มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ให้แก่เด็ก เยาวชน และครอบครัวในพื้นที่โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่พึ่งตนเองและยั่งยืน ตับเต่า จังหวัดเชียงราย ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาและชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ โครงการฝึกทักษะอาชีพการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าปักชนเผ่า ซึ่งดำเนินการร่วมกับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา ‘แม่ฟ้าหลวง’ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้ปกครอง และสมาชิกชุมชนชาติพันธุ์ม้ง ผ่านการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาสร้างคุณค่าและรายได้ในรูปแบบใหม่
ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ
นายเกษม กันชัย ผู้จัดการโครงการพัฒนาฯ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้มีผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และหลายคนเป็นผู้ปกครองของเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ
“ชุมชนมีทักษะและภูมิปัญญาด้านงานฝีมือเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะเป็นงานผ้าปัก งานปักลูกปัด และงานเพ้นท์ผ้า เราจึงร่วมมือกับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเทิง เพื่อพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสามารถสร้างรายได้แก่ครอบครัว”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาชีพจากทรัพยากรและความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน เพราะกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ห่างไกลจำนวนไม่น้อยยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษาตามระบบ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
ศูนย์การเรียนรู้จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างทักษะอาชีพสำหรับเยาวชนและผู้ใหญ่ เราเชื่อว่าการมีทักษะอาชีพจะช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้ ดูแลตนเองและครอบครัว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต”
จากผ้าปักบนชุดม้ง สู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย
ชุมชนที่นี้มีชื่อเสียงด้านงานผ้าปักชนเผ่าม้ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แต่เดิมลวดลายปักเหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งกายชาติพันธุ์เป็นหลัก
นางสาวมายา แซ่วื้อ วิทยากรผู้ฝึกอบรมอธิบายว่า การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน โดยนำแนวคิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์มาใช้ต่อยอดจากทักษะเดิมของชุมชน ผ่านการทำกระเป๋า พวงกุญแจ และผลิตภัณฑ์ของใช้ต่าง ๆ ที่สามารถนำไปจำหน่ายได้
“เดิมทีชาวบ้านมีความสามารถด้านการปักผ้าอยู่แล้ว แต่การนำผ้าปักมาแปรรูปเป็นของใช้หรือของที่ระลึกถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายคน การอบรมจึงเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่เดิม”
เธอยังอธิบายว่า ลวดลายที่ใช้มีทั้งลายดั้งเดิมของชนเผ่าม้งและลายที่ประยุกต์ขึ้นใหม่ให้เหมาะกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน โดยผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานของตนเองได้
“เราอยากให้ทุกคนเห็นว่าผ้าปักไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำเสื้อผ้าประจำชนเผ่า แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ได้จริง”
จากผู้เรียน สู่ผู้สร้างรายได้ให้ครอบครัว
ภายในห้องเรียนเล็ก ๆ บนพื้นที่สูง ผู้ฝึกอบรม จำนวน 15 คน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ร่วมเรียนรู้การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์จากผ้าปักชนเผ่าอย่างตั้งใจ
หนึ่งในนั้นคือ นางศิริเพ็ญ จิตเจริญกุล นักศึกษาศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และผู้ปกครองเด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
“ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอาชีพแบบนี้มาก่อน จึงรู้สึกดีใจมากที่มีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน ทำให้เราได้เรียนรู้และฝึกอาชีพเพิ่มเติม”
นางศิริเพ็ญเล่าว่า บุตรของเธอได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทั้งด้านการศึกษา ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างมาก สำหรับการอบรมครั้งนี้ เธอได้เรียนรู้การตกแต่งกระเป๋า การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการประยุกต์ใช้ผ้าปักให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมองว่าสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคตได้จริง
“ถ้าเราฝึกจนเกิดความชำนาญ ก็สามารถนำไปทำเองหรือสร้างเป็นอาชีพเสริมได้ เพราะงานปักผ้าเป็นสิ่งที่เราเรียนรู้มาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษอยู่แล้ว”
ในชุมชนม้ง เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่มักได้รับการถ่ายทอดทักษะการปักผ้าตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น
“ผ้าปักสามารถนำไปทำได้หลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อยู่ที่ว่าเราจะนำไปพัฒนาต่อยอดอย่างไร”
ใช้กระบวนการ PDCA พัฒนาผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ
การดำเนินงานของโครงการใช้หลักการบริหารคุณภาพ PDCA (Plan – Do – Check – Act) เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
เริ่มจากการศึกษาบริบทและความต้องการของผู้เรียนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป ก่อนวางแผนกิจกรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
จากนั้นจึงดำเนินการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมติดตามผลและประเมินการนำความรู้ไปใช้จริง เพื่อปรับปรุงและพัฒนากิจกรรมในอนาคตให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เข้าร่วม
ก้าวต่อไปสู่การสร้างตลาดและความยั่งยืน
แม้ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับทักษะและสามารถผลิตผลงานได้แล้ว แต่สิ่งสำคัญในระยะต่อไปคือการพัฒนาด้านการตลาดและช่องทางจำหน่าย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
นายเกษม กล่าวว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้หารือร่วมกับครูประจำศูนย์การเรียนรู้เพื่อวางแผนต่อยอดการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการสนับสนุนด้านการตลาด
“เราอยากให้ศูนย์แห่งนี้เป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่น ๆ และสามารถพัฒนาไปสู่การมีจุดจำหน่ายสินค้าชุมชนในอนาคต”
พลังของภูมิปัญญาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
โครงการฝึกทักษะอาชีพการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าปักชนเผ่า เป็นมากกว่ากิจกรรมฝึกอาชีพระยะสั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงการศึกษา วัฒนธรรม และการพัฒนาอาชีพเข้าด้วยกัน
จากผืนผ้าที่บรรจุเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง สู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ จากภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดภายในครอบครัว สู่โอกาสทางเศรษฐกิจของคนรุ่นใหม่ และจากการสนับสนุนในวันนี้ สู่ความเข้มแข็งของชุมชนในวันข้างหน้า
นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาชุมชนที่เริ่มต้นจากศักยภาพของผู้คน ใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส และนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนของครอบครัวและชุมชนบนพื้นที่สูงของประเทศไทย.


