เมื่อความเชื่อเดินเคียงข้างการพัฒนา สู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กและครอบครัวอย่างยั่งยืน

บทบาทของมูลนิธิศุภนิมิตในการทำงานร่วมกับคริสตจักรและชุมชน เพื่อเด็กและครอบครัว จังหวัดพะเยา

ตลอดระยะเวลาหลายปีของการดำเนินโครงการพัฒนาฯ ผาช้างน้อย จังหวัดพะเยา ความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) และ คริสตจักรผาตั้ง สังกัดคริสตจักรภาคที่ 15 พะเยา มูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้ถักทอเรื่องราวของ ‘การพัฒนา’ ที่ไม่ได้มองเพียงปัจจัยพื้นฐาน แต่ให้ความสำคัญกับหัวใจ ความสัมพันธ์ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กและครอบครัวในชุมชน แม้วันนี้พื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ดังกล่าวจะปิดการดำเนินงานลงแล้ว แต่ผลลัพธ์และบทเรียนยังคงชัดเจน และส่งต่อคุณค่าให้กับการทำงานพัฒนารุ่นต่อไป

อาจารย์วิทูรย์ ธนะแปง ศิษยาภิบาลคริสตจักรผาตั้ง หนึ่งในผู้นำที่ร่วมเดินทางกับโครงการมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพการทำงานที่หลอมรวม ‘ความเชื่อ’ และ ‘การพัฒนา’ เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

“เราไม่ได้ทำงานเพื่อให้คนมาเปลี่ยนศาสนา แต่เราอยากสำแดงความรักให้เขาเห็นก่อน ผ่านการกระทำ ผ่านการอยู่เคียงข้างในวันที่เขายากลำบาก”

เริ่มจากความไว้วางใจ สู่ความร่วมมือของชุมชน

พื้นที่ผาช้างน้อยเป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นครอบครัวเปราะบางจำนวนมาก มีความเชื่อและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม เป็นบริบทสำคัญที่การทำงานพัฒนาต้องก้าวเข้าไปอย่างเข้าใจ การเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตฯ และคริสตจักร ไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมใหญ่โต แต่เกิดจาก การเยี่ยมเยียน การรับฟัง และการลงพื้นที่ร่วมกัน

การที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนอยู่แล้ว ทำให้คริสตจักรสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะ ‘เพื่อนร่วมชุมชน’ มากกว่าผู้มาเยือน จากการเยี่ยมบ้านเด็ก การมอบความช่วยเหลือตามความจำเป็น ไปจนถึงการอธิษฐานอวยพรอย่างเรียบง่าย ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ

“เมื่อเราลงพื้นที่ชุมชนไปกับมูลนิธิศุภนิมิต ชุมชนรู้ว่าเราไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่เรามาในนามของคนที่ห่วงใยเขาจริง ๆ”

เด็กและครอบครัว: จากผู้รับ สู่ผู้เติบโต

หนึ่งในหัวใจของงานพัฒนาฯ ที่ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน คือการทำงานกับเด็กและครอบครัว เด็กในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนครอบคลุมหลายมิติ ทั้งการศึกษา สุขภาพ โภชนาการ และกิจกรรมเสริมทักษะ โดยคริสตจักรเข้ามาเติมเต็มด้านจิตวิญญาณและการพัฒนาอุปนิสัย

เด็กบางคนเริ่มต้นจากการเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนจะเติบโตเป็นเยาวชนที่มีความรับผิดชอบ ช่วยเหลืองานบ้าน ดูแลน้อง และมีบทบาทในกิจกรรมของชุมชน ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้น ลดความหวาดระแวง และมองเห็นว่าการทำงานเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนาเป็นหลัก แต่คือการช่วยเหลือชีวิตอย่างแท้จริง

ในช่วงที่ผ่านมา คริสตจักรได้เปิดอบรมชั้นเรียนดนตรีสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมทักษะ แต่ยังทำให้เยาวชนหลายคนเติบโตขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนมัสการและทีมอาสาสมัครของคริสตจักรจนถึงปัจจุบัน

งานกับเด็กเหล่านี้เป็นความร่วมมือระหว่างคริสตจักรและมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยใช้ฐานกิจกรรมหลักอยู่ที่คริสตจักร ทำให้เด็กและครอบครัวเกิดความคุ้นเคย กล้าเข้ามามีส่วนร่วม และมองเห็นคริสตจักรเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นมิตร

“เราพบว่าพอเด็กเปลี่ยน พฤติกรรมดีขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้นไปด้วย นี่คือการพัฒนาที่จับต้องได้”

พัฒนาอาชีพ: สร้างรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัว

นอกจากเด็กและเยาวชน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ โครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงทั้งสุขภาพ รายได้ และความร่วมมือของชุมชน

เริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ในคริสตจักรประมาณ 10 ครอบครัว ก่อนขยายสู่ครอบครัวเด็กในโครงการฯ และชุมชนรอบข้าง รวมกว่า 30 ครอบครัว และต่อยอดไปอีกหลายตำบล ซึ่งการอบรมไม่ได้จบเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่มีการติดตามผล ตั้งคณะกรรมการชุมชน วัดสภาพดิน ลงพื้นที่ดูแปลงจริง และช่วยต่อยอดด้านการตลาดและการแปรรูปผลผลิต ควบคู่กับการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่คริสตจักร สิ่งเหล่านี้ทำให้ชุมชนรู้สึกว่า ‘ไม่ได้ถูกทิ้งกลางทาง’ และยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคริสตจักรและชุมชน หลายคนไม่เคยเข้ามาที่คริสตจักร ก็กล้าเดินเข้ามามากขึ้น

“การพัฒนาไม่ใช่ทำแล้วจบ แต่ต้องเดินไปกับเขา ดูว่าเขาติดตรงไหน แล้วช่วยคิดช่วยแก้ไปด้วยกัน”

เมื่อความรักนำการเปลี่ยนแปลง

หลายเหตุการณ์ในพื้นที่สะท้อนพลังของการทำงานด้วยความรัก หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านไม่ปลอดภัย คริสตจักร มูลนิธิศุภนิมิตฯ และชุมชนร่วมระดมทุน ซ่อมแซมบ้าน และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติม

สิ่งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนสภาพบ้านให้มั่นคงและเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ทำให้ผู้นำท้องถิ่นเปิดใจ เข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย และร่วมกิจกรรมกับคริสตจักรและมูลนิธิศุภนิมิตฯ อย่างต่อเนื่อง

“บางครั้งถ้าเราไม่เริ่ม ชุมชนก็ไม่เริ่ม แต่เมื่อเราเริ่มด้วยความรัก คนอื่นก็พร้อมจะก้าวตาม”

พื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาฯ ปิดการดำเนินงาน แต่บทเรียนยังดำเนินต่อ

แม้โครงการพัฒนาฯ ผาช้างน้อยจะปิดการดำเนินงานไปแล้ว แต่สิ่งที่หลงเหลือคือความเข้มแข็งของคนในพื้นที่ ความร่วมมือของชุมชน และเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่ถูกหว่านลงในชีวิตของเด็กและครอบครัว

สำหรับอาจารย์วิทูรย์ บทเรียนสำคัญคือ การทำงานพัฒนาไม่อาจเดินลำพัง และไม่ควรแยก ‘การช่วยเหลือทางกายภาพ’ ออกจาก ‘การเยียวยาหัวใจ’

“ถ้าเรารักพระเจ้า และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง การพัฒนาและความเชื่อจะเดินไปด้วยกันได้เสมอ”

ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนการทำงานกับเด็กและครอบครัวที่เป็นการเดินร่วมกัน ทั้งการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ผ่านความร่วมมือของคริสตจักร มูลนิธิศุภนิมิต และผู้นำชุมชน เพื่อให้เด็กและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง และเติบโตอย่างมีความหวังในอนาคตต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน พัฒนาสถานศึกษา ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

ทวิภาคีไฟเซอร์สร้างศูนย์สุขภาพดีที่แก่งกระจาน

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ส่งมอบศูนย์สุขภาพดีและอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายรวมถึงเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ จ.เพชรบุรี
อ่านต่อ »

เติมสี เติมใจ: อินฟลูเอนเซอร์เกาหลีส่งต่อแรงบันดาลใจให้เด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกล จ.พังงา

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเป็นอาสาสมัครในประเทศไทย และต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่คาดไว้จริง ๆ” — คิม แทรอน
อ่านต่อ »
0