มูลนิธิศุภนิมิตฯ ผนึกกำลัง ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เร่งฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ปี 2568

สร้างรากฐานทางสาธารณสุขและการศึกษาให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน ในภาคใต้สามารถเผชิญหน้าและปรับตัวกับสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ส่งมอบเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยและเสริมสร้างความพรัอมของระบบสาธารณสุข อันเป็นเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบหลังเผชิญวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 จากการบริจาคเงินจำนวน 3.35 ล้านบาท ของธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณฝน โนนศรีชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย นายแพทย์ประวิทย์ วรรณโร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ คุณรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลหาดใหญ่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีส่งมอบอย่างพร้อมเพรียง
.

คุณฝน โนนศรีชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย

“ในฐานะธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศที่ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจและประชาชนไทยมายาวนานกว่า 137 ปี การยืนหยัดเคียงข้างเศรษฐกิจไทยและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤติเป็นสิ่งที่ธนาคารเอชเอสบีซีให้ความสำคัญสูงสุด ซึ่งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย เราก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากและกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้โดยเร็ว

ที่ผ่านมา เราได้มอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายกว่า 1,850 ครอบครัวเมื่อปี 2567 และเมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เมื่อปีที่ผ่านมา ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย จึงได้มอบเงินบริจาคจำนวน 3,350,000 บาท แก่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนและชุมชนที่ประสบภัยในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และนราธิวาส

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสงขลา เราเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนจากจำนวนผู้ประสบภัยจำนวนมาก การมอบเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ในครั้งนี้ จึงเป็นหนึ่งในความตั้งใจของเราที่ต้องการสนับสนุนระบบการแพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในอำเภอหาดใหญ่และสทิงพระอย่างเป็นรูปธรรม

ท้ายที่สุดนี้ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวสทิงพระ และชาวใต้ทุกท่าน ก้าวข้ามเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความช่วยเหลือของเราจะเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง”

การส่งมอบเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้ ‘โครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ 2568’ ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือของผู้สนับสนุน ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ ในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และนราธิวาส

โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แล้วกว่า 1,700 ครัวเรือน รวมผู้รับประโยชน์มากกว่า 6,800 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 3,400 คน

นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังได้ดำเนินงานด้านการฟื้นฟูชีวิตของเด็ก ครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนในหลายมิติ ครอบคลุมด้านความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และการคุ้มครองเด็ก อาทิ การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น การซ่อมแซมโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งได้มีการส่งมอบในครั้งนี้ด้วย

คุณรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

“ความเปราะบางของชุมชนเพิ่มสูงขึ้นจากภัยพิบัติที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงมากขึ้นในทุกปี ซึ่งเราเห็นได้ชัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทั้งภาคเหนือและภาคใต้ที่ผ่านมา

ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ชุมชนต่างบอกกับเราว่าไม่เคยคาดคิดว่าผลกระทบจะรุนแรงถึงเพียงนี้ ทำให้การเตรียมความพร้อมไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น ในการตอบสนองภัยพิบัติ มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงดำเนินการประเมินความต้องการเร่งด่วนและให้การช่วยเหลือในระยะฉุกเฉิน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิง

ในระยะฟื้นฟู เราได้ทำงานร่วมกับธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูโรงเรียน ชุมชน และจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ”

นอกจากนี้ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ยังให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่จังหวัดสงขลา ทั้งในโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จและโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน อาทิ การมอบเครื่องช่วยหายใจจำนวน 2 เครื่อง ให้แก่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ การฟื้นฟูโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 16 แห่ง ในอำเภอหาดใหญ่และอำเภอสทิงพระ ตลอดจนการซ่อมแซมและจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ

นายกิตติศักดิ์ ผู้นำเยาวชนศุภนิมิตฯ จังหวัดสงขลา กล่าว

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจอย่างยิ่งที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของมูลนิธิศุภนิมิตฯ และขอขอบคุณธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมในวันนี้ ทั้งการจัดหาโต๊ะ–เก้าอี้ และอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น และยังได้ร่วมแรงรวมใจปรับปรุงภูทัศน์สภาพแวดล้อมในโรงเรียน ซึ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในชุมชนของเราได้อย่างเป็นรูปธรรม

หากขาดความร่วมมือจากทุกฝ่าย กิจกรรมในวันนี้คงไม่เกิดขึ้น ผมจึงขอขอบคุณทุกองค์กรที่มีส่วนร่วม และหวังว่าความร่วมมืออันดีนี้จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันและพัฒนาชุมชนของเราต่อไป ขอบคุณมากครับ”

การร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิศุภนิมิตฯ และ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาทุกข์ในระยะสั้น แต่เป็นการร่วมกันสร้างรากฐานทางสาธารณสุขและการศึกษาให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชน ในภาคใต้สามารถเผชิญหน้าและปรับตัวกับสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ

“มูลนิธิศุภนิมิตฯ ขอขอบคุณธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน และร่วมเป็นภาคีในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้ชุมชนในจังหวัดสงขลา นราธิวาส นครศรีธรรมราช และหลายพื้นที่ในภาคใต้ สามารถฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

ขอขอบคุณโรงพยาบาลและทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานในวันนี้ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนค่ะ” คุณรสลิน โกแวร์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน พัฒนาสถานศึกษา ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

พลังเยาวชนป่าเด็ง ขับเคลื่อนชุมชนสู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

จากปัญหาขยะสู่การเปลี่ยนแปลง : เรื่องราวของการร่วมมือระหว่างเยาวชน ชุมชน และท้องถิ่น เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า
อ่านต่อ »

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จับมือมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล เดินหน้าเปิดตัว ‘โครงการความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง: เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย’

สานต่อความสำเร็จจากการดำเนิน ‘โครงการพัฒนาสถานะบุคคลและสิทธิสำหรับเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ’ เพื่อลดจำนวนบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติร้อยละ 35 ภายในปี 2571
อ่านต่อ »
0