บางครั้ง การเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่ได้เริ่มจากสิ่งยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากช่วงเวลาธรรมดาที่ใครบางคนเลือกจะยื่นมือเข้ามา สำหรับ คุณธีรนุตร์ หวังกุนกลาง หรือ คุณมา ช่วงเวลานั้นคือวันที่เธอได้รับ ลูกอม ชิ้นหนึ่งจากมือของเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่เธอยังไม่รู้จัก และยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าการมาครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล
คุณมาเติบโตในครอบครัวชนบท ฐานะยากจน อาศัยอยู่กับตาและยาย ชีวิตในวันนั้นไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก หลายสิ่งที่เด็กคนอื่นมี กลับเป็นสิ่งที่เธอต้องขอแบ่ง หรือรอรับจากคนอื่น “มีหลายอย่างที่ขาด ต้องขอจากเพื่อน หรือได้จากที่วัดบ้าง” เธอเล่าย้อนอย่างเรียบง่าย แต่เพียงพอจะสะท้อนโลกของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมากับคำว่า ไม่พอ
ในวันที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ข้ามาในชุมชนพร้อมครูประจำชั้น เธอไม่ได้เข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งเดียวที่อยู่ในความทรงจำกลับเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างลูกอม “ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย สนใจแค่ลูกอมที่เขาเอามาให้” แต่ลูกอมชิ้นนั้น ไม่ได้เป็นแค่ขนม แต่มันคือครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า มีใครบางคนตั้งใจให้
จากลูกอมชิ้นเล็ก ๆ ในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จากการทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนที่เธอเฝ้ารอ และจากการให้เล็ก ๆ ค่อย ๆ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น
คุณมา ได้รับเลือกให้เป็นเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โอกาสครั้งนั้นไม่เพียงเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรที่อยู่เคียงข้างเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งภาพจำที่เธอไม่มีวันลืม คือวันที่ได้รับชุดนักเรียนใหม่ จากเด็กที่เคยมีเพียงชุดเก่าที่ถูกส่งต่อมา การได้มี “ของใหม่” เป็นครั้งแรก กลายเป็นประสบการณ์เล็ก ๆ ที่เปลี่ยนโลกของเธอ “ดีใจมาก กอด หอม ดมทั้งวัน เพราะไม่เคยมีอะไรใหม่แบบนี้มาก่อน” ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แค่ความสุขของเด็กคนหนึ่ง แต่คือจุดเริ่มต้นของความเชื่อว่า เธอเองก็มีสิทธิ์ที่จะมี มีโอกาส และมีอนาคต
เมื่อโอกาสถูกเติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา สิ่งของจำเป็น และการดูแลครอบครัว สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่ชีวิตภายนอก แต่คือความเชื่อในตัวเอง เธอเริ่มมั่นใจว่าเธอมีอนาคต และมีคนที่เชื่อในตัวเธอ
คุณมาอธิบายความรู้สึกนั้นไว้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เธอได้รับไม่ใช่แค่ของ “มันไม่ใช่แค่ของที่ได้ แต่มันคือความรู้สึกว่ามีคนเชื่อในตัวเรา มีคนที่ไม่มองว่าเราเป็นเด็กยากจนหรือเป็นภาระ เขาทำทุกอย่างด้วยใจ ทำให้เรารู้สึกว่าเราเองก็มีคุณค่า และมันทำให้เราอยากเดินต่อในชีวิต”
ความเชื่อมั่นจากคนคนหนึ่ง กลายเป็นแรงผลักที่พาเธอก้าวข้ามข้อจำกัด และสร้างเส้นทางชีวิตของตัวเองขึ้นมา และเมื่อถูกถามว่าหากไม่มีโอกาสนั้น เธอจะเป็นอย่างไร คำตอบของเธอชัดเจนและตรงไปตรงมา “ถ้าไม่ได้เจอพี่เขา มาไม่แน่ใจเลยว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ได้ไหม เพราะตอนนั้นเรายังไม่เห็นเลยว่าเราจะไปต่อยังไง”
วันนี้ คุณมา เติบโตขึ้น และเลือกกลับมายืนอยู่ในบทบาทของคนที่ยื่นมือให้ผู้อื่น ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อเด็กและชุมชนร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เธอมักเห็นตัวเองในอดีต ผ่านสายตาของเด็ก ๆ ที่ยังรอโอกาส และนั่นทำให้เธอไม่อาจมองผ่านไปได้
“ทุกครั้งที่เห็นเด็ก ๆ มันเหมือนเห็นตัวเองในอดีต เราเลยรู้สึกว่าอยากช่วยเขา อยากให้เขาได้มีโอกาสเหมือนที่เราเคยได้รับ อยากให้เขาได้รู้สึกว่าเขาก็มีคุณค่า และเขาก็ไปต่อได้เหมือนกัน”
แม้งานจะมีความท้าทาย แต่สำหรับเธอ ความรู้สึกนั้นกลับเป็นแรงผลักสำคัญ “ความกดดันมันมี แต่สำหรับมา มันคือความสุข เพราะมันคือการที่เราได้พยายามทำให้เด็กคนหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น เหมือนที่เราเคยได้รับมา”
เรื่องราวของคุณมา จึงไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งยิ่งใหญ่ แต่มาจากลูกอมชิ้นเล็ก ๆ ที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเลือกจะให้ในวันหนึ่ง และการให้ในวันนั้น ไม่ได้จบลงแค่ตรงนั้น แต่มันเติบโต กลายเป็นโอกาส เป็นเส้นทาง และกลับมาสร้างโอกาสให้กับชีวิตคนอื่นอีกครั้ง
สิ่งที่ดูเล็กน้อยในสายตาของคุณ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งชีวิตสำหรับใครบางคน และเรื่องราวนี้กำลังบอกอย่างชัดเจนว่า คุณคือหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้จริง


