รายงานประเมินตัวชี้วัด KPI E1 ประจำปี 2568 ฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า “สิทธิมนุษยชน” คือหัวใจหลักของการเข้าถึงบริการสุขภาพ เพราะแม้จะมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพียงใด แต่หากยังมีกำแพงแห่งการตีตราและการเลือกปฏิบัติ ผู้ป่วยก็ไม่อาจก้าวข้ามไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพได้
ประเทศไทยเป็น 1 ใน 24 ประเทศทั่วโลกที่กองทุนโลก (Global Fund) สนับสนุนเป็นพิเศษในแผนงาน “การทลายอุปสรรค” (Breaking Down Barriers – BDB) เพื่อรื้อถอนอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ทัศนคติ และกฎหมายที่กีดกันประชากรกลุ่มเปาะบางออกจากระบบสุขภาพ
KPI E1 คือตัวชี้วัดมาตรฐานของกองทุนโลกที่ใช้วัดความก้าวหน้าในการขจัดอุปสรรคด้านสิทธิมนุษยชนที่กีดขวางการเข้าถึงบริการด้านเอชไอวีและวัณโรค โดยติดตามว่าประเทศต่าง ๆ ดำเนินการลดการตีตรา การเลือกปฏิบัติ อุปสรรคทางกฎหมาย และการละเมิดสิทธิที่ขัดขวางประชากรกลุ่มหลักจากการเข้าถึงบริการป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษาอย่างมีประสิทธิผลเพียงใด
รายงานประเมินตัวชี้วัด KPI E1 ประจำปี 2568 จัดทำขึ้นโดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและทีมที่ปรึกษาสิทธิมนุษยชนและเพศภาวะ ประจำประเทศไทย ผ่านความร่วมมือของ 3 ผู้รับทุนหลัก (PRs) ได้แก่ สำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลกกรมควบคุมโรค มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคม ด้วยระเบียบวิธีผสมผสานทั้งการตอบแบบสอบถามและการถกแถลงด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงและเป็นที่ประจักษ์
จากการประเมินผลตัวชี้วัด KPI E1 ในปี พ.ศ. 2568 พบความก้าวหน้าที่น่าสนใจสะท้อนผ่านคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ:
• ด้านวัณโรค (TB): คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.3 (ปีฐาน 2566) สู่ 3.1 ในปี 2568
• ด้านเอชไอวี (HIV): คะแนนขยับจาก 2.57 (ปีฐาน 2566) สู่ 2.91 ในปี 2568
ทั้งสององค์ประกอบแสดงพัฒนาการที่ต่อเนื่องและชัดเจน โดยองค์ประกอบวัณโรคมีแรงขับเคลื่อนที่โดดเด่นเป็นพิเศษ — คะแนนเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปีฐาน สะท้อนถึงความเข้มข้นของกิจกรรมลดการตีตราและการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในระดับชาติและระดับพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข แม้ผู้ป่วยวัณโรคร้อยละ 90 จะได้รับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีแล้ว แต่ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีถึงร้อยละ 80 ยังคงรายงานว่าเผชิญกับการตีตราและการเลือกปฏิบัติ ตัวเลขนี้แสดงชัดว่าการครอบคลุมทางคลินิกเพียงอย่างเดียวยังไม่อาจรับประกันการดูแลที่เคารพสิทธิและเป็นธรรมได้เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความยั่งยืนให้ระบบสุขภาพไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้ในวันที่เผชิญความท้าทายด้านงบประมาณ
ปีที่เผยแพร่ : 2026













