พันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ลดความเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ

ปัญหาการใช้แรงงานเด็กเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการด้วยแนวทางเชิงระบบที่ครอบคลุมทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ดำเนินพันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ลดความเสี่ยงต่อการถูกแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากแรงงานเด็ก

การดำเนินงานตั้งอยู่บนกรอบสิทธิเด็กและหลักการคุ้มครองเด็กแบบองค์รวม โดยให้ความสำคัญกับ 5 มิติหลัก ได้แก่

  • เด็กสามารถป้องกันตนเองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ เด็กมีความรู้ ทักษะ และความตระหนักในการปกป้องตนเองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และเด็กสามารถนำความรู้ ทักษะ และความตระหนักในการปกป้องตนเองจากความรุนแรงทุกรูปแบบไปปฎิบัติ
  • ผู้ปกครองและผู้ดูแลปกป้องคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ผู้ปกครองได้รับการเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิเด็กและการเลี้ยงดูเชิงบวก เพื่อให้สามารถดูแลและคุ้มครองบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม
  • โรงเรียนมีกลไกการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ครูมีความรู้ ทักษะ และความตระหนักเกี่ยวกับการลงโทษเชิงบวกและไม่ใช้ความรุนแรง มีการพัฒนากลไกคุ้มครองเด็กในโรงเรียน และมีการจัดตั้งระบบคัดกรองในโรงเรียน/สถานศึกษา เพื่อระบุเด็กที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรง
  • เด็กได้รับความคุ้มครองจากความรุนแรงทุกรูปแบบภายในชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งคณะกรรมการและ/หรือเครือข่ายคุ้มครองเด็กภายในชุมชน เสริมสร้างระบบหรือระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองเด็กภายในชุมชน เพื่อเป็นชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • การดำเนินนโยบายด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ผ่านการพัฒนาและดำเนินการนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก การจัดตั้งและ/หรือเสริมสร้างบริการคุ้มครองเด็กที่เข้าถึงได้ การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคีเครือข่ายในการบังคับใช้กลไกคุ้มครองเด็กให้เข้มแข็ง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กในการตัดสินใจในประเด็นการคุ้มครองเด็ก

ในรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงานระหว่างปี พ.ศ. 2564 – 2568 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินโครงการด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กและก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ได้แก่

  • ผู้ปกครอง เด็ก และเยาวชนกว่า 260,000 คน ได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านสิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็ก
  • มีการพัฒนากลไกชุมชนในการป้องกันและตอบสนองต่อการแสวงหาประโยชน์จากเด็กผ่านคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองเด็กระดับชุมชน ครอบคลุม 49 ชุมชน ใน 32 จังหวัด
  • เด็กและผู้ใหญ่กว่า 154,700 คน ได้รับการส่งเสริมคุณธรรมและค่านิยมเชิงบวก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว
  • การรณรงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมในประเด็นด้านนโยบายการดูแล การคุ้มครองสิทธิ และการพัฒนาเด็ก โดยบางส่วนของประเด็นในการรณรงค์มีความเชื่อมโยงกับการปกป้องคุ้มครองเด็ก อาทิ
    • การสนับสนุนและจัดตั้งเครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็ก
    • การขับเคลื่อนการนำเสนอและติดตามความคืบหน้าแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียน ว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็ก
    • การผลักดันและร่วมดำเนินการเพื่อจัดตั้ง ‘ศูนย์ชุมชนปกป้องเด็ก’
    • การสนับสนุนการดำเนินงานและผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับตำบล
    • การสนับสนุนการพัฒนาเด็กและเยาวชน การปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็ก และการจัดตั้งชมรมเด็กในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับชาติ
    • การผลักดันและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ฉบับที่ 26 ว่าด้วยสิทธิเด็กและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
    • การจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและป้องกันคุ้มครองเด็กในการใช้สื่อออนไลน์

ผลลัพธ์ดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการลดความเปราะบางของเด็ก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าสู่ระบบแรงงานเด็กทั้งในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และแรงงานนอกระบบ

การแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กไม่สามารถพึ่งพามาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยการดำเนินงานเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ

นางอนุสรา จุลไพบูลย์ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวว่า “โดยภาพรวมแล้วนะคะ องค์ประกอบสำคัญของระบบการคุ้มครองเด็กที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมี ‘ฐานรากที่แข็งแกร่ง’ ซึ่งประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านกฎหมายและนโยบาย (Laws & Policies) ต้องมีกลไกและกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน และสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิเด็กในระดับสากล ด้านการบริการและความช่วยเหลือ (Services) เด็กและครอบครัวต้องสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ทั้งในด้านการดูแล เยียวยา และฟื้นฟู ด้านการพัฒนาขีดความสามารถ (Capacities) ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงคนในชุมชน ควรมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องความเสี่ยง และมีทักษะในการช่วยเหลือเด็กได้อย่างถูกต้อง ด้านการประสานงาน (Coordination) จำเป็นต้องมีเครือข่ายความร่วมมือแบบสหวิชาชีพ รวมถึงกลุ่มภาคีคุ้มครองเด็กในระดับพื้นที่ ที่มีความเข้มแข็งและทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และข้อสุดท้ายค่ะ คือ ด้านความรับผิดรับชอบ (Accountability) ทุกภาคส่วนต้องตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเอง และมีระบบติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้นะคะ การคุ้มครองเด็กให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องดำเนินงานควบคู่กันทั้งในเชิงระบบ (Systems) และการดำเนินการเชิงประเด็น (Interventions) สำหรับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ก็มีแนวทางหลักในการปกป้องคุ้มครองเด็ก (Child Protection Core) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานพื้นฐานในการเสริมสร้างและเชื่อมโยงกลไกการคุ้มครองเด็กในทุกระดับค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยเราเน้นให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกัน ป้องกัน ระบุ และตอบสนองต่อความเสี่ยงของเด็กได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคุ้มครองเด็ก ผ่านการเชื่อมโยงทรัพยากร และการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวก เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างปลอดภัย ทั้งในบ้าน โรงเรียน และชุมชนที่เข้มแข็งค่ะ”

ขณะเดียวกัน นายกนก ศรีเรือง ผู้จัดการกลุ่มโครงการพัฒนาฯ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปาง กล่าวว่า
“ในระดับพื้นที่ เราดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่

มิติด้านการเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดเด็ก มุ่งเน้นการเสริมสร้างกลไกป้องกันในระดับชุมชน ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครปกป้องคุ้มครองเด็ก ทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวังภาคประชาชนในการติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

มิติด้านการบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการปกป้องคุ้มครองเด็กระดับตำบล เพื่อร่วมกำกับ ติดตาม และประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนำไปสู่การเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบสนองต่อสถานการณ์การละเมิดเด็กในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 8.7 ‘ซึ่งมุ่งยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบ’

การดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ไม่เพียงช่วยลดปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงระบบ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ การส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของชุมชนในระยะยาว และการปลูกฝังค่านิยมที่ไม่ยอมรับการใช้แรงงานเด็กในสังคม

เนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล วันที่ 12 มิถุนายน 2569 พันธกิจด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กผ่านการดำเนินงานแบบบูรณาการ โดยการเสริมสร้างศักยภาพของเด็ก ครอบครัว และชุมชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่เด็กทุกคนได้รับการคุ้มครอง มีโอกาสพัฒนา และเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี

การยุติแรงงานเด็กไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงนโยบาย หากแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความร่วมมือ และการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ ‘เด็กทุกคน’ ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเปี่ยมด้วยโอกาสอย่างแท้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

เมื่อความช่วยเหลือเติมเต็มความหวัง และเสริมความมั่นคงให้ครอบครัวหลังวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ส่งมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และชุดดูแลสุขภาพอนามัย เพื่อสนับสนุนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 600 ครอบครัว ในจังหวัดนราธิวาส
อ่านต่อ »

สานพลังป้องกันปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และพันธกิจด้านการศึกษาและทักษะชีวิต ในการประชุมเครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ครั้งที่ 14
อ่านต่อ »

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ร่วมภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เสริมพลังผู้นำรุ่นใหม่

จัดกิจกรรม ‘เวทีเยาวชนอมก๋อย’ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกถึงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชนของตนเอง
อ่านต่อ »
0