หน้าหลัก

22 พฤษภาคม 2562

หมูแม่พันธุ์ของครอบครัวน้องเหนือ (Read in English)


ก่อนสงกรานต์เมื่อปี 2559 หมูแม่พันธุ์สี่ตัวพร้อมอาหารสำหรับเลี้ยงดูถูกนำมาส่งที่บ้านของ น้องเหนือ เด็กในโครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ เมืองปาน จ.ลำปาง สร้างความตื่นเต้นและดีใจให้น้องเหนืออย่างมาก เด็กชายพูดถึงมันตลอดเวลา และทันทีที่แม่ถามว่าพรุ่งนี้จะไปดูหมูมั้ย เด็กชายตอบแม่ทันทีว่า “ไป น้องใคร่หัน (เห็น) และฮื้อ (ให้) อาหารหมู” และตั้งแต่วันนั้นมาน้องเหนือก็ติดสอยห้อยตามแม่กับพ่อไปคอกหมูตลอด


“ผมชอบมาเล่นกับพวกมัน คอยดูไม่ให้น้ำแห้ง ให้อาหารทุกวัน คอยดูมันค่อยๆ โตขึ้นครับ” น้องเหนือ เล่าเสียงใส เด็กชายวัย 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 ลูกคนเล็กของครอบครัวพบความสุขอย่างมากในการมาเล่นที่คอกหมูของครอบครัวทุกวันในตอนเย็น


อุทัย พ่อของน้องเหนือก็เหมือนกับเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ที่ว่างงานหลังทำนาเสร็จแล้ว จึงต้องออกไปรับจ้างต่างถิ่นเพื่อให้มีเงินมาใช้จ่ายในบ้าน ผู้อุปการะของน้องเหนือ เห็นความสำคัญด้านอาชีพเพื่อให้ครอบครัวมีรายได้ที่สม่ำเสมอเพียงพอที่จะช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ของเด็ก จึงได้สนับสนุนการเลี้ยงหมูเพื่อให้ครอบครัวมีอาชีพเสริม และมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูก


หมูพันธุ์ลาร์จไวท์ อายุหนึ่งเดือนทั้งสี่ตัวของครอบครัวเลี้ยงง่ายโตเร็ว และให้ลูกเร็วจากการเลี้ยงดูที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ของครอบครัว อุทัยบอกว่าหมูสาวแม่พันธุ์ทั้งสี่ตัวต่างพากันแข่งให้ลูก ปีละสองคอก ลูกหมูครอกหนึ่งจะมีประมาณ 4-10 ตัว ปีที่แล้วแม่หมูของครอบครัวให้ลูกหมูรวม 60 ตัว สร้างรายได้ประมาณหลักแสนจากการขายลูกหมูขุน อุทัยได้นำรายได้ที่เพิ่มขึ้นใช้จ่ายในครอบครัว และนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนเลี้ยงแม่หมู พร้อมทั้งนำเงินบางส่วนมาลงทุนปลูกพืชสวนผัก เช่น คะน้า พริก โดยนำมูลหมูที่เลี้ยงไว้มาเป็นปุ๋ยใส่ผัก และนำใบคะน้ามาทำเป็นอาหารเลี้ยงหมู ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำเกษตรไปได้มาก


ลูกหมูขุนของครอบครัวนี้สร้างรายได้ดีจนคิดถึงคำกล่าวที่ว่า “คนเลี้ยงหมู หมูเลี้ยงคน”เป็นคำกล่าวที่แท้ทรู” ครอบครัวของน้องเหนือเลี้ยงหมูมาเป็นเวลาสองปีกว่าแล้ว ขายหมูแม่พันธุ์ไปสองตัวเนื่องจากหยุดให้ลูก ได้เงินรวม 22,000 บาท แม่พันธุ์อีกสองตัวเพิ่งคลอดลูกเป็นรุ่นที่สี่แล้ว ให้ลูกจำนวน 22 ตัว ปัจจุบันเลี้ยงหมูอยู่ทั้งหมด 24 ตัว อีกประมาณ 4-5 เดือน ลูกหมูขุน 22 ตัวก็จะโตพอที่จะขายได้ ถ้าขายเป็นตัวก็จะได้ราคาตัวละ 4,000 บาท แต่ถ้าขายแบบเป็นกิโลกรัมก็จะได้ราคากิโลกรัมละ 70 บาท “รอบนี้พอได้ขายหมูก็จะมีรายได้ประมาณ 80,000 บาทครับ แต่ผมว่าจะเก็บตัวเมียที่แข็งแรงเอาไว้บ้างเพื่อเป็นแม่พันธุ์รุ่นต่อไปครับ” อุทัยคำนวณรายได้ที่คาดว่าจะได้รับในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า


Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo

Full Photo


การเลี้ยงหมูขุนเป็นอาชีพเสริมของครอบครัวรองจากอาชีพหลักคือทำการเกษตรหมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัว และการปลูกข้าวโพด น้องเหนือกับพี่ชายได้มีส่วนร่วมช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมูแม่พันธ์ เลี้ยงหมูขุนขายร่วมกับครอบครัว เป็นการฝึกทักษะอาชีพให้เด็กอีกด้วย ทุกวันนี้การเลี้ยงหมูของครอบครัวได้แปรเปลี่ยนเป็นอาชีพและรายได้ที่มั่นคงทำให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุขบนความเพียงพอ


“ขอบพระคุณผู้อุปการะน้องเหนือที่ได้มอบความรักและช่วยเหลือพิเศษด้านอาชีพเลี้ยงหมูให้กับครอบครัวของเรา เรามีรายได้เพิ่มขึ้น พอจะเก็บออมไว้สนับสนุนการศึกษาของลูกชายทั้งสองคนได้ ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่คอยดูแลให้คำแนะนำต่างๆ การช่วยเหลือต่างๆ ที่ผ่านมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวทำให้ครอบครัวผมมีรอยยิ้มมากขึ้นในวันนี้ ขอบคุณอีกครั้งครับ” อุทัยพูดขอบคุณจากใจ


ไม่เพียงการสนับสนุนด้านอาชีพแก่ครอบครัวของเด็กในโครงการอุปการะเด็กเท่านั้น แต่โครงการอุปการะเด็กยังมุ่งเน้นดำเนินงานสนับสนุนและส่งเสริมเด็กอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยเพื่อให้พวกเขาได้พัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความอยู่ดีมีสุข นอกจากการสนับสนุนปัจจัยการศึกษาต่างๆ แก่เด็กในโครงการอุปการะทุกคนแล้ว น้องเหนือ ซึ่งมีอาการหูข้างซ้ายได้ยินไม่ชัดเจน ซึ่งตรวจพบตั้งแต่เมื่อตอนที่น้องเหนือเรียนอยู่ชั้น ป.1 โครงการอุปการะเด็กจึงได้ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือเฉพาะด้านสำหรับน้องเหนือ โดยได้สนับสนุนชุดเครื่องช่วยฟัง และชุดสื่อการเรียนการสอนรายบุคคลเพื่อช่วยเหลือให้น้องเหนือสามารถอ่านออกเขียนได้และมีทักษะชีวิตอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย โดยที่ยังสามารถใช้ชีวิตและร่วมเรียนรู้กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ตามปกติอีกด้วย