เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ร่วมกับโครงการ Heat Ready Thailand (สู้ร้อนประเทศไทย) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรม ‘Heat Ready School: เรียนรู้ร้อน รู้รักษ์โลก’ (Building Heat-Resilience and Environmentally Responsible Youth) ในพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพอากาศร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4–6 จำนวน 60 คน
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงพันธกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ ที่มุ่งส่งเสริมให้เด็ก ครอบครัว และชุมชนมีศักยภาพในการปรับตัวต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สร้างภูมิคุ้มกันด้านความรู้ให้เด็กและเยาวชนรับมือโลกที่ร้อนขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและเหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางต่อความเสี่ยงด้านความร้อน การส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาทักษะการปรับตัวตั้งแต่วัยเรียนจึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างชุมชนที่มีความพร้อมรับมือกับอนาคต
ภายใต้แนวคิด “เยาวชนสู้ร้อน รู้รักษ์โลก (Heat Ready Youth)” กิจกรรมถูกออกแบบในรูปแบบการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งสาเหตุและผลกระทบของภาวะโลกร้อน ตลอดจนแนวทางการดูแลตนเองและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่เหมาะสมกับวัย
เรียนรู้ผ่าน 4 ฐานกิจกรรม สู่การเป็นเยาวชนพร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศ
นักเรียนได้หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรมฐานการเรียนรู้จำนวน 4 ฐาน โดยมีทีมวิทยากรและนักวิจัยจากโครงการ Heat Ready Thailand เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้และนำกิจกรรม ได้แก่
ฐานที่ 1 Hot House 2100 : โลกเดือดในอนาคต
นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์จำลองโลกในอนาคตผ่าน Hot House Climate Simulator เพื่อเรียนรู้ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิต
ฐานที่ 2 Heat Detective : นักสืบความร้อน
กิจกรรมภาคสนามที่เปิดโอกาสให้นักเรียนใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น WBGT Meter และ Thermal Camera สำรวจและเปรียบเทียบอุณหภูมิของพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน ทั้งบริเวณกลางแดด ใต้ร่มไม้ และใต้หลังคาอาคาร เพื่อเรียนรู้บทบาทของพื้นที่สีเขียวและร่มเงาในการลดความร้อน
ฐานที่ 3 Beat the Heat Challenge : เกมสู้ร้อน
นักเรียนได้เรียนรู้วิธีป้องกันตนเองจากผลกระทบของอากาศร้อน การสังเกตอาการเสี่ยงของภาวะเครียดจากความร้อนและโรคลมแดด ผ่านกิจกรรมเกมและการตอบคำถามเชิงสถานการณ์ ช่วยเสริมทักษะการตัดสินใจและการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม
ฐานที่ 4 Waste Heroes : ฮีโร่แยกขยะ
กิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม โดยนักเรียนได้เรียนรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง รวมถึงเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการจัดการขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เด็กหญิงชญานินท์ หรือ น้องนิ้ง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า
“กิจกรรมวันนี้สนุกมากค่ะ หนูได้เรียนรู้เรื่องชั้นบรรยากาศและเรื่องความร้อน ทำให้รู้ว่าบริเวณสนามหญ้าที่อยู่กลางแดดจะมีอากาศร้อนกว่าพื้นที่อื่น เพราะได้รับแสงแดดตลอดเวลา หนูได้เรียนรู้ด้วยว่าถ้ารู้สึกร้อน เราสามารถไปพักใต้ร่มไม้ได้ เพราะต้นไม้ช่วยให้บริเวณนั้นเย็นขึ้น และต้นไม้ยังช่วยปล่อยออกซิเจน ทำให้อากาศสดชื่นด้วยค่ะ หนูอยากช่วยกันปลูกและดูแลต้นไม้เพื่อให้โรงเรียนร่มรื่นและน่าอยู่มากขึ้นค่ะ”
เชื่อมโยงการเรียนรู้สู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน
นอกจากการเรียนรู้เรื่องภัยร้อนแล้ว กิจกรรมยังมุ่งให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรม Workshop การคัดแยกขยะและภารกิจ Waste Challenge ตลอดจนกิจกรรม Heat Ready Pledge ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกันสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้และประกาศคำมั่นสัญญาในการปฏิบัติตนเพื่อดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน
ต่อยอดยุทธศาสตร์การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเชื่อว่าการสร้างความรู้และทักษะให้กับเด็กตั้งแต่วันนี้ คือการวางรากฐานสำคัญสำหรับการรับมือกับความท้าทายในอนาคต กิจกรรม ‘Heat Ready School: เรียนรู้ร้อน รู้รักษ์โลก’ ไม่ได้มุ่งเพียงให้เด็กเข้าใจเรื่องความร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้วิธีดูแลตนเอง รู้จักสังเกตความเสี่ยงรอบตัว และตระหนักถึงบทบาทของตนในการดูแลสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมนี้สะท้อนแนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็น การเตรียมความพร้อมให้เด็กและชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติและความเสี่ยงจากคลื่นความร้อนได้อย่างเหมาะสม และการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย เราหวังว่าเด็ก ๆ จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไปในอนาคต”
นางสาวธัญทิพย์ ชาติสวัสดิ์ ผู้จัดการพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่นยืนมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าว
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเชื่อว่า การลงทุนด้านการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในวันนี้ คือรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถรับมือกับภัยพิบัติและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไปในระยะยาว.


