มูลนิธิศุภนิมิตฯ ส่งมอบ ‘บ้านปันสุขเพื่อน้อง’ โครงการพัฒนาฯ จังหวัดสกลนคร

ฟื้นฟูที่อยู่อาศัยครอบครัวเด็กอุปการะผู้ประสบอัคคีภัย สะท้อนพลังความร่วมมือชุมชนเพื่อการคุ้มครองเด็กอย่างยั่งยืน

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) โครงการพัฒนาฯ คำตากล้า ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินพันธกิจด้านการคุ้มครองและพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบบ้านใน ‘โครงการบ้านปันสุขเพื่อน้อง’ ให้แก่ครอบครัวเด็กในอุปการะที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัย อำเภอคำตากล้า จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ลดความเปราะบางของครัวเรือน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโตของเด็ก

พิธีส่งมอบบ้านได้รับเกียรติจาก นายปริญ นิทัศน์เอก รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนพพร จันทรเสนา นายอำเภอคำตากล้านายอาทิตย์ ดอนขันธ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาฯ จังหวัดสกลนคร มูลนิธิศุภนิมิตฯ เจ้าหน้าที่ ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงพลังความร่วมมือในการสนับสนุนครอบครัวที่ประสบภัย

การตอบสนองฉุกเฉินและการฟื้นฟูครัวเรือนอย่างเป็นระบบ

ภายหลังเกิดเหตุอัคคีภัย ซึ่งส่งผลให้ครอบครัวเด็กในอุปการะสูญเสียที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ มูลนิธิศุภนิมิตฯ โครงการคำตากล้า ได้ดำเนินการประเมินความต้องการเร่งด่วนของครัวเรือน พร้อมอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือพิเศษเพื่อจัดหาวัสดุก่อสร้างสำหรับการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย รวมถึงสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่าน

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวทางการช่วยเหลือแบบองค์รวมของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงให้แก่เด็กและครอบครัว ทั้งในมิติด้านที่อยู่อาศัย ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพเด็กในระยะยาว

พลังชุมชน กลไกสำคัญสู่ความยั่งยืน

ความสำเร็จของการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ไม่ได้เกิดจากการสนับสนุนด้านงบประมาณเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในชุมชน ทั้งผู้สนับสนุนมูลนิธิศุภนิมิตฯ หน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัคร และประชาชนที่ร่วมกันสละแรงกาย แรงใจ และทรัพยากรในการก่อสร้างบ้านจนแล้วเสร็จ

นายบุญโฮม ผู้ประสบเหตุอัคคีภัยและเจ้าของบ้าน เล่าถึงช่วงเวลาแห่งความสูญเสียว่า ในวันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่สามารถนำทรัพย์สินใดออกมาได้ทัน แม้เพื่อนบ้านจะพยายามเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และก่อนที่รถดับเพลิงจะมาถึง บ้านทั้งหลังก็ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีก

อย่างไรก็ตาม การได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ทำให้ครอบครัวสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

“ผมรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับบ้านหลังนี้ ขอบคุณมูลนิธิศุภนิมิตฯ รวมถึงทุกภาคส่วนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน กำนัน และชาวบ้านทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา ทำให้ผมและครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงอีกครั้ง ขอบคุณจากใจจริงครับ”

ด้าน น้องพรพิมล เด็กในอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า ในวันที่ทราบข่าวว่าบ้านถูกไฟไหม้ ขณะที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียน รู้สึกตกใจ กังวล และเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าครอบครัวจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร

วันนี้บ้านหลังใหม่ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้กลายเป็นความหวังและกำลังใจสำคัญให้กับครอบครัว

“หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นบ้านหลังใหม่ บ้านสวยและกว้างขวางมากค่ะ ขอบคุณผู้สนับสนุน มูลนิธิศุภนิมิตฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านหลังนี้ ทำให้หนูและครอบครัวได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ขอบคุณทุกคนที่มอบโอกาสและกำลังใจให้ครอบครัวของหนูค่ะ”

บ้านหลังใหม่นี้จึงไม่เพียงเป็นที่พักอาศัยที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับครอบครัว แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของการเสริมสร้างทุนทางสังคมและการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบคุ้มครองเด็กและครอบครัวที่เข้มแข็งในระดับพื้นที่

เดินหน้าพันธกิจเพื่อเด็กและครอบครัวเปราะบาง

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นดำเนินพันธกิจในการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ความยากจน และวิกฤตทางสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในทุกระดับ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่

การส่งมอบ ‘บ้านปันสุขเพื่อน้อง’ ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนงานพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ผสานความร่วมมือระหว่างผู้สนับสนุน องค์กรพัฒนาเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ประสบภัย และสร้างความหวังใหม่ให้กับเด็กในอุปการะได้ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากผู้สนับสนุนผ่านมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนความร่วมมือจากผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดพลังแห่งการแบ่งปันจนบ้านหลังใหม่แล้วเสร็จและพร้อมเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคงสำหรับครอบครัวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งการให้ เพื่อเบ่งบานเป็นต้นแบบในใจของลูกสาว

ด้วยความเชื่อในพลังของการศึกษาและโอกาส พร้อมปลูกฝังคุณค่าของการให้แก่ลูกสาวผ่านการเติบโตเคียงข้างเด็ก ๆ บทพิสูจน์ว่าความเมตตาและความสม่ำเสมอ สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง
อ่านต่อ »
0