“โตขึ้นหนูอยากเป็นคุณครูค่ะ”
1 การอุปการะ = สร้างอนาคตให้เด็ก
เสียงเล็ก ๆ จากน้องฟ้า เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ที่ยังเก็บความฝันเล็ก ๆ ไว้ในใจว่า สักวัน...จะได้เป็น ‘ครู’
แม้วันนี้..ความฝันยังห่างไกล แต่น้องฟ้ายังคงไม่ละความตั้งใจ ขาดเพียง “ใครสักคน” ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ
You are the one — คุณ คือหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง
สำหรับผู้อุปการะรายเดิม สามารถชำระค่าอุปการะเด็กของท่านได้ ที่ลิงก์นี้
"น้องฟ้า" กับความฝันอยากเป็น "คุณครู"
เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเด็ก บ้านที่อยู่อาศัยเป็นเพียงบ้านร้าง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำใช้ แค่พอหลบแดดหลบฝนได้ ทุกเช้าน้องฟ้าและครอบครัวจะไปที่วัดเพื่อขออาหารจากวัดมาเพื่อประทังชีวิตทั้งสี่ เพราะรายได้ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของผู้เป็นพ่อแม่ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเข้าป่า เพื่อไปตัดไม้ขายทำฟืน แม้แม่จะได้บัตรสวัดิการแห่งรัฐ 300 บาท ต่อเดือน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อปากท้องของทั้งครอบครัว
แต่ท่ามกลางความลำบากทั้งหมดนี้ “ความฝัน” ของเด็กคนหนึ่ง…ไม่เคยดับลง
✨ น้องฟ้ายังรอ “โอกาส”
✨ รอ “ใครสักคน” ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย
น้องฟ้าเป็นเด็กที่ยังขาดผู้อุปการะใจดีมาช่วยสนับสนุน และยังมีเด็กยากไร้อีกมากที่ยังรอคอยความหวังจากผู้ใหญ่ใจดี “คุณ” อาจเป็นหนึ่งคนที่ทำให้เด็กคนหนึ่งได้เรียนต่อ ได้มีโอกาส และได้เข้าใกล้คำว่า “ครู” ในความฝันมากขึ้น เพราะการให้ของคุณวันนี้ อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตของเด็ก ๆ ตลอดไป
You are the One “คุณ” คือหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง
ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ยังมีเด็กอีกมากที่ต้องเผชิญความยากลำบากมากกว่าที่ใครหลายคนจินตนาการได้
โอกาสทางการศึกษา อาหารที่เพียงพอ แม้แต่ความหวังในวันพรุ่งนี้ สำหรับเด็กบางคน..ยังเป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง
แต่ “คุณ” คือคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็ก ๆ ให้ดีขึ้นได้ด้วยการอุปการะเด็ก คุณไม่ได้ให้แค่ความช่วยเหลือ แต่คุณกำลังมอบโอกาส ความหวัง และอนาคตที่สดใสกว่าเดิมให้เด็ก ๆ
ร่วมเป็นหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กวันนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเช่น “คุณ”
“เราก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้”
เมื่อเกิด “วิกฤติพลังงาน” ค่าครองชีพในชุมชนสูงขึ้น ชีวิตของเด็กยากไร้หลายคนก็ยิ่งมีความท้าทายมากขึ้น มื้ออาหารที่เคยมีอาจต้องลดลง โอกาสที่เคยใกล้ กลับยิ่งห่างออกไป ครอบครัวต้องประหยัดทุกอย่างตั้งแต่ค่าเดินทาง การทำเกษตร ไปจนถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน แม้แต่สบู่ ยาสีฟัน ก็กลายเป็นสิ่งที่ต้องคิดก่อนซื้อ
แต่ในวันที่ทุกอย่างยากขึ้นแบบนี้ เรายังช่วยเหลือกันได้ เพราะทุกการช่วยเหลือของเรา คืออีกแรงผลักดันที่พาเด็กคนหนึ่ง “ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้”
👉ร่วมผ่านวิกฤติไปกับเด็ก ๆ ด้วยกัน..วันนี้
You are the One
ของขวัญชิ้นเล็ก ๆ อย่างขนมและอุปกรณ์การเรียนอาจดูธรรมดาสำหรับใครบางคน แต่สำหรับเด็กหญิงคนหนึ่ง..มันคือโลกทั้งใบที่ไม่เคยมี เเม้ไม่รู้ว่า “ใคร” กำลังช่วยเธออยู่ แต่เด็กหญิงก็รู้เสมอว่าใครคนนั้นคือ “The One” ของชีวิต
เมื่อวันเวลาผ่านไปเด็กหญิงคนนั้นเติบโตขึ้นจากการช่วยเหลือ เปลี่ยนจาก “ผู้รับ” สู่ “ผู้ให้”
วันนี้..เธอกลับมายืนในที่เดิม ไม่ใช่ในฐานะเด็กที่รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นคนที่เลือกจะเป็น “The One” ของเด็กอีกหลายคน ร่วมเป็นหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กวันนี้



คุณก็สามารถเป็น The One ของเด็ก ๆ ได้
ยังมีเด็กกลุ่มเปราะบางอีกมากมายที่ขาดโอกาสพื้นฐาน และพวกเขากำลังรอคอยใครสักคนที่จะก้าวเข้ามาช่วยเหลือ
เพราะมี "คุณ" การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจึงเกิดขึ้นได้ การอุปการะจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่กับเด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงครอบครัว และชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย
นี่ไม่ใช่แค่การให้.. แต่คือการเลือกที่จะเป็น “ใครคนนั้น” ที่พวกเขาเฝ้ารอ..
“น้องวันนา” เด็กน้อยที่ต้องเติบโตท่ามกลางบ้านเก่าทรุดโทรม
เมื่อฝนตกข้าวของในบ้านทั้งที่นอน เสื้อผ้าก็อยู่ในสภาพเปียกปอนทุกครั้ง ด้วยหลังคาสังกะสีที่มีแต่รูรั่ว บ้านที่ไม่สามารถกันฝน กันลมแรงๆ ได้ พวกเขาต้องต่อสู้กับความยากจน คุณตาคุณยายที่ดูแลก็ชราภาพเต็มที..หากวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลหลานต่อไป
เมื่อฝนตกข้าวของในบ้านทั้งที่นอน เสื้อผ้าก็อยู่ในสภาพเปียกปอนทุกครั้ง ด้วยหลังคาสังกะสีที่มีแต่รูรั่ว บ้านที่ไม่สามารถกันฝน กันลมแรงๆ ได้ พวกเขาต้องต่อสู้กับความยากจน คุณตาคุณยายที่ดูแลก็ชราภาพเต็มที..หากวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแลหลานต่อไป
แม้น้องวันนาจะมีผู้อุปการะมาช่วยเหลือแล้ว แต่นอกจากน้องวันนาแล้ว ยังมีเด็กยากไร้อีกจำนวนมากที่ยังรอคอยโอกาสจากท่าน คุณก็สามารถเป็นแสงสว่างในชีวิตของเด็ก ๆ ได้เหมือนคุณมินนี่ ด้วยการอุปการะเด็กกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อมอบโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มีอนาคตที่สดใส และช่วยเด็กอีกมากมายที่ยังรอมืออุ่น ๆ จากใครสักคน

น้องนิวัต เด็กชายผู้มีความฝัน
น้องนิวัตอาศัยอยู่กับตายาย ทั้งสองท่านประกอบอาชีพเลี้ยงหมูและทำไร่ข้าวโพดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้ฐานะจะไม่มั่นคงนัก แต่ตาและยายก็พยายามอย่างเต็มที่ให้น้องได้เรียนหนังสือ
น้องนิวัตอาศัยอยู่กับตายาย ทั้งสองท่านประกอบอาชีพเลี้ยงหมูและทำไร่ข้าวโพดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้ฐานะจะไม่มั่นคงนัก แต่ตาและยายก็พยายามอย่างเต็มที่ให้น้องได้เรียนหนังสือ เพราะความเป็นเด็กขยันและตั้งใจเรียน และชื่นชอบวิชาวิทยาศาสตร์มากที่สุด จึงมีความใฝ่ฝันว่าโตขึ้นอยากเป็น “นักวิทยาศาสตร์” เพื่อค้นคว้าสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน

น้องกบ เด็กหญิงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส
น้องกบอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และพี่อีกสองคน แม้จะอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ แต่ครอบครัวก็มีความอบอุ่นเสมอ
น้องกบ เด็กหญิง ชั้น ป.3
บ้านของน้องกบเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ข้างฝาทำจากไม้ไผ่สาน หลังคาเริ่มเก่าทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เวลาฝนตกมักมีน้ำสาดเข้ามาในตัวบ้าน น้องและครอบครัวจึงอยากซ่อมแซมหลังคาและฝาบ้าน เพื่อให้บ้านแข็งแรง และปลอดภัยมากขึ้น
ปัจจุบันน้องกบเป็นเด็กในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ครอบครัวได้รับถังเก็บน้ำจากมูลนิธิฯ เพื่อไว้ใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และได้รับพันธุ์ไก่ ที่นอกจากจะนำไข่มาทำไข่เจียว เมนูโปรดแล้ว หากเหลือยังนำไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้อีกทาง นอกจากนี้ยังได้รับเมล็ดพืชไว้ปลูกพืชผักสวนครัวรอบบ้าน เช่น ฟักทอง และกระเจี๊ยบ เพื่อใช้ประกอบอาหาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
พ่อและแม่ของน้องกบประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าและกลับบ้านค่ำเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว บางวันหากน้องกบกลับมาถึงบ้านก่อน ก็จะอยู่บ้านตามลำพัง รอคุณแม่กลับมาทำอาหารให้กิน ระหว่างรอก็มักช่วยทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ครอบครัวได้พักเมื่อกลับมาถึงบ้าน
น้องกบเป็นเด็กขยันและตั้งใจเรียน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่ชอบที่สุด เพราะใฝ่ฝันว่าโตขึ้นอยากเป็น “ครูสอนคณิตศาสตร์” เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็ก ๆ รุ่นต่อไป และอยากมีรายได้ไว้ดูแลพ่อแม่ให้สบายในอนาคต

น้องซินดี้ กับบ้านใหม่ที่ปลอดภัย
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล อาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังในบ้านเก่า ๆ ที่ผุพังตามกาลเวลา บ้านหลังนั้นไม่มีแม้แต่หลังคาที่กันฝนได้
🎥คลิกดูวิดีโอ แล้วคุณจะรู้ว่า..น้ำใจของคุณมีพลังมากกว่าที่คิด!
น้องซินดี้ กับบ้านใหม่ที่ปลอดภัย
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่เติบโตมาในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล อาศัยอยู่กับยายเพียงลำพังในบ้านเก่า ๆ ที่ผุพังตามกาลเวลา บ้านหลังนั้นไม่มีแม้แต่หลังคาที่กันฝนได้ ยามฝนตก น้องต้องกางเต็นท์นอนอยู่ในบ้าน เพราะน้ำรั่วลงมาทุกคืน เสาไม้ผุเต็มไปด้วยรังปลวก พื้นบ้านมีแต่ดินทราย เศษหินที่เดินแล้วบาดเท้า สายไฟก็ห้อยระโยงระยางจนเห็นลวดทองแดง เป็นอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวน้องทุกวัน แม้แต่หน้าต่างประตูก็ไม่อาจป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำที่เหมาะสม ความแร้นแค้นที่เธอต้องทนแบกรับนั้น ไม่ควรเป็นชะตากรรมของเด็กคนใดในโลกนี้
แต่เมื่อเธอได้เป็นเด็กในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป น้องซินดี้ได้รับอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนใหม่ และสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต และที่สำคัญวันนี้น้องซินดี้ได้มีบ้านหลังใหม่ที่มั่นคง แข็งแรง พร้อมห้องน้ำที่ปลอดภัย ไม่ต้องทนนอนท่ามกลางฝนอีกต่อไป.. เพราะการให้ของคุณ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเธอ
การอุปการะเด็ก คือพลังที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งให้ดีขึ้นได้จริง!
โครงการอุปการะเด็กโดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ มุ่งพัฒนาเด็กแบบองค์รวม โดยมี ‘เด็ก’ เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เราให้ความสำคัญทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ อาหาร อาชีพ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กควรได้รับ
การสนับสนุนรายเดือนจากท่าน ไม่ใช่แค่การมอบสิ่งของ แต่คือการมอบอนาคตให้เด็กอย่าง “น้องซินดี้” ได้มีบ้านที่มั่นคง ห้องน้ำที่ปลอดภัย แหล่งอาหารที่เพียงพอ และโอกาสทางการศึกษา เพราะได้รับการช่วยเหลือผ่านการอุปการะจากท่าน ทุกการให้เปรียบเหมือนแสงสว่างที่ส่องทางชีวิตให้เด็กยากไร้ได้ก้าวเดินอย่างมั่นคง และมีอนาคตที่สดใส

น้องเจเล่ กับการเติบโตในโลกที่ไม่เอื้อต่อความฝัน
น้องเจเล่ เด็กหญิงวัย 10 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป. 4 เธอเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร และรักการเรียนรู้ เธอสอบได้ที่ 1 ของห้อง แต่เส้นทางชีวิตของเธอเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เกินกว่าความสามารถของเด็กคนหนึ่งจะรับมือไหว!
น้องเจเล่ กับการเติบโตในโลกที่ไม่เอื้อต่อความฝัน
“ลูกป่วยมีปอดข้างเดียว เหนื่อยง่าย ต้องใช้เวลาในการรักษา”
คุณแม่น้องเจเล่เล่าอย่างมีความหวัง
บ้าน… ที่ไม่ใช่ “บ้าน” อย่างแท้จริง ที่ดินทำกินก็ขาดแคลน
บ้านของน้องเจเล่ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโต ตัวบ้านทรุดโทรมและไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะกันลมฝน ยามฤดูฝนมาเยือน น้ำฝนสาดเข้ามาเปียกทั้งที่นอนและพื้นที่ที่เธอใช้ทำการบ้าน ทำให้ทุกคืนต้องนอนอย่างลำบาก และเช้าขึ้นมาต้องรีบตากข้าวของให้แห้งก่อนออกไปเรียน อีกทั้งครอบครัวไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ทำให้ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ขาดรายได้ที่แน่นอน
“หน้าฝนน้ำก็ไหลมาเปียกหมด บ้านนี้เราทำแค่อยู่ชั่วคราว แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงินที่จะทำให้ดีกว่านี้”
ความหวังของแม่ และความฝันของลูก
แม้จะเผชิญกับความลำบากมากมาย แต่น้องเจเล่ยังคงมุ่งมั่นกับการเรียน เพราะเธอรู้ว่าการศึกษาเป็นหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอได้ คุณแม่เองก็หวังเพียงให้ลูกมีโอกาสได้เรียนต่อ ได้เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
เงินอุปการะเดือนละ 700 บาท เปลี่ยนเป็นอะไรบ้าง?
เงินบริจาครายเดือนจากท่าน เราจะนำไปเปลี่ยนเป็นสิ่งเหล่านี้เพื่อเพาะชีวิตน้อย ๆ ให้สามารถเดินตามความฝัน และสร้างอนาคตให้เป็นจริงได้สำเร็จ

ให้การศึกษาที่สมวัย
เพราะไม่มีเด็กคนไหนควรถูกทิ้ง หรือหลุดออกจากระบบการศึกษา แค่เพราะไม่มีเงินซื้อเครื่องแบบ หนังสือ หรือค่ารถไปกลับโรงเรียน

สร้างสุขภาพที่แข็งแรง
เพื่อให้เด็กไม่ต้องทนปวดท้องโดยไม่มีใครพาไปหาหมอ หรือเสี่ยงขาดสารอาหารเพราะที่บ้านไม่มีมื้ออาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน

สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
เพื่อให้เด็กมีความเป็นอยู่ที่มั่นคง ปลอดภัย ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวในชุมชนที่เต็มไปด้วยยาเสพติดหรือความรุนแรง

เพิ่มศักยภาพ พัฒนาทักษะอาชีพ
เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะชีวิต ฝึกฝนความสามารถ และมีความเชื่อมั่นว่า พวกเขาก็มีค่า และมีอนาคตที่ดีได้เฉกเช่นเด็กคนอื่น

เพื่อการปกป้องคุ้มครองเด็ก
จากการถูกทำร้ายหรือถูกแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ขั้นตอนการอุปการะเด็กกับศุภนิมิต
1) ลงทะเบียน / สมัคร
- เข้าไปที่เว็บไซต์ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในหน้าอุปการะเด็ก
👉 ร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กให้ยั่งยืนไปกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ – World Vision Thailand
- เลือก “อุปการะเด็ก” หรือแคมเปญที่สนใจ
- กรอกข้อมูลผู้สมัคร เช่น ชื่อ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่
💡 นอกจากโครงการอุปการะเด็กแบบปกติแล้ว ยังมีโครงการเลือกด้วยรัก หรือ Chosen คือ โครงการที่เด็กสามารถเลือกผู้อุปการะได้ด้วยตนเอง โดยผู้อุปการะจะส่งภาพถ่ายของตัวเองไปให้เด็กเลือก
👉สามารถสมัครโครงการ Chosen ได้ทางเว็บไซต์ Chosen เลือกด้วยรัก – World Vision Thailand
2) เลือกวิธีจับคู่เด็กกับผู้อุปการะ
มี 2 แบบหลัก:
แบบปกติ (จับคู่แบบอัตโนมัติ)
- เจ้าหน้าที่ศุภนิมิตจะคัดเลือกเด็กยากไร้เพื่อเข้าโครงการอุปการะเด็กในพื้นที่ทำงานทั่วประเทศ โดยจะจับคู่ผู้อุปการะกับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือแบบอัตโนมัติ
แบบ Chosen (เด็กเป็นคนเลือกผู้อุปการะ)
- ผู้อุปการะส่งรูปถ่ายส่งไปให้เด็กเลือก
- เด็กจะเป็นคน “เลือกผู้อุปการะเอง” Chosen เลือกด้วยรัก – World Vision Thailand
3) ยืนยันการอุปการะ + ชำระเงิน
- เลือกแบบจ่ายรายเดือน (700 บาท/เดือน) ได้ที่เว็บไซต์หน้าอุปการะเด็ก>> ร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กให้ยั่งยืนไปกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ – World Vision Thailand
- ชำระผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต (โดยหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ)
- โอนเงินพร้อมเพย์ แล้วส่งหลักฐานการบริจาค พร้อมแจ้งชื่อ–นามสกุล เบอร์โทรติดต่อ มายังมูลนิธิศุภนมิตฯ ตามช่องทางที่สะดวก Line: @worldvision-thai โทร.02 022 9200 ถึง 2
💡 เงินนี้ไม่ได้ให้เด็กโดยตรงอย่างเดียว
แต่ใช้พัฒนา “ทั้งเด็ก ครอบครัว และชุมชน” เช่น การศึกษา อาหาร น้ำสะอาด สุขภาพ พัฒนาทักษะอาชีพ ซ่อมแซมโรงเรียน สนับสนุนทุกมิติของคุณภาพชีวิตรอบตัวเด็กเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะชีวิตของเด็กจะดีขึ้นได้ สภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กต้องดีด้วย
4) ได้รับข้อมูลน้องที่อุปการะผ่านจดหมาย
หลังจับคู่แล้ว คุณจะได้:
- รูปเด็กในความอุปการะ
- จดหมายแนะนำตัวของเด็กในความอุปการะ
- ถ้าเข้าโครงการ Chosen รูปน้องถือรูปคุณ + เหตุผลที่เด็กเลือกคุณ
5) เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กในความอุปการะ
ผู้อุปการะสามารถ:
- เขียนจดหมายหรืออีเมลส่งถึงเด็กได้ผ่านเจ้าหน้าที่ศุภนิมิต
- ส่งของขวัญให้เด็กในความอุปการะในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิดเด็ก วันพิเศษต่าง ๆ
- รับรายงานความคืบหน้าของการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนทุกปี
💡 ความสัมพันธ์นี้จะต่อเนื่องไปจนเด็กโตเรียนจบในระดับต่าง ๆ หรือโครงการจบ ระยะเวลาประมาณ 15-20 ปี หรือเด็กออกนอกพื้นที่โครงการ
📌 สรุปสั้น ๆ
- สมัครผ่านเว็บไซต์
- จับคู่แบบปกติ/ ให้เด็กเลือกผู้อุปการะ
- จ่ายรายเดือน 700 บาท
- ได้จับคู่น้อง + เริ่มดูแล
- ติดตามพัฒนาการและสื่อสารกันได้ผ่านจดหมายรายงานจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ
🧡 ข้อควรรู้
- ไม่ต้องมีเอกสารเหมือนรับบุตรบุญธรรม
- ยกเลิกได้ถ้าไม่สะดวกในอนาคต
- เงินช่วย “ไปถึงเด็กจริง” โดยเงินบริจาคจะเปลี่ยนเป็นสิ่งของจำเป็น และความช่วยเหลือต่าง ๆ
- เงินบริจาคสามารถหัดลดหย่อนภาษีได้ 100%
- เด็ก 1 คน จะมีผู้อุปการะได้ 1 คน หรือมากกว่าก็ได้ เช่น การอุปการะเด็กแบบกลุ่มเพื่อน หรือในนามบริษัท และผู้อุปการะ 1 ท่าน สามารถอุปการะเด็กได้มากกว่า 1 คน
- มูลนิธิจะคัดเลือกเด็กที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางมากที่สุด โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำในพื้นที่ห่างไกล มีการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเด็กแะละครอบครัวเด็ก เพื่อให้เเน่ใจว่าเราได้คัดเลือกเด็กได้เหมาะสมกับโครงการอุปการะเด็ก
ความช่วยเหลือจากท่านจะไม่เป็นเพียงการบริจาครายครั้ง แต่คือการเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าน้อย ๆ ให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างเข้มแข็ง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ให้ร่มเงา และสามารถผลิดอกออกผลสร้างประโยชน์ต่อสังคมต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ
“คุณ” คือหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง
สำหรับผู้อุปการะรายเดิม สามารถชำระเงินค่าอุปการะได้ที่ลิงก์นี้
ส่วนหนึ่งของอดีตเด็กในโครงการอุปการะ
โครงการอื่นๆ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ

มอบพลังสร้างความฝัน ผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ
เด็กยากไร้จำนวนมาก ยังคงขาดโอกาสทางการศึกษาเพื่อเพิ่มโอกาสให้มีอนาคตที่ดีกว่า

มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม
สนับสนุน 'มื้อเช้า' ครบคุณค่า เพื่อน้องท้องอิ่มอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากท่านคือการส่งเสริมโภชนาการเด็กให้มีร่างกายที่แข็งแรง

Chosen ‘เลือกด้วยรัก’
ให้เด็กเปราะบางยากไร้ได้มีโอกาสเลือกเป็นครั้งแรกในชีวิต
รายละเอียดเพิ่มเติม

เกี่ยวกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
ช่วยเหลือผู้เปราะบางยากไร้ให้หลุดพ้นจากความยากจนตั้งแต่ปี 1972

เรานำเงินบริจาคของท่านไปดำเนินงานอย่างไร
เงินบริจาคของท่านได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆ ไปตลอดกาล เราทำได้อย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่

งานของเราเกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากท่าน
เรียนรู้เกี่ยวกับงานของเรา ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการสนับสนุนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กเปราะบางยากไร้