การเข้าถึง ‘ไฟฟ้า’ อาจเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเด็กและครอบครัวในพื้นที่ห่างไกล ความสว่างจากแสงไฟเพียงดวงเดียว สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง
เรื่องราวของเด็กชายปภพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากพื้นที่ห่างไกลของอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดได้จริง เมื่อแสงสว่างซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานได้กลับมาในชีวิตของเขาและครอบครัว
บ้านของปภพมีสมาชิกอาศัยอยู่ด้วยกันถึง 10 คน ยังชีพด้วยการทำเกษตร ซึ่งไม่ได้มีรายได้มากมายนัก เมื่อเทียบกับรายจ่ายที่ต้องดูแลสมาชิกของครอบครัว บ้านของเขาเป็นบ้านไม้หลังเก่าที่มีเพียงห้องกั้น 1 ห้อง และไม่มีไฟฟ้าใช้ ทุกคนต้องพึ่งพาแสงสว่างจาก ‘เทียนแท่งเล็ก’ สำหรับการใช้ชีวิตยามค่ำคืน
“เทียนหมดเร็วและต้องซื้อบ่อย ๆ ครับ หลายครั้งพ่อและแม่ไม่มีเงินต้องไปขอจากร้านค้ามาใช้ก่อน เมื่อมีเงินถึงเอาไปจ่ายให้เขาครับ” ปภพ ฉายภาพความลำบากของครอบครัว
ความมืดไม่เพียงส่งผลให้การดำเนินชีวิตปกติในยามค่ำคืนยากลำบาก แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเรียนของปภพ และพี่น้องที่อยู่ในวัยเรียนด้วยกัน
“ผมและพี่ ๆ ทำการบ้านไม่ค่อยเสร็จครับ เทียนมักจะหมดก่อน ต้องมาทำต่อที่โรงเรียนในตอนเช้า” คำตอบสั้น ๆ ของเด็กชายที่สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่า
เมื่อโอกาสทางการศึกษาเริ่มต้นจากความสว่าง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับหลายคน แต่สำหรับเขาและครอบครัวมันกลับเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ ทุกคนต้องเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะไม่สามารถทำกิจกรรมใดต่อได้ การเข้าห้องน้ำแต่ล่ะครั้งต้องใช้ไฟฉาย ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและไม่สะดวก
โซลาร์เซลล์ แสงสว่างแห่งความหวัง
มูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยการสนับสนุนของผู้ใหญ่ใจดี ดำเนิน ‘โครงการสนับสนุนโซลาร์เซลล์สำหรับครัวเรือน’ ให้ครอบครัวปภพ และเพื่อน ๆ รวม 10 ครอบครัว ได้มีแสงสว่างใช้ในบ้าน ซึ่งไม่ได้แค่เปลี่ยนบรรยากาศยามค่ำคืน แต่เปลี่ยน ‘คุณภาพชีวิต’ และ ‘โอกาสทางการเรียนรู้’ ไปพร้อมกัน
“ดีใจมากครับ เพราะผมจะได้ทำการบ้านได้ทันส่งครู เมื่อวานแม่ยังบอกให้ผมอ่านหนังสือเรียน ผมอ่านจบไป 1 บทเลยนะครับ” ปภพ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แม่ของผมก็ได้ใช้ไฟนะครับ เวลาลุกทำอาหารตอนเช้า สะดวกขึ้นมากเลยครับ และเวลาจะไปห้องน้ำตอนกลางคืน ผมไม่กลัวอีกแล้ว เพราะเปิดไฟทีสว่างทั้งบ้านเลยครับ”
มูลนิธิศุภนิมิตฯ กับการดำเนินพันธกิจเคียงข้างเด็ก ครอบครัว และชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
การสนับสนุนชุดโซลาร์เซลล์ให้กับครอบครัวเด็กเปราะบางในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินงานในพื้นที่ต่าง ๆ ครอบคลุม 32 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวอย่างรอบด้าน ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน (SDG 1: ขจัดความยากจน) การลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างในชุมชนที่ห่างไกล (SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ) รวมถึงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก ทั้งด้านการศึกษา (SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ) สุขภาพและความปลอดภัย (SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใช้เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินพันธกิจเพื่อพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
จากประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่ยากลำบากอย่างลึกซึ้ง เรามีทีมงานภาคสนามที่ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึง ‘กลุ่มเด็กที่มีความเปราะบางและต้องการมากที่สุด’ อย่างแท้จริง
“ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มอบโซลาร์เซลล์ให้กับผมและครอบครัว ผมดีใจมากครับที่จะได้มีไฟฟ้าและมีแสงสว่างใช้ เพื่อให้ผมได้ทำการบ้าน อ่านหนังสือ และไปห้องน้ำได้สะดวกในเวลากลางคืน ผมสัญญาว่าผมจะตั้งใจเรียนและจะขยันอ่านหนังสือด้วยครับ” ปภพ กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องราวของปภพเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าการให้ความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการ สามารถยกระดับชีวิตของเด็กและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน มูลนิธิศุภนิมิตฯ เรายังจะคงเดินหน้าในการดำเนินพันธกิจเพื่อเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่ยากลำบากต่อไป เพื่อให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน จะได้มีโอกาสเติบโตอย่างเต็มศักยภาพได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนต่อไป


