มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี สร้างความหวังให้เป็นจริง เพื่อเด็ก 4 ล้านคน

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปีงบประมาณ 2026-2030 ภายใต้แนวคิด ‘Bold Hope, Make Hope Real’

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและครอบครัวเป้าหมายกว่า 4 ล้านคน ทั่วประเทศ ผ่านการทำงานเชิงบูรณาการที่มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา สุขภาพ การคุ้มครองเด็ก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความยากจนอย่างยั่งยืน

ตลอดเวลากว่า 50 ปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำงานเคียงข้างเด็ก ครอบครัว และชุมชนในพื้นที่เปราะบางทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่เด็กในประเทศไทยกำลังเผชิญในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ที่มุ่งเปลี่ยน ‘ความหวัง’ ให้กลายเป็น ‘ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง’ ในชีวิตของเด็กและชุมชน

ผลลัพธ์ที่สร้างขึ้นในช่วงปี 2021-2025

ตลอดช่วงปี 2021-2025 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างเป็นที่ประจักษ์ ในหลายด้าน อาทิ ด้านการพัฒนาและการศึกษาสนับสนุนเด็กเปราะบางกว่า 706,200 คน ด้านพัฒนาเยาวชนกว่า 238,365 คน ด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองกว่า 260,000 คน ด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟู เด็กและกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์ภัยพิบัติ กว่า 417,000 คน งานด้านรณรงค์และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เข้าถึงประชากรรวมกว่า 9.8 ล้านคน

สร้างอนาคตที่ดีกว่าให้เด็ก ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ศ.ดร.บุญชัย หงส์จารุ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็ก ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพราะเมื่อเด็กได้รับโอกาส ประเทศไทยก็จะมีอนาคตที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำงานเคียงข้างเด็ก ครอบครัว และชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ด้วยความเชื่อว่า เด็กทุกคนมีคุณค่า และสมควรได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดี ซึ่งผลสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครอบครัว และชุมชน ความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่คือเด็กที่ได้กลับเข้าสู่ห้องเรียน ครอบครัวที่กลับมามีความหวัง และชุมชนที่เข้มแข็งขึ้น แต่ความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน ทำให้การทำงานเพื่อเด็กต้องก้าวเดินไปด้วยแนวคิดและความร่วมมือในรูปแบบใหม่ เกิดเป็นยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ Bold Hope ที่ไม่ได้เป็นเพียงแผนการดำเนินงานแต่เป็นกรอบความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และ Bold Hope จะไม่ได้เป็นเพียงความหวัง แต่คือความหวังที่จะนำไปสู่การลงมือทำให้เราสามารถ Make Hope Real และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กได้จริง โดยภายในปี 2030 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ตั้งเป้าให้เด็กอย่างน้อย 4 ล้านคน มีความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเด็กที่เปราะบางและยากไร้ที่สุด พร้อมขยายการเข้าถึงเด็กทางอ้อมอีกกว่า 12 ล้านคน และผู้ใหญ่รวมถึงผู้ดูแลเด็กกว่า 3.3 ล้านคน ผ่านการดำเนินงานในพื้นที่มุ่งเน้น 57 แห่ง ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศ”

เด็ก 4 ล้านคน คือความหวัง 4 ล้านความหวัง

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘ความหวัง ความสุข และความเป็นธรรมสำหรับเด็กทุกคน’ ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใฝ่ฝันถึงโลกที่เด็กทุกคนจะมีชีวิตที่ดี ได้รับโอกาสในการพัฒนา เติบโตอย่างปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเป็นธรรม เพราะความหวังไม่ได้เป็นเพียงความฝันหรือความปรารถนา แต่เป็นพลังที่ผลักดันให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ จากตัวเลขเป้าหมายเด็กจำนวน 4 ล้านคนที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนภายในครอบครัวและชุมชน จึงหมายถึงเด็ก 4 ล้านชีวิต คือความหวัง 4 ล้านความหวัง และคือโอกาส 4 ล้านโอกาส ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ต้องกำหนดแผนยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้”

4 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเด็กและชุมชน

ยุทธศาสตร์ปี 2026-2030 จะขับเคลื่อนผ่านกรอบการดำเนินงานแบบบูรณาการ 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. การศึกษาและทักษะชีวิต (Education & Life Skills)

ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงการหลุดออกจากระบบการศึกษา พร้อมพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการมีส่วนร่วมในสังคม

2. การคุ้มครองเด็ก (Child Protection)

เสริมสร้างระบบคุ้มครองเด็กในชุมชน ส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐาน ป้องกันความรุนแรง การแสวงหาผลประโยชน์ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการคุ้มครองเด็กในโลกออนไลน์

3. สุขภาพและโภชนาการ (Health & Nutrition)

ส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก สนับสนุนโภชนาการที่เหมาะสม การป้องกันโรค การสร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลสุขภาวะทางจิต เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

4. การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิต (ESCA & Livelihoods)

เสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการรับมือภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ขยายผลการทำงานสู่การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะมุ่งขยายงานพัฒนาเด็กใน 13 จังหวัดที่มีความเปราะบางสูงสุด ควบคู่กับการดำเนินงานในพื้นที่อื่นตามพันธกิจ โดยเน้นการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย การใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายผลการดำเนินงาน

นอกจากนี้ องค์กรยังมุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการ การติดตามประเมินผล และการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการสร้างความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และขยายผลกระทบเชิงบวกต่อเด็กไทย ครอบครัว และชุมชนอย่างยั่งยืน

เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการเปลี่ยน ‘ความหวัง’ ให้กลายเป็น ‘การลงมือทำ’ และเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันลงมือ ความหวังของเด็ก 4 ล้านคนก็สามารถกลายเป็นความจริงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

ก้าวข้ามห้องเรียน: ทำไมประเทศไทยต้องฟังเสียงเยาวชนเพื่อกำหนดอนาคตของการศึกษา 

ประเทศไทยในอนาคตจะสามารถแข่งขันได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของระบบการศึกษา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพูดถึงการปฏิรูปการศึกษามักจะเน้นไปที่หลักสูตร เทคโนโลยี และความพร้อมของกำลังคนในตลาดแรงงาน แต่มี...
อ่านต่อ »

ขับเคลื่อนการดำเนินงานยุติวัณโรคและเอดส์ในชุมชนประชากรข้ามชาติจังหวัดระนอง

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายสาธารณสุขชายแดนไทย–เมียนมา เพื่อหารือแนวทางการดูแลและพัฒนาสุขภาพของประชากรข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดระนอง
อ่านต่อ »
0