อุทกภัยครั้งรุนแรงที่พัดผ่านจังหวัดน่าน ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบประปาชุมชนและระบบท่อส่งน้ำของเทศบาล ท่อส่งน้ำหลายจุดถูกกระแสน้ำพัดเสียหาย ขณะที่บางส่วนถูกรื้อออกระหว่างการใช้เครื่องจักรเข้าฟื้นฟูพื้นที่และขนย้ายดินโคลน ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายน้ำไปยังบ้านเรือนได้ตามปกติ
ในขณะเดียวกัน บ่อน้ำตื้นซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำสำรองของชุมชน ก็ถูกโคลนและทรายจำนวนมากพัดเข้าทับถมจนตื้นเขินและปนเปื้อน ไม่สามารถนำมาใช้ได้เหมือนเดิม
“คงอีกนานเป็นเดือนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ เพราะว่าท่อระบบน้ำประปาของเทศบาลจะต้องวางระบบท่อให้เรียบร้อยก่อน ก่อนจะแยกส่งน้ำเข้ามาตามบ้าน แต่ตอนนี้ท่อส่งน้ำถูกรื้อออกไปหมด” พ่อจรัล ชาวบ้านผู้ผ่านภัยน้ำท่วม กล่าวด้วยความกังวล
สำหรับพ่อจรัล ความยากลำบากไม่ได้อยู่ที่การรอคอยเพียงอย่างเดียว แต่คือการต้องหาทางจัดหาน้ำสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันของครอบครัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่แหล่งน้ำแทบทุกแห่งได้รับผลกระทบ
“สำหรับบ่อน้ำตื้นก็จะหาวิธีการแก้ไขอยู่ ถ้ามีหน่วยงานเข้ามาช่วยล้าง ช่วยสูบน้ำออกก็คงจะดี เพราะตอนนี้ในบ่อเต็มไปด้วยโคลนและทราย ลำบากมากครับ คงจะอีกหลายวัน หรืออาจเป็นเดือนกว่าจะกลับมาใช้น้ำได้”
เมื่อน้ำในแม่น้ำใช้ไม่ได้ ชาวบ้านต้องพึ่งพาน้ำแจกจ่าย
แม้จะมีแม่น้ำไหลผ่านชุมชน แต่ในเวลานี้แม่น้ำไม่สามารถเป็นทางออกได้ น้ำยังคงขุ่นข้นและเต็มไปด้วยตะกอนจากดินโคลนและเศษวัสดุที่ถูกพัดพามากับกระแสน้ำหลาก ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการอุปโภคหรือบริโภค
“ตอนนี้น้ำในแม่น้ำก็ใช้ไม่ได้ เพราะมีสีขุ่น น้ำสำหรับอาบหรือใช้ในบ้านต้องอาศัยน้ำที่เทศบาลนำมาแจกจ่ายให้ ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน เพราะหลายบ้านมีถังเก็บน้ำขนาดเล็ก ที่บ้านผมเองก็ต้องไปขอยืมน้ำจากคนรู้จักในต่างหมู่บ้านมาใช้” พ่อจรัลกล่าว
ชีวิตหลังน้ำท่วมที่ต้องรอคอยน้ำทุกหยด
เช่นเดียวกับอีกหลายครอบครัวในพื้นที่ นางจันทร์เพ็ญ ผู้ผ่านภัยอีกคนหนึ่ง เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำใช้ในครัวเรือน
“ปกติที่บ้านใช้น้ำประปา หลังจากน้ำท่วมก็ไม่มีน้ำใช้แล้ว ตอนนี้ต้องอาศัยวัดเป็นสถานที่อาบน้ำ ส่วนน้ำใช้ในบ้านก็ต้องรอให้หน่วยงานภาครัฐนำรถมาเติมน้ำให้ เพื่อให้มีน้ำใช้ไปก่อน”
เธอเล่าว่า ไม่มีใครในชุมชนสามารถตอบได้ว่าระบบประปาจะกลับมาใช้งานได้เมื่อใด ขณะที่ความเดือดร้อนยังคงเกิดขึ้นแทบทุกหลังคาเรือน
“สำหรับน้ำประปาก็ไม่รู้ว่าอีกเดือนหนึ่งจะกลับมาใช้ได้หรือไม่ ลำบากกันเกือบทุกครัวเรือน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่พึ่งพาน้ำประปาเป็นหลัก”
ความเสียหายที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องน้ำ
นอกจากปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดแล้ว หลายครอบครัวยังต้องเผชิญกับความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิต
“น้ำมาเร็วมาก ชีวิตนี้ก็ยังไม่เคยเจอ พ่อของพี่อายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็น ก็เสียหายหมด ที่บ้านแม่ไม่มีบ่อน้ำด้วย ส่วนน้ำดื่มต้องอาศัยของที่มีคนบริจาคมา ไม่มีน้ำใช้ลำบากมาก อาบน้ำก็ไม่มี เข้าห้องน้ำก็ไม่มีน้ำใช้” นางจันทร์เพ็ญเล่าต่อ
คำบอกเล่าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ผลกระทบจากภัยพิบัติยังคงอยู่ในชีวิตของผู้คนอีกนาน ทั้งในรูปของความเสียหายที่มองเห็นได้ และความยากลำบากในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานอย่างน้ำสะอาดที่ยังไม่กลับคืนสู่ภาวะปกติ
ร่วมส่งต่อน้ำสะอาดเพื่อประคับประคองชีวิตผู้ประสบภัย
ท่ามกลางความเดือดร้อนที่ยังคงดำเนินอยู่ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ได้เร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะการสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดและสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่ชุมชนยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยได้ตามปกติ
การขาดแคลนน้ำสะอาดหลังภัยพิบัติไม่เพียงส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพ สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตของเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวเปราะบางจำนวนมาก ความช่วยเหลือด้านน้ำดื่ม น้ำใช้ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยยังคงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และชุมชนในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการเร่งด่วนและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประสบภัยจนกว่าพวกเขาจะสามารถฟื้นฟูชีวิตและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้
รอวันที่น้ำสะอาดจะไหลกลับมาอีกครั้ง
คำบอกเล่าของผู้ประสบภัยสะท้อนให้เห็นว่า แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่การฟื้นฟูชีวิตยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน โดยเฉพาะการฟื้นฟูระบบน้ำสะอาดซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนต้องพึ่งพา หลายครอบครัวยังคงต้องอาศัยน้ำที่หน่วยงานภาครัฐนำมาแจกจ่าย น้ำดื่มจากการบริจาค และความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ในแต่ละวัน
สำหรับชาวน่านจำนวนมาก การกลับคืนสู่ภาวะปกติไม่ได้หมายถึงเพียงการซ่อมแซมบ้านหรือทดแทนทรัพย์สินที่สูญเสียไป แต่หมายถึงวันที่น้ำสะอาดจะไหลกลับมาจากก๊อกน้ำอีกครั้ง วันที่พวกเขาจะไม่ต้องกังวลว่ามีน้ำเพียงพอสำหรับดื่ม อาบ หรือใช้ในชีวิตประจำวัน และวันที่ชุมชนจะสามารถลุกขึ้นฟื้นตัวจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในความทรงจำได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง.

