“ผมไม่คิดว่าจะได้เรียนจบปริญญาตรี เพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนค่าเทอมและโอกาสในการเรียนรู้ต่าง ๆ ทำให้ผมกล้าแสดงออก กล้าลงมือทำ และมีโอกาสเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ก่อนจะกลับมาทำงานเป็นคุณครู ส่งต่อความรู้และความช่วยเหลือให้เด็ก ๆ ในชุมชน เหมือนอย่างที่ผมเคยได้รับ” ถ้อยคำที่สื่อจากใจ ของ อรรคพล หรือ ครูตาล ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของคนคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการให้โอกาสทางการศึกษา ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่ง ครอบครัวหนึ่ง และส่งผลต่อคนรอบข้างได้อย่างยั่งยืน
ทุกวันนี้ ครูตาลมีบทบาทเป็นครูในชุมชน คอยดูแลและส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ
แต่หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตของเขาเริ่มต้นจากครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก พ่อและแม่ของครูตาลประกอบอาชีพทำสวนยางพารา อาชีพที่ต้องพึ่งพาราคาผลผลิตและสภาพเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ในช่วงที่ราคายางตกต่ำ รายได้ที่ได้รับแทบไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องแบกรับ ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนการผลิต ทั้งค่าปุ๋ย ค่าวัสดุอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด และเลือกใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ
แม้ฐานะทางบ้านจะไม่พร้อม แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ไม่เคยละทิ้งคือความตั้งใจที่จะส่งลูกได้เรียนหนังสือ ในช่วงวัยเด็ก ครูตาลอาจยังไม่เข้าใจความยากลำบากของครอบครัวมากนัก เขาไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป มีอาหารกลางวันรับประทาน และมีอุปกรณ์การเรียนใช้ไม่ต่างจากเพื่อน ๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย แต่เมื่อเติบโตขึ้นและเริ่มมองเห็นความเป็นจริงของชีวิต ครูตาลก็เริ่มตระหนักว่ารายได้ของพ่อแม่ไม่แน่นอน และไม่รู้ว่าครอบครัวจะมีศักยภาพส่งเสียให้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้หรือไม่
ความกังวลเรื่องอนาคตค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น พร้อมกับคำถามในใจว่า ‘จะมีโอกาสได้เรียนต่อหรือเปล่า’ ทว่าในช่วงเวลาที่ความฝันกำลังถูกจำกัดด้วยฐานะทางครอบครัว
ตลอดระยะเวลาที่เป็นเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ครูตาลได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตในช่วงวัยเรียน ได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะ ค่ายเยาวชน และเวทีการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ไปจนถึงการสนับสนุนค่าเทอม ผ่าน ‘โครงการส่งน้องจบ ป.ตรี’ ความช่วยเหลือเหล่านี้ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว แต่ยังช่วยให้เด็กคนหนึ่งสามารถเดินหน้าตามความฝันได้โดยไม่ต้องหยุดกลางทาง
จากเด็กที่ไม่กล้าแสดงออก เขาค่อย ๆ กลายเป็นคนที่กล้าพูด กล้าคิด กล้านำเสนอความคิดเห็น และกล้าคว้าโอกาสใหม่ ๆ เข้าหาตัวเอง เขาได้เป็นแกนนำกิจกรรมของโรงเรียน ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานต่าง ๆ รวมถึงใช้ความสามารถด้านการร้องเพลงเข้าประกวดจนได้รับทั้งรางวัล ทุนการศึกษา และประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเติบโต
โอกาสทางการศึกษาที่ได้รับในวันนั้น จึงไม่ได้สร้างเพียงความรู้ในห้องเรียน แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและทักษะชีวิตที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เขาเดินไปข้างหน้า
ในทุกห้องเรียนที่เขาสอน ในทุกคำแนะนำที่มอบให้ลูกศิษย์ ครูตาลกำลังส่งต่อสิ่งเดียวกับที่เขาเคยได้รับ นั่นคือ ‘โอกาส’ เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธ์ุที่จะเติบโตเป็นพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมต่อไป


