ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นกำลังทวีความรุนแรง
และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อคุณภาพชีวิต รวมถึงศักยภาพในการพัฒนาประเทศชาติ








เด็กหญิงวัย 11 ขวบ น้องเป็นเด็กเรียนดี ร่าเริง และเป็นนักกีฬาวิ่งของโรงเรียน แต่เมื่อปีที่ผ่านมา รอยยิ้มของเธอถูกแทนที่ด้วยอาการตัวเหลืองและปวดศีรษะรุนแรง ผลตรวจยืนยันว่า น้องเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน! ทำให้น้องต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา
ทุกวันของการรักษาจำเป็นต้องอาศัยค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งค่ายา ค่าพาหนะไปโรงพยาบาล และอาหารเสริมที่จำเป็น หากการรักษาสะดุด โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งห่างออกไป แม้รายได้ของครอบครัวมีไม่มาก และแม่ต้องดูแลน้องอีกคนวัย 1 ขวบ 8 เดือน แต่คุณแม่ก็ยังพยายามดูแลลูก ๆ อย่างสุดความสามารถ
“อยากให้น้องหายดีเร็ว ๆ จะได้กลับไปโรงเรียน ไปวิ่งเล่น ไปเรียนเหมือนเดิม” คุณแม่กล่าวด้วยความหวัง
ศุภนิมิตฯ จึงเร่งสนับสนุนการดูแลที่จำเป็น เพื่อให้น้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนค่ายาเฉพาะทางที่อยู่นอกบัญชียาหลัก ค่าพาหนะไปโรงพยาบาล และอาหารเสริมบำรุงร่างกาย เพราะช่วงหนึ่งน้องทานอาหารได้น้อยมากทำให้ขาดสารอาหาร การได้รับอาหารเสริมอย่างต่อเนื่องช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เห็นได้จากสีหน้าและพลังงานที่กลับมาอย่างชัดเจน
แต่เส้นชัยของน้องยังอีกยาวไกล เธอยังต้องการกำลังใจ และแรงสนับสนุน ทุกการให้ของคุณ คือโอกาสให้เด็ก ๆ ทุกคนที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย หรือมีสุขภาพไม่แข็งแรงด้วยสาเหตุต่าง ๆ ได้กลับไปใช้ชีวิตตามวัย และเติบโตอย่างเข้มแข็งอีกครั้ง
ทุกการสนับสนุนจากคุณ เราจะเปลี่ยนเป็นค่ายา ค่าเดินทางไปรักษา และอาหารเสริมที่จำเป็น เพื่อให้การรักษาเดินหน้าต่อเนื่อง
วันนี้เด็ก ๆ หลายคนกำลังอยู่บนเส้นทางการรักษา และเราทุกคนสามารถเป็นกำลังใจให้เด็ก ๆ ไปถึงเส้นชัยแห่งการหายดีได้ เพราะเด็กทุกคนควรมีโอกาสได้วิ่งไล่ตามความฝันอีกครั้ง
คุณแม่ศิริกานต์ แม่ของน้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูก 4 คน และน้ำฟ้าเป็นลูกคนสุดท้อง น้องเริ่มแสดงอาการพัฒนาการล่าช้าตอนอายุได้ 3 เดือน และเมื่อผลวินิจฉัยออกมา แพทย์ก็ได้บอกกับคุณแม่ศิริกานต์ว่าน้องน้ำฟ้าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ถึงอย่างนั้น เธอก็สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
น้องน้ำฟ้าไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ด้วยตัวเองเนื่องจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง พูดไม่ได้ และไม่สามารถทานอาหารแข็งได้ จึงต้องรับประทานอาหารเหลวสูตรพิเศษ คุณแม่ศิริกานต์อยากจะให้น้ำฟ้าได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ แต่รายได้ของเธอน้อยมาก “ยังมีลูกอีกสามคนที่ต้องเลี้ยงดูค่ะ” เธอกล่าว เธอเคยทำงานต่างจังหวัดและมีรายได้เดือนละอย่างน้อย 13,000 บาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าบ้านแล้ว ก็แทบจะไม่เหลือเงินเลย สุดท้ายเธอจึงต้องกลับมาบ้านเกิดและรับจ้างรายวัน ทำงานทุกอย่างที่หาได้ “ช่วงโรคระบาดเป็นช่วงที่ลำบากมาก” เธอกล่าวเสริม เธอไม่สามารถพาน้ำฟ้าไปตรวจร่างกายหรือทำกายภาพบำบัดได้ ไม่ใช่แค่เพราะข้อจำกัดในการเดินทาง แต่ยังเป็นเพราะขาดรายได้อีกด้วย แม้ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลจะครอบคลุมค่ายาของน้อง แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงค่าอาหารและค่ารักษาสุขอนามัยก็เกินกำลังของเธอ