วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมน้ำฝาง โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัด ‘เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโรงพยาบาลฝางให้เป็น โรงพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรม (DNA) แห่งที่ 31’ ภายใต้ความร่วมมือ 9 หน่วยงาน ในการพัฒนาการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพของคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน
การประชุมได้รับเกียรติจาก ดร.แพทย์หญิงปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองนิติวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน และ นายรณกร จันทร์ซา รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลฝาง กล่าวรายงานความสำคัญของโครงการ
ในเวทีเสวนา นายสุมิตร วอพะพอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานะบุคคลและสิทธิ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาคนไทยตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎรและบุคคลที่ประสบปัญหาสิทธิและสถานะ ยังคงพบอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาและชายขอบของจังหวัดเชียงใหม่ การยืนยันความสัมพันธ์ทางสายโลหิตด้วยการตรวจ DNA มักเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ แต่ที่ผ่านมา ประชาชนต้องเดินทางไกลไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือต้องรอรอบตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจัดตรวจเพียงปีละ 1 ครั้ง ส่งผลให้ผู้เดือดร้อนต้องรอคอยเป็นเวลานาน”
การที่ โรงพยาบาลฝางได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานพยาบาลเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรม จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนในอำเภอเวียงแหง เชียงดาว พร้าว ไชยปราการ ฝาง แม่อาย และพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้ารับบริการตรวจ DNA ได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง และช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม กรมการปกครอง กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายด้านสถานะบุคคล โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเครือข่ายบริการตรวจ DNA ให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น รองรับการดำเนินงานภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพของคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน


