เมื่อความช่วยเหลือเติมเต็มความหวัง และเสริมความมั่นคงให้ครอบครัวหลังวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ส่งมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และชุดดูแลสุขภาพอนามัย เพื่อสนับสนุนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 600 ครอบครัว ในจังหวัดนราธิวาส

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ได้สร้างผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อรายได้ การเข้าถึงอาหาร น้ำสะอาด และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินพันกิจการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ตอบสนองสถานการณ์บนหลักการด้านมนุษยธรรม ผ่านการประเมินความต้องการของชุมชนอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่ขาดแหล่งรายได้หลังวิกฤต สอดคล้องกับพันธกิจของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในการคุ้มครองเด็ก เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว และลดความเปราะบางของชุมชนต่อภัยพิบัติในระยะยาว

การดำเนินการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘โครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลังน้ำท่วมภาคใต้ ปี 2568’ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อจัดหาข้าวสาร อาหารแห้ง และชุดดูแลสุขภาพอนามัย สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยสามารถให้ความช่วยเหลือกว่า 600 ครอบครัว รวม 3,493 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 1,742 คน นับเป็นการสนับสนุนที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหารและการดำรงชีวิตของครัวเรือนในช่วงฟื้นฟูหลังวิกฤต

นางสาวนงนุช กั้งนอก ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส สะท้อนสถานการณ์ในช่วงเกิดอุทกภัยว่า

“ช่วงปลายปี 2568 ขณะที่เกิดน้ำท่วม ชุมชนที่เด็กนักเรียนอาศัยอยู่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มใกล้ทะเล เมื่อเกิดน้ำท่วมพร้อมกับน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้บ้านเรือนน้ำท่วมขัง เด็กนักเรียนไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ หลายครอบครัวได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งชุดนักเรียน เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน และหนังสือเรียนที่จมน้ำหรือถูกน้ำพัดหาย อีกทั้งผู้ปกครองจำนวนมากไม่สามารถออกไปทำงานได้ ขาดรายได้ และไม่มีเงินส่งบุตรหลานมาเรียน”

ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทรัพย์สิน หากแต่ส่งผลถึงโอกาสทางการศึกษาและความมั่นคงของครอบครัวในระยะยาว บริบทเหล่านี้สะท้อนความจำเป็นของการฟื้นฟูที่ต้อง ‘มากกว่า’ การช่วยเหลือเฉพาะหน้า และต้องเชื่อมโยงไปสู่การสร้างความมั่นคงให้ชีวิตของเด็กและครอบครัว

หนึ่งในครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือ คือครอบครัวของ เด็กหญิงพันนัดดา หรือ ‘น้องบิสมี’ วัย 13 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องในชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม ครอบครัวมีรายได้จากการรับจ้างทั่วไป การกรีดยาง และการทำสวน ซึ่งต้องหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเกิดอุทกภัย

นางสาวซอรอดา คุณแม่ของน้องบิสมี เล่าว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายครอบครัวในชุมชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ครอบครัวของตนไม่สามารถย้ายออกได้ ทำให้ต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก ทั้งการขาดรายได้และการขาดแคลนอาหารสำหรับครอบครัว

น้องบิสมีเองก็รับรู้ถึงความลำบากนั้นไม่ต่างจากผู้ใหญ่ ภาพของชุมชนที่ถูกน้ำท่วม การเดินทางที่ยากลำบาก และความไม่มั่นคงในชีวิตประจำวันยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ

“ลำบากมากค่ะ หาของกินยาก การเอาข้าวหรือความช่วยเหลือเข้ามาก็ยาก เพราะบ้านหนูอยู่ด้านใน” น้องบิสมีกล่าว

แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคงอยู่เพียงไม่กี่วันแต่ผลกระทบยังคงอยู่ ส่งผลให้ครอบครัวยังคงต้องเผชิญกับความไม่มั่นคง รายได้ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที ภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและของใช้จำเป็นยังคงเป็นความท้าทายของครอบครัว

การได้รับข้าวสารและอาหารแห้งจากโครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลังน้ำท่วมภาคใต้ ปี 2568 จึงนับเป็นความช่วยเหลือที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวของน้องบิสมีและอีกหลายร้อยครอบครัวในชุมชน

“ดีใจมากค่ะ ความช่วยเหลือในวันนี้ช่วยแบ่งเบาภาระ ทำให้ครอบครัวลำบากน้อยลง” นางสาวซอรอดา กล่าว

ด้วยความสนับสนุนจาก รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงสามารถดำเนินโครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบฯ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสะท้อนพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศในการตอบสนองต่อวิกฤตด้านมนุษยธรรม และการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวในระยะยาว

ความช่วยเหลือในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูที่เชื่อมโยงการตอบสนองภัยพิบัติ การคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

“ดิฉันขอเป็นตัวแทนของเด็ก ครอบครัว และชุมชน ขอขอบคุณรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ความช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเป็นกำลังใจสำคัญต่อเด็กและผู้ปกครองอย่างยิ่ง” นางสาวนงนุช กั้งนอก ผู้อำนวยการโรงเรียน

แม้เส้นทางการฟื้นฟูยังต้องใช้เวลา แต่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยืนยันบทบาทในการเดินเคียงข้างเด็กและครอบครัวในยามวิกฤต ผ่านการสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพราะทุกความช่วยเหลือในวันนี้ คือก้าวสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถลุกขึ้นเดินต่อไปได้ด้วยความหวัง ศักดิ์ศรี และความมั่นคงในชีวิตที่ค่อย ๆ ฟื้นกลับมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

เพราะรอยยิ้มของเด็ก ความสุขของครอบครัว และสุขภาพที่ดีของชุมชน คือ รางวัลที่ยิ่งใหญ่ 

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย มอบ “อาคาร Pfizer First-aid Center ศูนย์ปฐมพยาบาลชุมชน” จ.เพชรบุรี แห่งที่ 9 ในโครงการจัดตั้งศูนย์ปฐมพยาบาลชุมชน Pfizer
อ่านต่อ »

ปักธงยุติการตีตรา ยุติวัณโรคและเอดส์ที่ จ.ระนอง

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยผนึกกำลังกับภาครัฐ มุ่งหน้าเผชิญความท้าทายเพื่อยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ในกลุ่มประชากรหลักในจังหวัดระนอง
อ่านต่อ »
0