาร่วมเป็นคณะทำงานในแต่ละฝ่ายอีกด้วย


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


สำหรับ หลักสูตรอ่านออกเขียนได้ ทันใจ ประทับจิต ชีวิตคุณภาพ เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยโรงเรียนบ้านโพนแดง ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ ดงหลวง ร่วมกับ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และส่งเสริมให้เด็กนักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ตามเกณฑ์ โดยมีกระบวนการตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพและเทคนิคการสอนให้แก่ครู การสนับสนุนสื่อการเรียนการสอน และการเติมความพร้อมแก่เด็กด้านปัจจัยการศึกษา รวมถึงการสร้างความตระหนักแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้เห็นถึงความสำคัญและมีส่วนในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กด้วย ส่วนกระบวนการในการพัฒนาด้านการอ่านเขียนของเด็กนักเรียนนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ ระดับอนุบาล โดยไม่มุ่งเน้นให้เด็กท่องจำจากหนังสือเรียน แต่ให้เด็กเรียนรู้จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การร้องเพลง การทำท่าทางประกอบ นอกจากเด็กจะสนุกสนานกับการเรียนแล้ว เนื้อเพลงต่างๆ ที่ร้อยเรียงขึ้นเฉพาะสำหรับสร้างการจดจำพยัญชนะ จดจำสระ หรือแม้แต่การประสมคำ จะช่วยทำให้เด็กๆ ค่อยๆ ซึมซับและเรียนรู้สิ่งที่เป็นพื้นฐานในการอ่านออกเขียนได้ไปพร้อมๆ กัน ส่วน ระดับประถม จะเน้นให้เด็กสามารถอ่านคล่อง เขียนถูกต้อง อ่านจับใจความ รวมถึงสามารถคิดคำนวณได้ตามเกณฑ์ ผ่านกระบวนการสอนของครู ทั้งการใช้สื่อเติมบรรยากาศในห้องเรียนให้สนุกสนานสำหรับเด็กในการเรียนรู้ และการนำเกมมาผสมผสานในการเติมความรู้ให้แก่เด็ก และด้วยพื้นฐานการอ่านและเขียนที่ดีของเด็กๆ จะทำให้การเรียนรู้ในวิชาอื่นๆ ของเด็กเกิดสัมฤทธิผลที่ดีขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบัน ได้มีการนำหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ ทันใจ ประทับจิต ชีวิตมีคุณภาพ ไปใช้ในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ดำเนินงานโครงการอุปการะเด็ก ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทั่วประเทศ และโรงเรียนบ้านโพนแดง ก็จะเป็นสถานที่ศึกษาดูงานที่มีครู และบุคลากรด้านการศึกษาจากทั่วประเทศแวะเวียนมาเรียนรู้ไม่ได้ขาด


ก้าวต่อไปของคณะทำงานขับเคลื่อนพัฒนาหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ คือการระดมสมองร่วมกันพัฒนาคู่มือหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการพัฒนาวิทยากรที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรอ่านออกเขียนได้ฯ ให้แก่ครูในโรงเรียนต่างๆ และขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป


ภาระกิจอันยิ่งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ยุติวังวนแห่งการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว