เพราะการศึกษา คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เด็กเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลมีพลังในการกำหนดอนาคตของตนเอง การได้รับโอกาสเรียนรู้ที่เท่าเทียม ไม่เพียงเปิดประตูสู่ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว และเสริมศักยภาพให้เด็กก้าวข้ามข้อจำกัดทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
แต่จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า ในปีการศึกษา 2567 มีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี กว่า 982,304 คนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านโอกาสที่ยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมและมีอนาคตที่มั่นคงได้อย่างแท้จริง
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนิน ‘โครงการออมวันละบาท’ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของโรงเรียนในการส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนมาโดยตลอด
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา คุณวรรณธิดา สุภัครพงษ์กุล ผู้จัดการงานสร้างความผูกพันผู้บริจาค (Donor Engagement Manager) ผู้แทนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้เข้ารับมอบเงินบริจาคจำนวน 226,800 บาท จาก โครงการออมวันละบาท ณ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พร้อมมอบเกียรติบัตรและจดหมายขอบคุณแก่ผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน เพื่อแสดงความขอบคุณในความร่วมมือและการสนับสนุนงานด้านการพัฒนาเด็กและชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและมาตรฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นผู้มอบ
โครงการออมวันละบาท ถูกออกแบบขึ้นเพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงิน ความรับผิดชอบ และจิตสาธารณะให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา (ป.1–ป.6) ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตั้งแต่การประดิษฐ์กระปุกออมสินด้วยตนเอง ไปจนถึงการออมเงินวันละ 1 บาทหรือมากกว่าตามความสมัครใจ โดยโรงเรียนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและส่งต่อเงินบริจาคไปยังมูลนิธิศุภนิมิตฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบากในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
อาจารย์วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและมาตรฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงเรียน กล่าวว่า
“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมด้านการเงิน แต่เป็นกระบวนการสร้างคุณธรรมในใจเด็ก ผ่านการเรียนรู้คุณค่าของเงิน การวางแผน และการให้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น การที่เด็ก ๆ ได้ตัดสินใจออมด้วยตนเอง ประดิษฐ์กระปุกเอง และเห็นว่าเงินเล็ก ๆ ของตนสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้จริง ถือเป็นรากฐานสำคัญของคุณธรรมและทักษะชีวิตในอนาคต”
จากการสนับสนุนในครั้งนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะนำเงินบริจาคไปสนับสนุน โครงการอุปการะเด็ก ซึ่งสามารถช่วยเหลือเด็กยากไร้ได้จำนวน 27 คน โดยครอบคลุมการดูแลในหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และคุณภาพชีวิต อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้านและยั่งยืน นอกจากนี้ ครูและผู้ปกครองยังสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในเชิงการเรียนรู้ว่า นักเรียนมีวินัยในการออมมากขึ้น รู้จักตั้งเป้าหมาย และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้เห็นว่าเงินออมเล็ก ๆ ของตนสามารถนำไปสร้างประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
โครงการออมวันละบาท จึงมิได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งเสริมการออมเงิน หากแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการพัฒนาทักษะชีวิต คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมสะท้อนบทบาทของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในการบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตเป็นทั้งผู้มีความรู้ ความสามารถ และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมในระยะยาว


